Wednesday, March 11, 2026
More
    Homeบทความทั่วไป”เสธ.หิมาลัย“เตือนรปภ.จะถูกจับ-ห้ามตำรวจเข้าที่เกิดเหตุอ้างพื้นที่ส่วนบุคคล

    ”เสธ.หิมาลัย“เตือนรปภ.จะถูกจับ-ห้ามตำรวจเข้าที่เกิดเหตุอ้างพื้นที่ส่วนบุคคล

    ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิมาลัย อดีตนายทหารกองทัพบกตท25

    จปร.36โพสต์แสดงความคิดเห็นส่วนตัวถึงความเป็นไปเป็นมาในสังคมอยู่ตลอด ในบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ดร.หิมาลัยผิวพรรณ 

    วันนี้ก็เช่นกัน เสธ.หิมาลัย โพสต์เตือนถึงรปภ.ที่เข้าใจอะไรผิดๆห้ามตำรวจเข้าที่เกิดเหตุโดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล

    ผมขอเพิ่มเติมแจ้งทราบ เผื่อใครจะไม่ทราบ แล้วมีคำถาม

    เสธ.หิ มายุ่งอะไรกับ  รปภ.ด้วย…”

    ครับเสธ.หิมาลัย ยังมีตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาบริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ. กรุ๊ป จำกัด มีลูกค้าค้าบิ๊กแบรนด์อื้อ ทั้งPTTEP – GULF – FORD – CP Group ฯลฯ

    จากนี้ลองอ่านดูครับ เสธ.หิ เตือนอะไร น้องๆรปภ.

          ………………………………………………………………………………………………………

    จากกรณีพนักงาน รปภ. ได้รับแจ้งจากลูกบ้านห้ามบุคคลซึ่งเป็นแฟนเก่าเข้ามาหา อีกทั้งทราบว่ามีการก่อเหตุทำร้ายร่างกาย และอยู่ระหว่างการกระทำความผิด แล้วห้ามไม่ให้ตำรวจเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ดังปรากฏเป็นข่าวตามสื่อนั้น

    ผมอยากจะขอเรียนให้ทราบว่า  กรณีดังกล่าวพนักงาน รปภ. หรือนิติบุคคลอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อกฎหมายในเรื่องนี้

    ผมขอเรียนให้ทราบเกี่ยวกับกฎหมายข้อนี้ว่า หากมีการกระทำผิดกฎหมายและมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุเพื่อป้องกันอันตรายอันอาจจะเกิดกับบุคคลและทรัพย์สิน หรือเป็นการติดตามเหตุซึ่งหน้า เช่น บุคคลผู้กระทำความผิดกฎหมายวิ่งหนีการจับกุมเข้าไปในเขตหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าดำเนินการได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น

    ในกรณีนี้ทางลูกบ้านโดนทำร้ายร่างกายและเพื่อนบ้านโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาระงับเหตุ เพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ลูกบ้านที่โดนทำร้ายร่างกายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีสิทธิ์เข้าไประงับเหตุตามกฎหมาย

    การที่ รปภ. ไปสั่งห้าม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เข้าพื้นที่ ถือว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีได้

    นอกจากนี้ จากการที่ผู้เสียหายได้แจ้งต่อ รปภ.แล้ว แต่รปภ. ยังปล่อยให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย รวมทั้งขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจถือเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายด้วย และหากมีหลักฐานว่ารู้เห็นเป็นใจกับผู้กระทำผิด ก็จะเข้าข่ายตัวการร่วมหรือสนับสนุนด้วย

    กรณีที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะเกิดจากการเข้าใจผิดและเลียนแบบเนื่องจากเดี๋ยวนี้มีบุคคลบางพวกที่ให้ข้อมูลทางกฎหมายผิดๆเพื่อให้เกิดการต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่

    การที่ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ไม่เอาความนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะถูกสอนว่าไม่ให้มีเรื่องกับประชาชนเป็นการเสียมวลชน และตัวเจ้าหน้าที่เองก็ไม่อยากเสียเวลากับการเป็นพยานเพื่อเอาผิด ทำให้ประชาชนบางคนอาจเข้าใจผิดในข้อกฎหมายดังกล่าวได้

    แต่ที่นอกเหนือกว่านั้น คือสามัญสำนึก

    ในกรณีนี้ รปภ. ควรจะต้องทำการระงับเหตุขั้นต้นตามหน้าที่ และรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบถึงการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวรวมทั้งช่วยเหลือตำรวจในการระงับเหตุถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

    ในเรื่องนี้นอกจากแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุแล้ว ผมแนะนำให้ผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดของพนักงานรปภ.และนิติบุคคลที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแก่เหตุด้วย

    ผมขอฝากชื่นชมและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น ที่มีความสุภาพ ใจเย็น……

     #ดรหิมาลัยผิวพรรณ

    #คุยกับดรหิมาลัย

    #drhimalai

    #ตำรวจ 

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments