77.เจาะซุ้มมือปืน

ตำนานมือปราบพระกาฬ ชลอ เกิดเทศ โดยกิตติพงศ์ นโรปการณ์

                                                            
ชลอในชุดซาฟารีสีนำ้เงิน สวมหมวกสไตล์นักสืบที่เรียกกันแฟลตแค๊ป หรือฮันติ้งแค๊ป หรือหมวกติงลี่สีเดียวกับชุด  ยืนกอดอกขมวดคิ้ว สายตากวาดมองสภาพที่เกิดเหตโดยรอบ พร้อมอัดบุหรี่เข้าปอดอย่างคนใช้ความคิดเป็นระยะ ขณะที่สมองก็จินตนาภาพไปตามรายงานโดยสรุปของผู้กองเบี้ยว พิภพ เบี้ยวไข่มุก
                    
“ มือปืนมามอเตอร์ไซค์ มึงเช่ือกู มันไปไหนไม่ไกลหรอก มันต้องมีที่พักที่ซุกรถอยู่แถวๆนี้ ยิ่งมีรถยนต์คอยคุ้มกันด้วย คงเอาไว้ใช้รับพวกมันขึ้นรถหนี ดีไม่ดี อาจมีรถสลับเปลี่ยนอีกคันสองคันเพื่อสะดวกต่อการหลบหนี….”
                    
เจ้าของอาณาจักรคุ้มพระลอพูดกับมันสมองของทีมอย่างมั่นใจก่อนกล่าวต่อ
                   
“เบี้ยว มึงรับหน้าที่ประสานตำรวจท้องที่ในเรื่องของการสอบสวน ว่าเขาทำอะไรตรงไหนไปแล้วบ้าง จะได้ไม่ซ้ำซ้อน

ดูเรื่องของการสอบปากคำนักร้องที่นั่งอยู่กับคนตายด้วยว่าแน่นหนาอะไรไหม มีพิรุธหรือไม่ จะเป็นนางนกต่อหรือเปล่า ขาดตกบกพร่องตรงไหนเราจะได้ไปซักต่อ 

รวมทั้งข้อมูลเรื่องปลอกกระสุน  เรื่องลายนิ้วมือแฝงบนแก้วเบียร์คนร้ายที่ตำรวจท้องที่เขาเก็บไว้ รวมถึงบรรดาลิ่วล้อไอ้เสี่ยปุ้ยคนตายด้วยวันน้ันใครอยู่ยังไง ยืนยังไง เอาให้ละเอียด  …..”

“ครับนาย….”
                    
ผู้กองเบี้ยว เสนาธิการประจำทีมนักสืบจากส่วนกลางกล่าวตอบพร้อมก้มหัวคำนับรับคำสั่ง แต่จังหวะจะถอยกลับเหมือนนึกขึ้นได้ หยิบภาพสเกตช์จากแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่ในมือยื่นส่งให้ชลอ
        
“โทษครับนาย….นี่ภาพสเกตช์ที่ตำรวจท้องที่สเกตช์จากปากคำพยานที่เห็นหน้าตาคนร้าย เขาว่าคล้ายไอ้เพชร โสธร ครับ……”
        
ชลอรับภาพสเกตช์มือปืนสังหารเสี่ยปุ้ยที่ถูกระบุว่าหน้าตาคล้าย เพชร โสธร มาดูอย่างพินิจ
        
“ภาพสเกตช์ เอาแน่ไม่ได้ ว่าแต่ใครบอกมึงว่าเหมือนไอ้เพชร โสธร วะ!!!…..”  
        
รองผู้บังคับการกองปราบปรามซักเสียงเข้มขึ้นมานิด แต่ยังได้ยินกันอยู่แค่เขากับผู้กองเบี้ยว
        
“พวกเพื่อนๆผมตำรวจท้องที่ชุดสืบสวนเมืองเชียงใหม่มันบอกมาครับ….”
        
ผู้กองหนุ่มตอบ ขณะที่ชลอแว่บนึกถึงชื่อของ เพชร โสธร  
         
มันเป็นมือปืนรับจ้างซุ้มท่าตำหนัก จังหวัดนครปฐม ตามแฟ้มประวัติมันมีชื่อจริง นายโสธร สุวรรณศรี

คดีอุกฉกรรจ์ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ร่วมกับนายโพธิ์ เจริญสุข มือปืนรับจ้างชาวจังหวัดเดียวกัน ควบปิกอัพไล่ยิงเจ้าพ่อหนังบริษัทไฟว์สตาร์ เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร เสียชีวิตขณะขับรถเบนซ์สปอร์ต 2 ประตู บนถนนพัฒนาการระหว่างทางกลับบ้านในคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์  
        
ลิ้นชักสมองนายตำรวจมือปราบถูกเปิดออกฟื้นความทรงจำ  ไอ้โพธิ์ คู่หูไอ้เพชร โสธร เกิดเมื่อปีพุทธศักราช 2495 ในตำบลห้วยพระ อำเภอดอนตูม ใช้ปืนออโตเมติกขนาด 11 มิลลิเมตร เป็นเขี้ยวเล็บคู่ใจ มีชื่อเสียงโด่งดังจากกิติศัพท์ยิงปืนแม่นอย่างกับจับวาง

บุคลิกส่วนตัวเป็นคนใจเย็น ไม่โผงผาง มีความนุ่มนวลอ่อนน้อม รสนิยมสูง แต่งตัวดี ใส่นาฬิกาโอเมก้าเรือนทอง ดื่มเหล้านอก สูบบุหรี่วินสตัน มองเผินๆแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นนักฆ่ารับจ้างที่กล้าแม้กระทั่งยิงตำรวจระยองตายห่างโรงพักไม่เท่าไหร่
        
ส่วนไอ้เพชร ที่หน้าตาคล้ายบุคคลในภาพสเกตช์ มือยิงเสี่ยปุ้ยอายุประมาณ 34 -35 ปี แก่กว่าไอ้โพธิ์ 5-6 ปี ถึงแม้จะเป็นคนจังหวัดนครปฐมเหมือนกัน แต่ช่วงหนึ่งมันไปใช้ชีวิตที่อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี เข้าสังกัดซุ้มมือปืนกำนันดังเจ้าพ่อภาคตะวันออก ก่อนกลับมาเปิดร้านปะยางที่บ้านเกิด อำเภอนครไชยศรี ในช่วงปี 2519
        
หลังก่อคดีฆ่าเจ้าพ่อหนังไทย ทั้งคู่หลบหนีการตามล่าของตำรวจสืบสวนเหนือ และชุดเฉพาะกิจที่พลตำรวจโทณรงค์ มหานนท์ รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปรามตั้งชุดไล่ล่า กระทั่งอีก 2 เดือนต่อมา ไอ้เพชร โสธร  และไอ้โพธิ์ เจริญสุขตกเป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง
         
เมื่อพันตำรวจโทมือปราบ รองผู้กำกับการตำรวจภูธรคนหนึ่ง นำกำลังไปล้อมจับไอ้เพชร-ไอ้โพธิ์ 2 มือปืนรับจ้างที่บ้านไม้ 2 ชั้นบ้านเช่าแห่งหนึ่งกลางเมืองพิษณุโลก

แต่เกิดการยิงปะทะดุเดือด รองผู้กำกับการผู้นี้พลาดท่า ถูกไอ้โพธิ์ยิงอกเกือบทะลุ บาดเจ็บสาหัส แต่จังหวะที่ถูกยิง พันตำรวจโทมือปราบลั่นกระสุน 11 มิลลิเมตรสวนกลับไป 2 นัด ก่อนลูกน้องจะเข้ามาหิ้วปีกออกมาตั้งหลัก
          
ส่วนไอ้โพธิ์ มือปืนสังหารเจ้าพ่อไฟว์สตาร์ คาดว่าน่าจะถูกยิงเจ็บ อีกทั้งถูกตำรวจเมืองพิษณุโลกส่งกำลังมาช่วยล้อมบ้านแหกวงล้อมไปไหนไม่ได้ ซ้ำยังถูกยิงแก๊สน้ำตากดดัน มันตัดสินใจเผาบ้านฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่ก็ทำให้บ้านใกล้เรือนเคียงวายวอดไปอีก 3-4 หลัง
         
ภายหลัง รองผู้กำกับผู้นี้มามาให้สัมภาษณ์ถึงนาทีเดือด ขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลว่า ถูกมือปืนนครปฐมที่แอบอยู่ข้างเตียงยิงใส่ขณะเข้าไปตลบมุ้งจับกุม

แต่รอดตายปาฏิหาริย์เพราะพุทธคุณพระเครื่องสมเด็จเกศไชโย กระสุนพุ่งถูกตลับพระทำให้วิถีกระสุนเปลี่ยนทิศ ไม่ถูกอวัยวะภายในที่สำคัญ
        
สำหรับ ไอ้เพชร โสธร มันหลบหนีไปได้หวุดหวิด และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนช่ือมันมาปรากฎอีกครั้งในคดีสังหารเสี่ยปุ้ย เสี่ยร้อยล้านเมืองเชียงใหม่ในขณะนี้
        
มีหลายคนเล่าให้ชลอ เบื้องหลังการล้อมจับไอ้โพธิ์ มือสังหารเจ้าพ่อไฟว์สตาร์ เกิดจากนายตำรวจคนนี้ทำปืนลั่นใส่ตัวเอง

เหตุเพราะตกใจเข้าไปเจอไอ้โพธิ์ที่หลบอยู่แบบกะทันหัน จนผงะเสียหลักหงายหลัง ทำให้เพื่อนตำรวจและลูกน้องรองผู้กำกับที่ไปร่วมล้อมจับด้วยเข้าใจว่าถูกคนร้ายยิงสวน เลยเผาบ้านสางแค้น
        
แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์บางฉบับยังลงข่าวทำนองสงสัยในประเด็นที่ว่า แต่ตำรวจท้องที่เมืองพิษณุโลกออกมาแก้ข่าว  อ้างว่าไอ้โพธิ์ อาจจะถูกรองผู้กำกับมือปราบคนดังยิงเจ็บกลายเป็นเสือลำบาก หนีไปไหนไม่ได้เพราะถูกล้อม เลยตัดสินใจจุดไฟเผาที่นอนหมอนมุ้งจนไหม้หมดทั้งบ้าน

ขณะที่ตำรวจไม่กล้าผลีผลามเข้าไปดับไฟเพราะเกรงจะถูกยิงสวน อีกทั้งตั้งใจจะจับเป็นคนร้าย เพื่อสาวหาตัวเพื่อนร่วมแก๊งและขบวนการจ้างฆ่าเสี่ยไฟว์สตาร์ราชาภาพยนตร์
        
ชลอไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เขาบอกกับคนที่มาเล่าให้ฟังสั้นๆว่า
         
“กูไม่รู้  กูไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ…”
        
หมดจากวาบความคิดถึง ไอ้เพชร โสธร  หัวหน้าทีมสืบสวนตามคำสั่งรองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม หันไปกวักมือเรียกผู้กองคก เจตนากร นภีตะภัฎ ที่แยกไปหาข่าวกับพ่อเลี้ยงอู๊ดเพื่อนชาวเชียงใหม่ สมัยที่ยังเรียนชั้นมัธยมในกรุงเทพมาด้วยกัน
                    
“เป็นไงมึง ได้เรื่องได้ราวอะไรมั้ย  ไอ้อู๊ดพ่อเลี้ยงเพื่อนมึง……”
                    
“ ก็ได้บ้างครับ มันบอกให้ลองไปเช็กข่าวไอ้คนชื่อจ๋อง เด็กเพชรบุรี ที่คุมบ่อนถั่วอยู่สารภีครับ..”
                    
ชายหนุ่มร่างใหญ่ หนวดเคราเฟิ้มอยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาดๆ ดูยังไงไม่น่าจะเป็นตำรวจยศร้อยตำรวจเอกตอบเบาๆเหมือนกระซิบ
         
ชลอหูผึ่งหลังได้ยินชื่อ จ๋อง มือปืนเพชรบุรีอีกครั้ง แต่ก็สะกดอารมณ์ไม่ได้แสดงหรือพูดอะไรออกไป ขณะที่ผู้กองคกให้ความเห็นส่วนตัวประกอบต่ออีกว่า
                    
“แต่ผมก็ไม่ค่อยเชื่ออะไรมันเท่าไหร่นะนาย พอรู้นิสัยมันอยู่…”
                    
“ทำไมวะ…”

ชลอถาม
                    
“มันนิสัยลูกคนรวยน่ะนาย พ่อมันทำธุรกิจไม้รายใหญ่ รู้จักสนิทสนมกับนายตำรวจนายทหารใหญ่โต รัฐมนตรีในบ้านเมืองหลายคน  เลยค่อนข้างกร่าง  เอาแต่ใจตามประสา

อีกทั้งประวัติมันก็ใช่ย่อย แสดงบารมีคับบ้านคับเมืองเชียงใหม่ อบายมุขมีอะไรมันก็ทำหมด อย่าว่าแต่ไนท์คลับของมันที่เปิดอยู่เจ็ดยอด และเป็นคู่แข่งกับไนท์คลับของเสี่ยปุ้ย มันยังทำบ่อนแข่งกันอีกด้วย”
                    
ผู้กองนักสืบกองปราบฯอดีตนักรักบี้ ทีมชาติไทยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ข้อมูลรายละเอียด
                    
“ แล้วมันบอกอะไรประวัติไอ้จ๋องบ้างมั้ย…”
                   
รองผู้บังคับการกองปราบหัวหน้าชุดถาม
                    
“ก็บอกมาเยอะเหมือนกันครับ ไอ้จ๋องมันเป็นเด็กเพชรบุรี ข่าวว่าตาบอดไปข้างเพราะถูกยิงสมัยมันตอนรุ่นๆ แต่ใจมันถึง หลังหายเจ็บมันออกจากเพชรบุรี ตระเวนไปทั่ว ยิ่งภาคตะวันออก เมืองชล เมืองจันทบุรี  รู้จักคนเยอะครับ

หน้าฉากตอนนี้มันวิ่งแผ่นเสียงให้ไพรวัลย์ ลูกเพชร นักร้องลูกทุ่ง ตามสถานีวิทยุต่างๆในเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง แต่เบื้องหลังคุมบ่อนถั่วให้เพื่อนมันคนนครปฐม อยู่ที่อำเภอสารภี …”
                    
นักสืบนอกเครื่องแบบตำรวจกองปราบฯยืนรายงานใกล้ๆ
         
ที่น่าสงสัย ผมให้ลูกน้องพวกนักเล่นนักเที่ยวหาข่าว หลังเกิดเหตุ  ไอ้จ๋อง หายตัวไปจากเชียงใหม่แล้วครับ…..”
        
นายตำรวจนักรักบี้รุ่นน้องรายงานถึงประเด็นสำคัญ
                    
ขณะที่นายตำรวจรุ่นพี่พยักหน้ารับ พร้อมคิดไปไกลไปเร็วตามสไตล์ ตามหลักพฤติกรรมมือปืนรับจ้างส่วนใหญ่จะคลุกอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่ง โดยเฉพาะนักร้องจากโซนจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดทางภาคตะวันตกอย่างสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ที่มีนักการเมืองระดับชาติคุ้มกะลาหัวอยู่ข้างหลัง
                    
สำหรับไพรวัลย์ ลูกเพชร ชลอรู้ประวัติมาบ้าง เพราะคุ้ยเคยอยู่กับนักร้องลูกทุ่งหลายวง
                    
ไพรวัลย์ ลูกเพชร ชื่อท้ายก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคนเพชรบุรี มีชื่อเดิมสมนึก นิลเขียว เป็นคนอำเภอบ้านแหลม อดีตเคยอยู่กับวงดนตรีของสุรพล สมบัติเจริญ ราชาลูกทุ่งที่ถูกยิงเสียชีวิตอย่างปริศนาเมื่อกลางเดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2511 ต่อมาออกตั้งวงดนตรีเอง

ตอนนี้มีเพลงดังหลายเพลง อย่างไอ้หนุ่มตังเก ที่ได้รับรางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทาน เมื่อปีพุทธศักราช 2521 และก่อนหน้าเมื่อปีพุทธศักราช 2514 ก็ยังได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากเพลงเบ้าหลอมดวงใจด้วย
                    
“ผืนแผ่นดินนี้มีชื่อว่าไทย ทุกหยดน้ำใจหลอมเข้าเป็นไทยสายเลือดเดียวกัน มีศาสนาและพระมหากษัตริย์ยึดมั่น มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เป็นมิ่งขวัญของชนชาติไทย
                    
พระเจ้าอยู่หัวของชาติไทยเรา เหมือนดั่งร่มเงาคุ้มเกล้าพวกเราให้ชุ่มฉ่ำใจ ทรงแผ่เมตตาไปถึงไพร่ฟ้าทั้งเหนือและใต้ ดังพ่อแม่คอยห่วงใยลูกรักอยู่ในอ้อมกอดตัว
                     
เบ้าหลอมดวงใจ ของคนไทยทั้งชาติ คือองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหมือนเรามีพ่อแม่เดียวกันร่วมครอบครัว พระเจ้าอยู่หัว คือศูนย์รวมใจประชา
                    น้อมเกล้าเคารพนพไหว้ทรงธรรม ทุกถ้อยน้ำคำร้อยเข้าดั่งพวงของช่อมาลา ด้วยจิตจงรักและภักดีของข้าฯบาทไพร่ฟ้า สละชีพเพื่อพระราชา เอาเลือดหลั่งทาเพื่อชาติไทย…”
        
เพลงเบ้าหลอมดวงใจ ชลอได้ยินตามงามเลี้ยงในโอกาสต่างๆเสมอ
                   
อย่างล่าสุด เพลงหนาวใจชายแดน ของไพรวัลย์ กำลังมาแรง  ลูกน้องชลอที่เคยเป็นตำรวจป่าตระเวนชายแดนนอนกลางดินกินกลางทราย รวมทั้งเขาที่เคยเป็นหัวหน้าตำรวจจังหวัดตาก จังหวัดชายแดน เคยนอนกลางดินกลางทรายไม่แพ้กัน  ก็คุ้นหูเพลงนี้ในท่อนฮุกทำนองคุ้นเคยอยู่
                    
“จงสุขใจเถิดผองชาวประชา สองแขนแนวหน้า เฝ้าป้องภัย
                    
ด้วยบุญบารมีคุ้มเกล้า เหล่าลูกไทย อีกองค์พระสยามเทวา สถิตฟากฟ้ายิ่งใหญ่
                   
เป็นพลังดังศูนย์รวมใจ แม้เท่ารอยตีนไก่ ใครอย่าแยกดินแดน……”
                           
เพลงดีทำนองไพเราะ ยิ่งติดหูชาวบ้านมากเท่าไหร่ ยิ่งแสดงถึงความมีมิตรสหาย ความมีพวกเยอะของคนวิ่งเพลงวิ่งแผ่นไปตามสถานีทั่งประเทศ  เพราะนั่นเท่ากับชื่อเสียงของนักร้องจะโด่งดังแล้ว ยอดขายแผ่นเสียงยอดขายเทปของนักร้องก็สูงตามไปด้วย  
        
พราะฉะนั้นคนวิ่งแผ่นเพลงอย่าง ไอ้จ๋อง ตาเดียว ก็ไม่น่าจะธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากตรงไหนที่เขาจะตามตัวนักบู๊คนดังเพชรบุรี ที่มาหากินถึงเชียงใหม่ถิ่นเมืองเหนือ
                            
ชลอ เดินพลางคิดพลางก่อนไปหยุดอยู่ที่โต๊ะของมือปืนชุดซาฟารีที่กล้าหาญชาญชัยบุกเดี่ยวเข้ามายิงเสี่ยนักธุรกิจร้อยล้านเมืองเชียงใหม่ตายคาถิ่นแล้วมองหันกลับมาที่โต๊ะเสี่ยปุ้ยที่เสียทีถูกฆ่าในถ้ำของตัวเอง พร้อมซักถามผู้กองเบี้ยวที่เดินตามมา     
        
“แล้วประเด็นสังหารได้ถามเมียเสี่ยปุ้ยบ้างไหม……”    
         
“คือทางคุณวาสนา เมียคนตายเขาบอกว่า ขอดูแลงานศพเสี่ยปุ้ยก่อน และก็ประสานมาทางโรงแรมให้อำนวยความสะดวกกับทางเราครับ

แต่เบื้องต้นเขายืนยันว่า ไม่ได้มาจากเรื่องในครอบครัวแน่  ถึงรู้ว่าเสี่ยปุ้ย ชอบไปหาความสุขเล็กๆน้อยๆกับสาวๆนักร้องนอกบ้าน…..”
        
ร้อยตำรวจเอกพิภพบอกกับรองผู้การหัวหน้าชุดสืบสวน ก่อนกล่าวต่อ
        
“นอกจากเรื่องธุรกิจในเชียงใหม่ ทั้งเรื่องบ่อนการพนัน ธุรกิจกลางคืน ทางพนักงานสอบสวนท้องที่เขายังตั้งประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่นานมานี้ เสี่ยปุ้ยคนตาย เพิ่งไปเซ้งกิจการโรงแรมแห่งหนึ่งโคราช และปรับปรุงใหม่ใหญ่โตเหมือนที่เชียงใหม่ อาจจะมีคู่แข่งเสียผลประโยชน์ไม่พอใจจ้างมือปืนมายิงก็ได้……”
        
“ทำโน่นทำนี่เยอะจริง ไอ้ปุ้ย คงไม่ใช่ไปทำบ่อนเหมือนที่นี่อีกนะ….”
        
ชลอพูดเบาๆคนเดียว เพราะใจเขาตอนนี้มุ่งไปที่การสืบหาตัวมือปืนที่เชื่อว่ามาจากเมืองเพชรบุรีและนครปฐม เป็นหลักโดยเฉพาะบุคคลที่ชื่อ จ๋อง ตาเดียว  
        

จากโต๊ะที่เกิดเหตุ ชลอให้ผู้กองเบี้ยวพาไปดูจุดที่มือปืนซาฟารีวิ่งออกจากห้องอาหารไปหน้าโรงแรมกระโดดขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนี โดยมีรถเก๋งสีแดงที่เชื่อว่าเป็นรถคุ้มกันวิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็ว
         
รองผู้การกองปราบปราม อัดควันบุหรี่ 555 เข้าปอดอีกครั้ง ก่อนปักก้นบุหรี่ลงที่เขี่ยบุหรี่แสตนเลส แล้วเรียก2นายตำรวจคู่ใจเข้ามาสั่งการ
        
“ไอ้เบี้ยว มึงกับลูกน้องรอกูอยู่ที่เชียงใหม่ พยายามรวบรวมรายละเอียดตามที่กูสั่งให้มากที่สุด ส่วนไอ้คก รีบกลับไปนอน ไม่ต้องเที่ยวไหน พรุ่งนี้มึงกลับกรุงเทพฯกับกู…….”
        
จากนั้นชลอหันกลับเดินไปที่รถเบนซ์ของเขา โดยมีจ่าตั๋น จ่ายะ เดินตามไปอย่างรวดเร็ว
          
เปิดประตูก้าวขึ้นรถได้ นายตำรวจหนุ่มคู่ปรับมาเฟียไบคาน หยิบสมุดบันทึกเบอร์โทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเอกสาร เปิดหาเบอร์ที่ต้องการอย่างรวดเร็วก่อนยกหูโทรศัพท์เคลื่อนที่โทรศัพท์หาใครคนหนึ่งทันที