90. เมื่อถึงเวลา อะไรก็หยุดไม่อยู่

ตำนานมือปราบพระกาฬ ชลอ เกิดเทศ โดยกิตติพงศ์ นโรปการณ์

                    
หลังวางสายโทรศัพท์กับเสี่ยฮุกราชาค้าไม้ชายแดนไทย-พม่า ที่ทั้งคู่สนิทสนมกันมาตั้งแต่ก่อนหน้าที่เขาจะเป็นผู้กำกับการตำรวจภูธร จังหวัดตาก

ชลอให้เด็กรับใช้ในบ้าน ออกไปเรียกจ่าตั๋นที่อยู่ในห้องพักหน้าบ้านที่ปลูกใหม่เป็นแถวยาว ให้เข้ามาพบ ก่อนสั่งให้ติดต่อจ๋อง ตาเดียว นักเลงเมืองเพชรบุรี ติดต่อกลับมาหาเขาด่วน
                  
แต่ความคิดความอ่านของชลอถูกระงับ เมื่อมีเด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยในชุดนักเรียนวัย 12และ10 ขวบ 2 คนวิ่งเข้ามาหาเขา ตะโกนเจี๊ยวจ๊าวส่งเสียงเรียกพ่อดังลั่นด้วยความดีใจ
                 
ชลอดึงปู-ชนม์ยืน และปลา-กุมาริกา 2เชื้อไขเขาที่เกิดกับตุ๊กตา-นันทวัน ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทิ้งเขาไป จากการที่ไม่มีเวลาให้เหมือนอาชีพอื่นๆ เพราะต้องทุ่มเทให้กับงานราชการในหน้าที่ และเพราะด้วยหน้าที่อีกนั่นแหละ ทำให้เขาไม่ได้พบหน้าลูกน้อยทั้งคู่มาเกือบๆ2อาทิตย์
        
เขากอดรัดหอมฟัด 2 สายโลหิตตัวน้อยด้วยความชื่นใจ แต่เวลาแห่งความสุขมันมาแค่ประเดี๋ยวประด๋าว           
        
” ไปเร็วลูก เดี๋ยวไม่ทันโรงเรียน….”
                    
เสียงของใหญ่-สุรางค์ พลทรัพย์ สาวร่างระหงคนอยุธยา ที่อายุห่างจากชลอ10กว่าปี เรียกเตือน 2 ลูกน้อยของคนรักนายตำรวจหนุ่ม ที่เธอคอยดูแลเหมือนแม่แท้ๆ
                  
นายตำรวจมือปราบหอมแก้มลูกชายและลูกสาวคนละฟอด ก่อนตบก้นตบไหล่เป็นสัญญาณว่าเวลาของพ่อลูกทั้ง3 คนหมดลงอีกแล้ว
                  
ขณะที่เด็กน้อย2คนวิ่งไปหา “แม่ใหญ่”อย่างเชื่อฟัง ส่วนชลอได้แต่ส่งยิ้มให้สาวคนรัก ที่หันหลังกลับพาลูกชายและลูกสาวเดินออกประตูบ้านไปขึ้นรถ โดยมีจ่าตุ๋ยตำรวจ ลูกน้องที่ชลอไว้ใจทำหน้าที่เป็นสารถี
        
ถึงแม้ ไอ้หยอง สมชาย พงษ์สว่าง ทายาทมาเฟียไบคาน คู่ปรับเก่า จะหนีคดีอาญาเมืองไทยกลับไปประเทศบ้านเกิดปากีสถาน แต่ชลอยังคงไม่วางใจ ยังระมัดระวังตัวและครอบครัวอยู่ตลอดเวลา เพราะเขายังเชื่อว่าอิทธิพลของมันและลูกน้องในเมืองไทยยังมีอยู่ไม่น้อย
                  
ไม่เช่นนั้น พันเอกทหารทายาทจอมพลคนดัง คงไม่เสนอเป็นตัวกลางขอรอมชอมความบาดหมางระหว่างมันกับเขา พร้อมฝากคำปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการตายของกุ้ง-ชอบรบ เกิดเทศ ลูกชายคนโตของเขามาด้วย
                
พันเอกหนวดงามเอ่ยปากทำตัวเป็นท้าวมาลีวราชกับชลอ ขณะที่ทั้งคู่อยู่ที่ด้วยกันในโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งริมถนนวิภาวดีรังสิต สถานที่ที่ ณรงค์หรือพี่รงค์ ผู้กว้างขวางอีกคนของเมืองกรุง มาเปิดห้องหับทำเป็นบ่อนไฮโล โดยมีเพื่อนฝูงในแวดวงต่างๆแวะเวียนเข้ามาแทบทั้งวันทั้งคืน
                
ชลอเชื่อว่า เหตุที่พันเอกคนนี้กล้ามาขอเรื่องนี้ เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับกรมตำรวจ ให้เขาจัดกำลังไปอารักขาพันเอกหนุ่มผู้นี้ในภารกิจบางอย่าง ที่ชลอเชื่อว่าเป็นเรื่องที่น่าจะผิดปกติ
                  
แต่เขาไม่ได้เอ่ยปากถามเพราะเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชาสั่งลงมา
               
ที่แน่ๆวันนั้น ชลอ พญายมของโจรร้ายเมืองไทย ปฏิเสธว่าที่ท้าวมาลีวราชไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม และเตือนพันเอกที่เริ่มไร้บารมีผู้นี้ว่า ถ้ารักจะคบกัน ขออย่ามายุ่งเรื่องนี้อีก
                   
 ——————————————————–
              
พระอาทิตย์เกือบจะตรงหัว นักธุรกิจรุ่นน้องอาคันตุกะของชลอ ปรากฏตัวพร้อมบรั่นดี เฮนเนสซี่ XO เครื่องดื่มของโปรด ที่เสี่ยฮุก ติดไม้ติดมือนำมาเป็นบรรณาการ 1ลัง
                
ชลอเชื้อเชิญแขกของเขากินข้าวเที่ยงในบ้านที่จัดเตรียมต้อนรับ ด้วยความสนิมสนมที่มีให้กัน เพราะนอกเหนือจากการให้เสี่ยฮุกคอยเป็นหูเป็นตา คอยประสานทหารพม่าทหารกะเหรี่ยงฝั่งนั้น ดักตะครุบผู้ต้องหาที่ก่อคดีในเมืองไทยแล้วหลบหนีข้ามชายแดน  เสี่ยฮุกไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง ซ้ำยังเปรียบเป็นกระเป๋าเงินให้นายตำรวจหนุ่มในเรื่องการไปทำคดีต่างๆมาตลอด
        
บนโต๊ะกินข้าว ที่นั่งกันอยู่ 2 คน ชลอซักปัญหาของนักธุรกิจไม้หนุ่มที่ดั้นดั้นข้ามภาคไปขอสัมปทานป่าไม้ถึงภาคใต้ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จนเจอดี
                  
“ไม่เอาแล้วพี่ลอ ทำไปคงรบกันไม่เลิก เสียเวลาทำมาหากินหมด…….”
                  
เสี่ยหนุ่มราชาไม้ภาคตะวันตกที่หาญกล้าขยายเขตข้ามฟากไปทำไม้ที่ป่าท่าชนะ ภาคใต้ พูดยอมแพ้
                 
” แต่ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นพวกเรียกค่าคุ้มครองจริงๆ เพราะเท่าที่ผมได้ยิน ไอ้พวกนี้ มีแต่พวกโจรไข่หมูก แล้วมันไม่น่าขึ้นมาหากินไกล เพราะเท่าที่รู้ ส่วนใหญ่พวกมันจะวนเวียนแถวพัทลุง แถวนครศรีธรรมราช

แต่รายนี้น่าจะเป็นฝีมือไอ้คู่แข่ง เจ้าถิ่นที่ทำไม้จัดคนมาราวีผม แต่ไหนๆจะเลิกทั้งที เอาให้รู้ซะหน่อย……”
                  
“แล้วมึงจะเอายังไง…..”

ชลอถามความต้องการ
                    
”  คงต้องรบกวนพี่ลอ หาคนไว้ใจได้ลงไปช่วยผมเรื่องนี้ให้ด้วย…….”
                  
ทั้งคู่คุยกันถึงรายละเอียดเรื่องนี้สักพัก ก่อนเสี่ยฮุกจะเดินทางกลับ โดยไม่ลืมยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกไว้ให้
        

 ชลอคาดไว้ในใจตั้งแต่แรก ถึงให้คนตาม จ๋อง ตาเดียว มาพบ เขาตั้งใจให้ไปทำงานชิ้นนี้ อีกอย่างก็อยากจะลองดูฝีมือว่า จิตใจจะขนาดไหน
        
 ภายหลังที่ จ๋อง ตาเดียว หนุ่มรูปงามภายใต้แว่นตากรอบทองอันเป็นสัญลักษณ์ เข้าพบชลอ หลังกลับจากธุระที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งคู่ได้คุยถึงเรื่องคดีเสี่ยปุ้ย ซึ่งได้ทราบว่า ตอนนี้พ่อเลี้ยงอู๊ดคู่ปรับ หลบไปตั้งหลักอยู่ที่ประเทศรัสเซีย อ้างไปติดต่อธุรกิจ หลังพนักงานสอบสวนออกหมายจับในข้อหาผู้จ้างวาน พร้อมเจ้าฟ้าคราม ผู้จัดการบาร์คู่แข่งคนสนิทพ่อเลี้ยง ตัวไขกุญแจพิชิตคดี
        
หนุ่เมืองเพชร ที่มีชื่อติดอยู่ในสารบบมือปืนของตำรวจ ทั้งๆที่เจ้าตัวปฏิเสธไม่เคยรับจ้างไปยิงใคร รับปากทันทีที่ชลอสั่งให้ไปสางปัญหาเสี่ยฮุก  
        
ชลอให้ จ่ายะ ตำรวจคนสนิทอีกคนซึ่งเป็นคนใต้โดยกำเนิด และเป็น 1 ใน ตำรวจคนสนิทที่ชลอไว้ใจ ร่วมเดินทางไปด้วย  โดยให้ จ่ายะ พาหนุ่มเมืองเพชรบุรี ไปพูดคุยรายละเอียดเรื่องนี้กับเสี่ยฮุก ราชาค้าไม้อีกครั้ง
        
ถัดไปไม่ถึง 2 อาทิตย์ ทั้งคู่กลับมารายงานถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายถูกจัดการเสร็จสิ้นเรียบร้อย ถือว่าเป็นการผ่านด่านทดสอบจิตใจหนุ่มเพชรตาเดียวไปโดยปริยาย เพราะจ่ายะ แอบพูดให้ผู้บังคับบัญชาหนุ่มฟัง
        
“ มันใช้ได้เลยครับนาย…..”
        
ถัดไปอีกวันสองวัน ชลอเห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ มีเหตุ 3 หนุ่มถูกยิงเป็นศพร่างพรุน อยู่ในขนำกลางป่าลึก ในเขตอำเภอท่าชนะ เนื้อหาในข่าวเป็นทำนองว่า น่าจะหักหลังกันเองในเรื่องผลประโยชน์ หรือถูกฆ่าล้างแค้นจากกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่ยังคงอิทธิพลอยู่ในแถบนั้น
        
——————————————————————————
        
มันเป็นจังหวะเวลาน้ำขึ้นของชีวิต เพราะหยิบจับอะไร จะทำอะไรก็ดีไปหมด หลังจากพิชิตคดีอุกฉกรรจ์ให้กองปราบปรามหลายคดี ชื่อเสียงของมือปราบอิทธิพลไบคานยิ่งทวีความโด่งดังขึ้นเรื่อยๆในทุกวงการ
        
โดยเฉพาะวงการกีฬา สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ ที่ชลอทำหน้าที่เป็นอุปนายก และผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติ  นอกจากการเป็นประธานสโมสรฟุตบอลให้กับทีมตำรวจแล้ว ชลอยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้จัดการทีมชาติไทย คว้าแชมป์คิงส์คัพครั้งที่ 9 แชมป์ซีเกมส์ และยังพาสโมสรตำรวจคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วย ข.
        
เหล่านี้มาจากความที่นายตำรวจหนุ่มนักกีฬามีเพื่อนฝูงอยู่ในหลายวงการ แต่ละคนพร้อมสนับสนุนในเรื่องต่างๆ ถึงหลังฉากแต่ละคนจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง
        
จนในที่สุด เมื่อทุกอย่างพร้อม อะไรก็ต้านไว้ไม่อยู่   
        
———————————–
        
เย็นวันที่ 27 สิงหาคม พุทธศักราช 2525
        
ก่อนวันคล้ายวันเกิดครบ 44 ปีเต็มของพันตำรวจเอกชลอ
        
ขณะที่ชลอกำลังคุมนักเตะทีมชาติไทยซ้อมฟุตบอลอยู่ที่สนามศุภชลาศัย เขาได้รับโทรศัพท์ด่วนจาก
พันตำรวจโทอัมรินทร์ เนียมสกุล รองผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม 1 นักสืบนักเรียนนอกดีกรีเอฟ.บี.ไอ.ว่า คว้าตัว
“ไอ้เล่” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่า ข้อหาปล้นและชิงทรัพย์ธนาคารมาได้ และเพิ่งเอาตัวไปไว้ในเซฟเฮ้าส์ ลาดพร้าวซอย 15
        
ชลอเอาผ้าซับเหงื่อ ก่อนสั่งให้จ่าตั๋น จ่ายะ และจ่าอ๋อย 3 ตำรวจคนสนิทเตรียมรถไปยังที่นัดหมาย
        
สำหรับ ไอ้เล่ เป็นเป้าหมายที่ชลอให้โจทก์รองผู้กำกับการหนุ่มนักเรียนนอกไปหาตัว  หลังไอ้เหน่ สายลับตัวกลั่นของชลอ คาบข่าวมาบอก เพราะได้ยินว่ามันและพวกเตรียมจะเข้าปล้นธนาคารแห่งหนึ่งในไม่ช้าไม่เร็วนี้
        
“มันยังปฏิเสธ ไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียวครับพี่ลอ…..”
        
 รองแป๋ง เข้ารายงานเบื้องต้นทันทีที่เห็นผู้บังคับบัญชาหนุ่มเข้ามาในเซฟเฮ้าส์อดีตบ้านเมีย “ไอ้แสบ แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ อดีตนักมวยแชมป์โลกคนดัง ที่ต้องขายทิ้งเพราะพิษผีพนันให้กับเจ้าพ่อปากน้ำ -วัฒนา อัศวเหม และยกให้นายตำรวจหนุ่มเอามาใช้เป็นจุดนัดหมาย จุดรวมกำลัง และที่พักให้กับตำรวจเด็กๆบางคนที่ยังไม่มีทีพัก หรือมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด
        

นายตำรวจหนุ่มตรวจเอกสารหมายจับไอ้เล่อยู่ชั่วครู่ ก่อนส่งคืนให้รองแป๋ง พร้อมๆกับหันไปมอง“ไอ้เล่” ซึ่งถูกจับปิดตาถอดเสื้อเหลือแต่กางเกงในตัวเดียว นั่งสั่นอยู่กับพื้นปูนห้องทำครัวหลังบ้าน ท่าทางสะบักสะบอมไม่น้อย
        
“แข็งนักหรือมึง…….”
        
ชลอพูดจบแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ ยกแข้งขวาดีดใส่ลำตัว ไอ้เล่ ที่นั่งอยู่ถึงกับเอียงล้มลงไปกับพื้น
        
“ไอ้เปี๊ยก… มึงออกไปซื้อน้ำแข็งมาเยอะๆ ซื้อเกลือมาด้วย เอามาหลายๆถุง ไปเร็วๆ……”

นายตำรวจมือปราบสั่ง
        
เปี๊ยกหนวด พ่อบ้านเซฟเฮ้าส์ลาดพร้าว 15 ทำท่างงๆว่าชลอจะทำอะไร แต่ก็เก็บความสงสัย และรีบออกไปดำเนินการตามสั่ง
        
ส่วนชลอ สั่งให้ตำรวจลูกน้องที่เหลือ ไปช่วยกันเข็นโอ่งขนาดใหญ่ที่ไว้เก็บน้ำฝนข้างนอกตัวบ้านเอามาไว้ในห้อง แล้วเอาน้ำใส่เกือบเต็ม ส่วนชลอ เจ้าของความคิดที่ยังไม่มีใครทายใจได้ว่าจะทำอะไร สั่งให้ลูกน้องรินบรั่นดีมาให้เขาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายใจ
        
ตามมาด้วยการสั่งให้ลูกน้องช่วยกันอุ้ม ไอ้เล่ ยกไปใส่โอ่ง  ส่วนเขานั่งเขย่าน้ำสีอำพัน บรั่นดีรสนุ่มที่อยู่ในแก้วก้านสั้น ก่อนกระดกลงลำคอนั่งดูอย่างใจเย็น
        
“ เปิดผ้าผูกตามันออก ให้มันรู้ว่ามันคุยอยู่กับใคร…….”
        
หลังสายตาทั้งคู่ปรับแสงได้ ไอ้เล่ ที่ถูกแช่น้ำอยู่ในโอ่งมองชลอ แต่แค่สบสายตาชลอที่เปรียบเหมือนเสือจ้องตะครุบเหยื่อ มันรีบก้มหน้าหลบวูบลงทันที ส่วนใจกำลังคิดว่าอนาคตอันใกล้นี้ อะไรกำลังเกิดกับตัวมันที่ถูกแช่อยู่ในโอ่งน้ำโผล่มาแค่คอขณะนี้
        
ไม่นาน เปี๊ยกหนวดก็กลับมาพร้อมกับสิ่งของตามที่ผู้เป็นนายสั่ง
        
“เอ้า..คราวนี้จะรับหรือไม่รับ…..”

ชลอซักเสียงเข้ม และเมื่อเห็นไอ้เล่ ยังคงก้มหน้านิ่งเงียบ เขาสั่งให้เปี๊ยกหนวดเทน้ำแข็งลงไปในโอ่ง        
        
“เทเกลือลงไปด้วย…….”

ชลอสั่งอีก
        

คราวนี้ลูกน้องชลอหลายคนเริ่มคิดออกแล้วว่าเจ้านายเขากำลังจะทำอะไร