“ผู้การหมอสืบภาค2” รวบ6ผู้ต้องหาเครือข่ายถอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลางห้างฯ เมืองแปดริ้ว ยึดเงินสด 770,000 บาท”
ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 2 นำโดย พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 , ตำรวจสืบสวนภาค 1 และ ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี ได้ร่วมสืบสวนติดตามเครือข่ายถอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนสืบทราบว่ามีกลุ่มคุมคนไทยรับจ้างถอนเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร
การสืบสวนพบว่ากลุ่มนี้แบ่งหน้าที่ชัดเจน มีทั้งทีมสั่งการ ทีมจัดหาบัญชีม้า และทีมควบคุมผู้ที่ไปถอนเงิน ใช้คนไทยเป็นผู้ถอนเงินสดจากบัญชีม้า ผ่านหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ จว.ฉะเชิงเทรา ได้รวบรวมข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบยังธนาคารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองฉะเชิงเทรา
กระทั่งบ่ายวันที่ 29 ส.ค.68 ตำรวจสืบสวนภาค2 เข้าจับกุมผู้ต้องหา กลุ่มคนไทยที่เกี่ยวข้องกับขบวนการถอนเงินสดให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บริเวณธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองฉะเชิงเทรา ได้ 6 คน เป็นเจ้าของบัญชีม้า 2 ราย และผู้ควบคุมการถอนเงินอีก 4 ราย
พร้อมของกลางเป็นเงินสด 770,000 บาท ทั้งนี้พบว่ามีเงินอีก 790,000 บาท โอนเข้าบัญชีม้า แต่เจ้าของบัญชีม้าถูกจับกุมเสียก่อน จึงยังไม่ได้ถอนหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร
ตรวจสอบข้อมูลในระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น. มีผู้เสียหายแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกว่าเป็นพนักงานบริษัท Ais
แจ้งผู้เสียหายว่ามีคนนำบัตรประชาชนผู้เสียหายไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ โดยเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวเกี่ยวข้องคดียาเสพติดและคดีฟอกเงิน ข่มขู่จนเกิดความกลัว และหลอกให้โอนเงิน 500,000 บาท เข้าบัญชี น.ส.พนิดา ศรีสวัสดิ์ และบัญชี นายประวิทย์ พิมพ์สอน 500,000 บาท เป็นบัญชีม้า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ความเสียหายรวมทั้งสิ้น 1,000,000 บาท
หลังรับแจ้งเหตุ ตำรวจสืบสวนภาค 2 ลงพื้นที่และ จับกุมผู้ต้องหาได้ทันที พร้อมยึดเงินที่ได้จากการหลอกลวงส่วนหนึ่งไว้เป็นของกลาง
จากการซักถามเกี่ยวกับสัดส่วนการแบ่งผลประโยชน์ได้ความว่า เจ้าของบัญชีม้าได้รับส่วนแบ่งบัญชีละ 3,500 บาท ส่วนทีมควบคุมการถอนเงิน ได้ส่วนแบ่ง 2.2% จากยอดเงินที่ถอนได้
เงินทั้งหมดที่ได้จากการถอนจะนำส่งให้กับคนไทยไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าดูในกลุ่มแชตสนทนาแอปพลิเคชั่นเทเลแกรม แล้วจะสั่งการให้บุคคลมารับเงินกับกลุ่มผู้ต้องหาอีกทอดแต่ละครั้งไม่ซ้ำหน้ากัน ผู้ต้องหาที่ควบคุมการถอนเงินดังกล่าว ก่อเหตุมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ส่ง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฏหมาย
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, เป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อขายให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีธนาคาร, เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก ฯ ,ร่วมกันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร และร่วมกันฟอกเงิน” โดยจะขยายผลดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป และดำเนินการคืนเงินของกลางให้ผู้เสียหายตามขั้นตอน
ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนทุกคนว่า บัญชีม้าถือเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการจัดหาบัญชีม้ามีความผิดฐาน เป็นธุระจัดหาบัญชีม้า มีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี ปรับ 500,000 บาท ผู้เปิดบัญชีม้า มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 300,000 บาท
ที่ผ่านมาศาลลงโทษจำคุกเกือบทุกราย ขอให้ประชาชนอย่าเข้าไปมีส่วนร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งการจัดหาบัญชีม้า และเป็นผู้เปิดบัญชีม้า หรือนำพาบัญชีม้า
นอกจากนี้แล้ว หากบัญชีม้ามีเงินจากการฉ้อโกง หลอกลวงโอนเข้าบัญชีจะมีความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชน , อั้งยี่ ซ่องโจร , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ,รวมทั้งข้อหาฟอกเงิน และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อีกส่วนหนึ่งด้วย