“คือเรื่องจริงหรือว่าฝันไปเธอเป็นใครทำไมช่างเหมือนในฝัน
เพียงแรกพบสบตา ก็รู้ว่าคือคนนั้น คนที่อยู่ในฝันเรื่อยมา”
ได้ยินเพลง “กลางหัวใจ” ทีไรก็ทำให้นึกถึงความเรื่องราวความรักของ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ตอท.) หรือผู้การท็อป นรต. 46 ซึ่งได้บอกเล่าถึงเรื่องราวรักแรกพบที่มีต่อ “คุณจอย” ภรรยาคนสวยที่เคียงคู่อยู่ด้วยกันมาร่วม 20 ปี
คอลัมน์แม่บ้านตำรวจวันนี้ เด็ดดาว จะพาไปรู้จักรักแท้ของผู้การท็อปกันค่ะ ที่มาพร้อมความอบอุ่นจนมีพยานรักถึง 3 คน


คุณชญานี เกริกกฤตยา (นามสกุลเดิม กรรณสูต) หรือคุณจอย สาวน้อยผู้เรียบร้อยและอ่อนหวานดีกรีปริญญาโทจากประเทศออสเตรเลีย เป็นลูกสาวคุณไกรสีห์ กรรณสูต อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
เธอได้รู้จักกับผู้การท็อป ตั้งแต่สมัยยังเป็นสารวัตรจราจรสน. ดินแดง ผ่านการแนะนำจากผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณพ่อ
หลังจากที่คบหากันเพียงไม่กี่เดือนฝ่ายชายที่มีความจริงใจและจริงจัง ซึ่งเข้าทางผู้ใหญ่ก็ได้ขอหมั้น จากนั้นไม่นานก็แต่งงานกัน
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้คุณจอย ก็ไม่ได้ชอบตำรวจมาก่อน เนื่องจากเคยเห็นพฤติกรรมไม่ดีของตำรวจที่ไปรบกวนธุรกิจของคุณแม่เธอ

แต่พอคุณจอยได้มาสัมผัสกับตำรวจหนุ่มนายนี้ ทำให้ได้รู้ว่าตำรวจนั้นก็เหมือนอาชีพอื่นที่มีทั้งคนดีและไม่ดี เหมือนกับเหรียญที่มี 2 ด้าน
ส่วนความเจ้าชู้ของผู้ชายในเครื่องแบบเธอก็ไม่ได้รู้สึกกลัว เพราะเชื่อว่าขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนตัวมากกว่าไม่ได้อยู่ที่อาชีพ
รักชนะทุกอย่าง
คุณจอย บอกว่า ผู้การท็อป มีความเป็นผู้ใหญ่เพราะอายุมากกว่าเธอถึง 11 ปี และก็มีความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นคนรักที่ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เขาเป็นผู้ชายที่มีความชัดเจน จริงใจ มีเหตุผล
ที่สำคัญคือพี่ท็อปเป็นคนที่รักครอบครัวมาก เราได้เห็นความรักของพี่ท็อปที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ของเขา และความรักความเคารพที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ของเรา ก็คือไม่แตกต่างกันเลย คุณจอยจึงมั่นใจว่า ผู้ชายคนนี้จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้
ประกอบกับตอนที่คบกันก็อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่โดยตลอด ดังนั้นมั่นใจว่าพ่อแม่ของเธอได้พิจารณาแล้วว่าสิ่งไหนที่ดีสำหรับลูก ซึ่งพี่ท็อปก็ตอบโจทย์และผ่านด่านมาได้อย่างฉลุยค่ะ


คำมั่นสัญญา
ตั้งแต่วันแรกที่เราคบกัน และแต่งงาน พี่ท็อปไม่เคยผิดสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะเป็นพ่อที่ดีและเป็นสามีที่น่ารัก จนถึงทุกวันนี้ไม่เคยมีเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ
แม้พี่ท็อปจะต้องทุ่มเทเวลาในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ซึ่งเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน แต่สำหรับบทบาทในฐานะหัวหน้าครอบครัว พี่ท็อปก็ไม่เคยละเลยแม้แต่น้อย สามีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด คุณจอยจึงเห็นว่านั่นไม่ใช่สัญญาปากเปล่าแต่เขาทำได้จริง
เธอคือทุกสิ่ง
ด้วยอาชีพตำรวจที่เวลาไม่เหมือนใคร คุณจอยจึงขอทำหน้าที่ดูแลหลังบ้านอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้สามีไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะพี่ท็อปจะมีเวลาให้ครอบครัวได้เต็มที่ก็เฉพาะช่วงเสาร์ – อาทิตย์ เธอจึงขอเลี้ยงลูกทั้ง 3 คนเอง คือน้องเบส น้องบอส และน้องบูเก้ ซึ่งอายุเรียงลำดับกันไป 17-16 และ 13 ปี
สำหรับน้องเบสเรียนอยู่ที่สาธิตปทุมวัน EP ส่วนน้องบอสและน้องบูเก้เรียนอยู่ที่ Wells International School

ลูกชายคนโตของบ้านเขาจะเน้นด้านวิชาการ ส่วนน้องบอสและบูเก้ชอบเล่นกีฬาแบดมินตันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทั้งคู่ชื่นชอบกีฬาแบดอย่างมากโดยเฉพาะน้องบูเก้ จะไปแข่งขันในรายการใหญ่ ๆ ของสมาคมแบดมินตันทุกปีค่ะและคว้ารางวัลมาฝากเสมอค่ะ
ในฐานะแม่เราต้องดูแลทุกอย่างทั้งด้านวิชาการและกีฬาตามความถนัดของลูกแต่ละคน เรียกได้ว่าผลักดันสานฝันให้ลูกแต่เราไม่เคยกดดันลูกนะคะ อยากให้ลูกมีความสุขและเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคม ซึ่งลูก ๆ ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีค่ะ
เป็นลูกตำรวจต้องอดทน
คุณจอยบอกว่า ลูก ๆ เข้าใจดีค่ะว่า คุณพ่อมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ พี่ท็อปก็จะพูดกับลูกเสมอว่า
“เป็นลูกตำรวจต้องอดทน ภารกิจของพ่อไม่เหมือนคนอื่น เพราะต้องรับผิดชอบงานทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการ จำไว้นะลูกรักถึงแม้เวลาของพ่อจะไม่เต็มร้อย…
แต่ความรักความอบอุ่นพ่อไม่เคยน้อยไปกว่าใคร พ่อกล้าการันตีว่าความรักที่มีนั้นเกินร้อยแน่นอน”
ลูก ๆ ก็เข้าใจคุณพ่อดีค่ะ ส่วนตัวเธอเองก็ไม่เคยน้อยใจสามีในเรื่องเวลา เพราะแค่ดูแลลูกก็หมดเวลาที่จะต้องมาคิดเรื่องนี้แล้ว ส่วนใหญ่เราจะใช้เวลาร่วมกันในการรับประทานอาหารพูดคุยกันอย่างสนุกและเป็นกันเองในทุกเรื่อง
แนวคิดชีวิตคู่
สำหรับหลักในการครองเรือน คุณจอยบอกว่า นอกจากจะเป็นภรรยาแล้วยังต้องเป็นเพื่อนคู่คิดเป็นมิตรคู่เรือนอีกด้วยค่ะ ต้องเชื่อใจให้เกียรติและพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล
กำลังใจจากหลังบ้าน…สำคัญเสมอ
เธอรู้ว่าผู้การท็อปงานเยอะมาก ยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบก็สูงขึ้นตามไปด้วย เข้าใจเลยว่าสามีก็จะเหนื่อยมากขึ้น
เราก็จะบอกว่าไม่ต้องห่วงหรือกังวลอะไรทั้งเรื่องลูกและเรื่องทางบ้าน เราจัดการรับผิดชอบเองได้ทั้งหมด ขอให้เขาทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ สมกับที่ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจ ไม่ต้องห่วงทางนี้เลยค่ะ
เธอยังได้ฝากถึงภรรยาตำรวจด้วยว่า ต้องเข้าใจการทำงานของสามีและเป็นกำลังใจให้หัวหน้าครอบครัวของเราด้วยค่ะ ถ้าวันไหนเขากลับบ้านไม่ตรงเวลาก็อย่าไปน้อยใจหรือคิดมาก เพราะงานตำรวจต้องยอมรับว่าไม่เป็นเวลาอยู่แล้ว
ในเมื่อเราเลือกที่จะเป็นครอบครัวตำรวจ เราก็ต้องเชื่อใจและให้เกียรติรวมทางต้องภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของสามีด้วยค่ะ

เห็นแบบนี้แล้วก็ทำให้เด็ดดาวนึกถึงของคำพูดของผู้การท็อป ที่มักกล่าวชื่นชมภรรยาทั้งต่อหน้าและลับหลังเสมอว่า
“เธอคือผู้หญิงที่อุทิศตนเพื่อทุกคนในครอบครัวอย่างมาก”
ต้องขอบคุณที่เข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตของเขาให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น และจะรักคุณจอยแบบนี้ไปตลอดไป
เพราะความประทับใจในความสดใสน่ารักของคุณจอยเมื่อวันแรกที่พบกันจวบจนถึงทุกวันนี้ ผมยังคงมีอยู่ไม่เสื่อมคลายและยังรักเธอเสมอ…เธอคือรักแท้ของผมจริง ๆ
นี่คืออีกหนึ่งแง่มุมดี ๆ ของสุภาพบุรุษชุดกากีที่มีต่อครอบครัวที่เรียกว่า Family man พันธุ์แท้ค่ะ
เด็ดดาว รายงาน
18/1/69

























