Wednesday, January 21, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันตม.จับมือสภ.ปากเกร็ดทลายฐานสแกมเมอร์ลวงรักหลอกเงินรวบ13ผิวสี

    ตม.จับมือสภ.ปากเกร็ดทลายฐานสแกมเมอร์ลวงรักหลอกเงินรวบ13ผิวสี

    ฐานใหญ่สแกมเมอร์แตก ตม.สนธิกำลัง สภ. ปากเกร็ดบุกทลายรัง romance scam กลางเมืองทองธานี รวบผู้ต้องหาผิวสียกแก๊ง 13 ราย

    ปฏิบัติการทลายฐานสแกมเมอร์ สุดระทึกครั้งนี้ ได้รับการเปิดเผยขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 2569

    สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา  มีผู้เสียหาย เป็นหญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง แจ้งความร้องทุกข์ สภ.เมืองหนองคายถูกกลุ่มคนร้าย หลอกลวงโดยใช้บัญชีเฟซบุ๊คและไลน์ระบุชื่อ Bingwen Fu  ใช้รูปโปรไฟล์เป็นวิศวกรชาวชีน ติดต่อพูดคุยตีสนิทเรื่อยมา ในฐานะคนรักใคร่ชอบพอกัน  มีการส่งภาพการทำงานให้ดูเป็นประจำ ก่อนที่

    ในช่วงต้นปี 2569 คนร้ายจะเริ่มใช้แผนประทุษกรรมคลาสสิค คืออ้างว่าตนทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ ต้องการให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ไปก่อนเพื่อเป็นค่าเบิกเงิน แล้วจะโอนคืน

    ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปยังบัญชีซึ่งเป็นบัญชีม้า 4 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

    เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลเส้นทางการเงิน สามารถแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าของบัญชีดังกล่าวได้ ก่อนจะสืบสวนทราบว่าผู้บงการใหญ่ในปฏิบัติการดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติผิวสีแก๊งใหญ่ แบ่งหน้าที่กันทำ

    มีทั้งคนหลอก คนกดเงิน คนหาบัญชี โดยใช้การติดต่อเครือข่ายอาชญากรรมผ่านแอพพลิเคชั่นเทเลแกรม และมีฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่ย่านเมืองทองธานี จ.นนทบุรี

    หลังรับทราบเรื่องดังกล่าว“บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.   พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ. 1, พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต. เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี

    พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.อดิเรก ทองแก้มแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3ได้ร่วมกันประชุมสั่งการ

    มอบหมายให้ชุดสืบสวนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สภ.ปากเกร็ด นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก. สส.บก.ตม.3 , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก. สส.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ  พ.ต.ต. อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกันวางแผนในปฏิบัติการทลายรังสแกมเมอร์กลางเมืองครั้งนี้

    จนในวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา  13:00 น.  เป็นเวลาที่สืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นเวลาแชตตามปกติกับผู้เสียหาย กก.สส.บก.ตม.3  ได้ร่วมกับ สภ.ปากเกร็ด ปูพรมเข้าปิดล้อม ตรวจค้นอาคาร ป๊อปปูล่า คอนโด ปากเกร็ด ซึ่งได้ข้อมูลจากสายลับว่ามีกลุ่มคนผิวสี พักอาศัยอยู่จำนวนมากและน่าจะรู้จักกันเนื่องจากมีการออกไปไหนมาไหนด้วยกัน

    เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เข้าตรวจสอบห้องพักทั้งหมดพร้อมกัน โดยชายผิวสีบางรายกำลังแชทหลอกผู้เสียหายรายอื่นๆอยู่ ชายผิวสีบางรายไหวตัววิ่งหนีสุดชีวิต ลงมาด้านล่างไม่สวมรองเท้า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังอยู่ด้านล่างต้องช่วยกันวิ่งไล่จนสามารถจับกุมได้

    จากการตรวจค้น และขยายผล เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 13 ราย  ชาวไนจีเรีย 11 ราย และชาว โกตวิวัวร์ (ไอโวรี่โคสต์) 2 ราย

    จากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด 8 ราย  มีชาวไนจีเรีย 5 ราย ที่ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าออก สอบปากคำทราบว่าหลบหนีเข้ามาทางชายแดนประเทศลาว

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และ เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือสื่อสาร กว่า 34 ชิ้น (คอมพิวเตอร์ 4, โทรศัพท์ 29) จากการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็ฏทรอนิกส์ที่พบเบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหาหลายรายมีความเชื่อมโยงกันแบ่งหน้าที่กันทำ มีการสื่อสารเพื่อเตือนกันผ่านกลุ่มแชต

    ในขณะที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและจับกุม ในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ที่เปิดอยู่บางเครื่องพบแชท ในลักษณะโรแมนซ์สแกม ปลอมอัตลักษณ์เป็นชาว ต่างชาติทั้งยุโรป และเอเชีย ที่หน้าตาดี ดูมีฐานะพูดคุยตีสนิทหญิงชาวไทยและต่างชาติ เพื่อหลอกล่อให้โอนเงินมา โดย ลักษณะการทำงานเป็นทีม แบ่งบทบาทการทำ สอดรับกันอย่างเป็นมืออาชีพ

    พบความเชื่อมโยงกับคดีของ สภ.เมืองหนองคาย ซึ่งหลอกให้หญิงชาวไทยโอนเงินเสียหายนับล้านบาท

    นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ผู้ต้องหาผิวสีบางส่วนมีการอยู่กินกับแฟนสาวชาวไทย แล้วหลอกให้หญิงเหล่านั้นใช้บัญชีของตนรับเงิน หรือให้ไปกดเงินจากตู้กดเงินสด โดยหลอกว่าเป็นเงินที่เพื่อนของตนส่งมาให้ เพื่อไม่ให้ปรากฏภาพตนเกี่ยวข้องกับคดี  เมื่อรับเงินสดที่ไทยแล้ว ใช้คริปโตส่งเงินกลับไนจีเรีย โดยหักหัวคิวค่าดำเนินการ

    เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ขยายผลไปยังตัวการอื่นๆ รวมทั้งประสานส่งเครื่องมือสื่อสารต่างๆที่ตรวจยึดได้ไปตรวจสอบ หาพยานหลักฐาน กับ บช.สอท. อย่างละเอียด เพื่อจับกุมให้ได้ทั้งขบวนการต่อไป

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments