จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน…ด้วยรักและผูกพันของ “บิ๊กแบน และคุณนายต้อม”
ถ้าพูดถึงฝีมือของนักสืบนครบาล ก่อนจะมาเป็นผู้การเมืองช้าง “บิ๊กแบน”พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ นรต. 42 ก็จัดว่าอยู่แถวหน้าวงการสีกากี
แต่ เอ๊ะ ! ทุ่มเทกับงานถึงเพียงนี้ แล้วจะมีเวลาดูแลตัวเองหรือเปล่า เหตุใดถึงได้ดูสดใสพร้อมลุยงาน แบบแรงดีไม่มีตก ตั้งแต่สมัยนักสืบมาจนมานั่งแท่นเป็นผู้บริหารระดับหัวหน้าจังหวัด …
วันนี้เด็ดดาว จะพาไปรู้จักกับเบื้องหลังความสดใสของ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ กันค่ะ
คุณนายต้อม-อมรรัตน์ ผลประเสริฐ หวานใจคนสวยจากเมืองมะขามหวาน ที่เป็นคู่ชีวิตของ บิ๊กแบน มากว่า 25 ปี มีพยานรักด้วยกัน 1 คน คือ ด.ช.คมชาญ ศรีอรุณ (น้องสิบหมื่น) อายุ 7 ปี ที่เป็นโซ่ทองคล้องใจของทั้งคู่

คุณนายต้อม เล่าให้ฟังว่า
รู้จักกับ บิ๊กแบน ตั้งแต่สมัยเป็นสารวัตรสืบสวนพิเศษ 191 ตอนนั้นเธอเองเป็นเด็กสาววัยใส เรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม
จำได้ว่าวันนั้นไปนั่งทานข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา สารวัตรหนุ่มใหญ่นายนี้ก็ไปทานข้าวกับลูกน้องในร้านเดียวกัน
ก่อนที่เธอและเพื่อน ๆ จะเดินทางกลับ ก็มีคนในโต๊ะข้างๆ มาขอเบอร์โทรศัพท์ เธอเห็นว่าคนที่มาขอเบอร์ก็ดูหน้าตาซื่อ ๆ ไม่มีพิษภัย จึงให้เบอร์ไป
หลังจากนั้นไม่กี่วันคุณต้อมก็ได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่ง ที่เขาแนะนำตัวเองเคยเจอกันที่ร้านอาหารเมื่อวันก่อนอยากชวนเธอไปทานข้าวด้วย
เมื่อเธอตอบรับคำชวน เพียงไม่กี่นาทีผู้ชายคนนี้ก็เดินมารออยู่ที่หน้าหอพักสตรีที่คุณต้อมพักอยู่
แต่เมื่อได้พบหน้ากลับทำให้เธอถึงกับสตั้นไป3วิ
เพราะคนที่มายืนตรงหน้ากับคนที่มาขอเบอร์เป็นคนละคนกัน และเธอเองก็แอบขำในใจว่าเป็นหนุ่มใหญ่รายนี้ไปได้อย่างไร


แม้ฝ่ายชายจะมีอายุมากกว่าถึง 14 ปี แต่ก็ไม่มีปัญหาเวลาที่ทั้งสองคนคบกัน ตอนเจอกันที่ร้านก็ไม่รู้ว่าพี่เขาทำงานอะไร เพราะเขาแต่งนอกเครื่องแบบกันทั้งโต๊ะ
คุณนายต้อมเล่าว่า
พอรู้ว่าฝ่ายชายเป็นตำรวจเธอเองก็ตกใจเล็กน้อย เนื่องจากรู้ดีว่าพ่อและแม่ของเธอไม่ค่อยปลื้มกับอาชีพนี้สักเท่าไหร่ เพราะมีภาพจำที่ไม่ดีกับตำรวจที่มีพฤติกรรมชอบข่มขู่ชาวบ้านตามต่างจังหวัด แถมยังเป็นห่วงเรื่องความเจ้าชู้อีก
แต่พอได้มาสัมผัสและใช้ชีวิตอยู่กับตำรวจแล้วจึงเข้าใจว่าถ้าเราเป็นคนดีไม่มีความผิด ก็ไม่ต้องกลัวตำรวจเลยค่ะ เพราะตำรวจมีไว้กำจัดคนพาลคนชั่วเท่านั้นแหละ
สำหรับประชาชนคนธรรมดาอย่างเราๆ ตำรวจก็สามารถเป็นที่พึ่งพาได้หลายเรื่องเลยนะคะ
คุณนายต้อมยังกล่าวติดตลกว่า
ตัวเธอเองก็ถูกตำรวจจับมาทั้งชีวิต ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด(เขาจับที่หัวใจ ไว้เป็นจำเลยรัก 555)
เธอยังบอกว่า ไม่ได้กลัวความเจ้าชู้ของตำรวจนะ แต่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจและพร้อมรับมือ กับเรื่องนี้
เธอบอกกับบิ๊กแบนว่า
อย่าทำให้เธอต้องเสียเวลาถ้าคิดจะมาคบกันก็ขอให้มีรักเดียวใจเดียวและจริงจัง หากวันใดคิดมีคนใหม่ก็ให้บอกกันตรง ๆ ซึ่งตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา ก็ไม่เคยทำให้เธอผิดหวังแม้แต่น้อย

เก่งมาจากไหน…ก็แพ้หัวใจอย่างเธอ
คุณนายต้อม ยังเผยว่า
สิ่งที่สามีเอาชนะใจเธอได้เพราะมีความเป็นผู้ใหญ่เป็นคนใจกว้างโอบอ้อมอารี ไม่ได้มีให้เพียงตัวเธอเท่านั้นแต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงครอบครัวของเธอด้วย
คือเขาให้ความสำคัญกับพ่อแม่ของเราและรักทุกอย่างที่เป็นเรา อีกทั้งยังดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีซึ่งตั้งแต่วันแรกที่คบกัน จนถึงวันนี้ ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ
การกระทำสำคัญกว่าคำพูด
พี่แบนเคยบอกว่าไม่แปลกหรอกที่ชาวบ้านจะไม่ชอบตำรวจ เพราะอาจมีประสบการณ์ไม่ดีมาก่อน เพราะตำรวจก็เป็นเหมือนคนทั่วไปจึงมีทั้งดีและแย่ปะปนกัน
แต่ขอให้เชื่อมั่นใจว่าเขาเป็นทั้งตำรวจที่ดี และจะเป็นสามีที่น่ารัก ของคุณนายต้อมได้อย่างแน่นอน ว้าว ! ( ว่าแล้วนักสืบมือเก๋าก็เข้าโหมดโรแมนติก )
เธอยังเล่าต่อว่า
ผู้การแบน เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างมาก หากว่างเว้นจากภารกิจก็ต้องตามไปดูลูกชายฝึกซ้อมและแข่งขันฟุตบอล หากวันไหนที่ลูกมีการแสดงบนเวทีก็จะไปเป็นกำลังใจให้ลูกเสมอ
เพราะสามีมองว่าภรรยาและลูกเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ ทำให้ผู้การเมืองช้างคนนี้ หายเหนื่อยจากการทำงานได้อย่างดี
5 บาท…แล้วขาดกัน
คุณนายต้อมเล่าด้วยอารมณ์ขันว่า ลูกชายชอบแกล้งคุณพ่อค่ะ โดยน้องสิบหมื่นจะขู่ว่าถ้าพ่อมีสาวอื่นเมื่อไหร่แล้วหนูจะให้เงินพ่อ 5 บาท แล้วเชิญคุณพ่อออกจากบ้านไป ไม่ต้องกลับมาอีก…


ฝ่ายคุณพ่อรีบบอกว่าอย่าไล่กันเลยครับ พ่อไปไหนไม่ได้หรอกเพราะทุกอย่างโอนให้แม่ไปหมดแล้ว !!!
หลักคิดชีวิตคู่
สำหรับแนวคิดที่ทำให้ชีวิตคู่อยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ คือ “ทำให้ไฟตกน้ำ” คุณนายต้อม บอกว่า
ถ้าเธอเห็นสามีมีอารมณ์ร้อนเป็นไฟ เธอจะทำใจเย็นให้เป็นน้ำ เพียงแค่นี้ก็ไม่มีเรื่องให้ปวดหัวแล้วค่ะ และเราต้องพูดให้น้อยฟังให้มาก เพราะการที่สามีอายุมากกว่า เขาก็มีประสบการณ์ชีวิตมามากกว่าเราแน่นอนค่ะ
ลองคิดดูดี ๆ นอกจากพ่อของเรา ก็คงไม่มีใครจะรักและหวังดีกับเราเท่ากับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว เธอบอกด้วยความมั่นใจ
ด้วยรักและห่วงใย
เมื่อเห็นสามีทำงานหนักนอกบ้าน เราก็ต้องทำให้เขารู้สึกเบาสบาย ไม่ทำให้เครียด และคุณนายต้อมจะเป็นห่วงสุขภาพของสามี จะดูแลอย่างดีทั้งเรื่องอาหารการกินและยาประจำตัวไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
เพราะอยากให้ผู้การแบน มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่กับภรรยาและลูกไปนาน ๆ เพราะลูกเรายังเด็ก
ส่วนเรื่องความคิดและการตัดสินใจต่างๆ ของหัวหน้าครอบครัวนั้น เธอมั่นใจและคอยเป็นกำลังใจให้สามีอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าทุกการตัดสินใจของสามีได้ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีแล้ว เธอจึงมีหน้าที่คอย support เท่านั้นพอ

นอกจากนี้คุณนายต้อมยังฝากถึงแม่บ้านตำรวจด้วยว่า…
เราเป็นภรรยา เป็นแม่บ้านตำรวจ ควรสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้สามีอยู่เบื้องหลังอย่างเข้มแข็ง อย่าเข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายอาชีพหรือเรื่องหน้าที่การงาน และต้องสร้างบรรยากาศที่ดีให้ครอบครัวเสมอค่ะ
แนวคิดดี ๆ ที่ช่วยทำให้สามีหายเหนื่อยจากภารกิจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของคุณนายต้อม คุณนายรุ่นน้องก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ…
เด็ดดาว รายงาน8/3/69


























