กู้ภัยโคราชจ่อใช้รถตู้อีวีเพื่องานกู้ภัยหลังวิกฤติน้ำมันพุ่งรายวันวอนรัฐบาลลดค่าน้ำมันเฉพาะงานกู้ภัย
วันที่ 6 เมษายน 2569 วิกฤตราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยกู้ชีพกู้ภัยในหลายพื้นที่
ล่าสุดมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา เดินหน้าแนวคิดนำ รถพยาบาลไฟฟ้า (EV) มาใช้งาน หวังลดภาระค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว พร้อมขอภาครัฐสนับสนุนน้ำมันราคาพิเศษให้หน่วยอาสา
เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายกิตติศาสตร์ ลิ้มประยูรสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา และประธานเขต 6 พร้อมด้วย นายศิวัช เตียเจริญวรรธน์ รองประธานมูลนิธิคนที่ 1 และหัวหน้าหน่วยกู้ภัย เปิดเผยว่า
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปฏิบัติงานของอาสากู้ชีพกู้ภัย เนื่องจากน้ำมันถือเป็นหัวใจหลักของการเดินทางเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ
ตัวแทนหน่วยกู้ภัยสะท้อนว่า ปัจจุบันบางหน่วยจำเป็นต้องจอดรถชั่วคราว เนื่องจากแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันไม่ไหว อยากขอความร่วมมือจากภาครัฐให้เข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะการจัดสรรน้ำมันในราคาพิเศษให้กับหน่วยอาสาสมัคร เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้น แต่อาสากู้ภัยยังคงยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยไม่คำนึงถึงผลกำไรหรือขาดทุน เนื่องจากทุกคนมีจิตอาสาและต้องการช่วยเหลือสังคมให้มากที่สุด
ในระยะยาว ทางมูลนิธิได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ รถพยาบาลไฟฟ้า (EV) มาใช้งาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับบริษัทผู้ผลิตรถตู้ไฟฟ้าที่สามารถดัดแปลงเป็นรถพยาบาลได้ หากมีความเหมาะสม อาจเริ่มจัดซื้อในระยะแรกประมาณ 1–2 คัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความพร้อมของหน่วยงาน
สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วง “7 วันอันตราย” หน่วยกู้ภัยระบุว่า ได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าในทุกด้าน และไม่ได้มีความกังวลเป็นพิเศษ แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น โดยยังคงยืนยันว่าจะให้บริการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง
ทั้งนี้ ในการเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้ประสบเหตุ จะมีการประเมินระดับความเร่งด่วนของแต่ละกรณี โดยเคสวิกฤตจะเร่งเข้าช่วยเหลือทันที ส่วนกรณีอาการไม่รุนแรงหรืออยู่ใกล้สถานพยาบาล อาจมีการแนะนำให้ผู้ป่วยไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง เพื่อลดภาระการใช้ทรัพยากร
นอกจากนี้ หน่วยกู้ภัยยังฝากถึงประชาชนให้ดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อน ระมัดระวังภาวะฮีทสโตรก และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
พร้อมทั้งได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกระจายตามจุดบริการต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ในเมืองและต่างอำเภอ เพื่อให้บริการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

























