“ปิ๊ด ปี้ ปิ๊ด…”
เสียงนกหวีดและท่าทางการโบกรถอย่างคล่องแคล่วของตำรวจจราจรหญิงในพื้นที่ สน. อุดมสุข ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ผ่านไปมาถึงกับหันหลังไปมองเพราะทึ่ง ! กับความสตรองของจราจรหญิงคนนี้ ที่ยืนอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนบนท้องถนนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย “แบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้แดด” แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ
เด็ดดาวไม่รอช้ารีบไปเปิดวาร์ปเธอมาจนรู้ว่าเธอคือใคร ? อยากรู้ตามไปดูพร้อมกันค่ะ
เธอคือ ร.ต.อ.หญิงสิริพรรณ สินทรัพย์ รองสว.(จร.) สน.อุดมสุข หรือผู้กองเฟิร์น สาวงามจากแดนใต้ หน้าตาสวยคมเข้มแบบเต็ม 10 ไม่หักนอกจากเธอจะมีความน่ารักแล้วดีกรีด้านการศึกษาไม่ธรรมดาจริง ๆ ค่ะ

ลูกสาวกำนันเมืองลุง มุ่งเอาดีด้านกฎหมาย
ผู้กองเฟิร์นจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนพัทลุง จบปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2558
หลังจากนั้นได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรวิชาว่าความของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ หลังเรียนจบรามได้เพียงปีเดียว เธอสอบตั๋วทนายผ่านและอีก 1 ปีต่อมาเธอก็สำเร็จการศึกษาเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 70 เมื่อ พ.ศ.2560
![]()
เธอได้คลุกคลีและเห็นทุกข์สุขของชาวบ้านมาโดยตลอดเพราะพ่อของเธอเป็นกำนัน (นายอธิศักดิ์ สินทรัพย์ ) หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลลำสินธุ์ เรียกว่ากำนันศักดิ์ เป็นประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง
ก่อนเข้าวงการสีกากี
ผู้กองเฟิร์น บอกว่า ก่อนที่จะเป็นตำรวจเคยทำงานเป็นลูกจ้างที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อยู่ในส่วนบังคับคดี
แต่เพราะเธอคิดว่าเราเป็นเด็กต่างจังหวัดพ่อแม่หวังให้รับราชการอยากให้ลูกมีหน้าที่การงานมั่นคงเธอจึงทำงานไปด้วยและอ่านหนังสือไปด้วยเพื่อสอบเข้าราชการ จังหวะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดรับพอดี จึงลองสอบดู เพราะคิดว่าการสอบแข่งขันไม่ได้เป็นเพียงการประชันความสามารถกับคนอื่นเท่านั้น หากแต่เป็นการพิสูจน์ความสามารถของตัวเองด้วย
ความพยายาม…ไม่เคยทรยศใคร
เป็นไปตามคาดเมื่อความพยายามนำทางไปสู่ความสำเร็จ ผู้กองเฟิร์นสามารถสอบติดตำรวจได้ในการสอบครั้งแรก โดยเธอจบหลักสูตรการฝึกอบรมผู้มีวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (ทำหน้าที่สอบสวน) (รุ่น กอต.63)
เธอดีใจมาก ไม่คิดว่าจะสอบติด จึงกลายเป็นตัวแทนหมู่บ้านและเป็นคนแรกของตำบลเลยค่ะ

จากวันเริ่มต้น…จนถึงวันนี้
ชีวิตราชการของผู้กองเฟิร์น เริ่มต้นจากสายสอบสวนตั้งแต่ปี 2562 จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2569 ได้ย้ายมาเป็นรองสว.(จร.) สน.อุดมสุข โดยเธอได้ขอย้ายมาเพราะอยากหาประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากงานเดิม
ทั้งนี้ก็ขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้ความไว้วางใจและให้โอกาส ซึ่งโรงพักในบช.น. ก็ยังไม่ค่อยมีตำรวจหญิงมาปฏิบัติงานจราจรอย่างจริงจัง
งานนี้เปลี่ยนจากทำสำนวนการสอบสวนในห้องแอร์ มาบังคับใช้กฎหมายและกวดขันวินัยจราจร มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ทำให้ได้รับรู้ถึงแรงกดดันจากประชาชนที่มีต่อตำรวจจราจรด้วย

ในความเหมือนที่แตกต่าง
จริงอยู่อาชีพตำรวจนั้นไม่ว่าจะอยู่สายงานใดก็มีจุดหมายเดียวกัน คือการดูแลประชาชนให้พ้นทุกข์และใช้ความอดทนอดกลั้นเสียสละเหมือนกัน พอได้มาทำงานจราจรที่เจอทั้งแดดร้อน ลมแรงและ ฝุ่นควัน บางวันก็ทำงานท่ามกลางสายฝน แต่ก็รู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปอีกแบบค่ะ
ผู้กองเฟิร์นเล่าอย่างมีความสุข และบอกด้วยว่าพี่ๆตำรวจจราจรของโรงพักก็น่ารักมากค่ะพอเรามาเป็น 60 หลัก ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวพี่ก็มาดูแลพร้อมให้คำแนะนำในการทำงานอย่างดี
โบกรถให้ไว…อย่าลืมใส่ใจเรื่องความงาม
เราเป็นผู้หญิงก็ต้องหาวิธีรักษาความงามเอาไว้ทั้งร่างกายและใบหน้าบอกเลยว่าปลอกแขนและกันแดดต้องจัดเต็ม ทั้งการโบกรถและการโบกกันแดดเราให้ความสำคัญพอๆกันเลยค่ะและต้องมีวินัยอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นอาจต้องเข้าคลินิกความงามเพื่อรักษาฝ้ากระนะคะ และยังบอกด้วยว่าถึงแม้งานจราจรจะเป็นงานของผู้ชายแต่เราก็สามารถทำได้โดยไม่มีข้อจำกัดค่ะผู้กองเฟิร์นกล่าว
ข้อดีของการมีตำรวจจราจรผู้หญิง
ผู้กองเฟิร์น บอกว่าเป็นเรื่องดีที่มีจราจรหญิงนะคะเพราะมีความอ่อนโยนกว่าผู้ชาย ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลไม่ขึงขังแต่เราก็มีความจริงจังในทุกคำพูดพร้อมมอบรอยยิ้มให้กับประชาชนไปด้วย ก็ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างกวดขันวินัยจราจรได้ค่ะ และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับประชาชนการใช้กริยาวาจาที่อ่อนหวานสุขภาพจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีระหว่างกันได้ค่ะ
ผู้ขับขี่บางคนก็ชื่นชมทั้งต่อหน้าและลงโซเชียล เช่น จราจรสน.อุดมสุขสวยดี บางคนถึงขั้นวิดีโอคอลชวนเพื่อนมาผ่านด่านตรวจที่เรากำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยค่ะ
บางทีหนุ่มๆจะเข้ามาคอมเมนต์ในโซเชียลว่าจะเอาใบขับขี่ไปทิ้งจะได้มีเวลาปิ๊งกับจราจรสาวสวยนาน ๆ ซึ่งพี่ ๆในสายงานก็สนุกสนานและบอกว่าเป็นสีสันให้กับวงการจราจรของโรงพักเราค่ะ เสียงส่วนใหญ่มักเป็นคอมเมนต์ในเชิงบวกหากมีเชิงตำหนิเข้ามาก็จะเข้าไปอธิบายให้เข้าใจค่ะ
สำหรับแนวคิดในการทำงานของผู้กองเฟิร์น คือ
“อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ…แข็งแกร่งแต่ไม่แข็งกระด้าง”
เราสามารถช่วยลดแรงเสียดทานจากประชาชนได้อย่างดี เธอยังบอกด้วยว่าจะนำความรู้ทางด้านกฎหมายมาบังคับใช้ให้ถูกต้อง ถูกหลัก และถูกคน ทั้งนี้คงต้องมีทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ผนวกเข้าด้วยกันรวมทั้งการประชาสัมพันธ์ข่าวสารจราจรให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ เธอขอยืนยันว่างานสายนี้สุภาพสตรีทำได้ไม่แพ้ผู้ชายค่ะ

วินัยจราจร…สะท้อนวินัยชาติ
ผู้กองเฟิร์นได้ฝากถึงการขับขี่อย่างเคารพกฎจะช่วยลดอุบัติเหตุได้แถมยังบอกด้วยว่าทางสน.อุดมสุขโดย พ.ต.ท.ฉัตรชัย กรรณโสต รองผู้กำกับการจราจร ได้มีโครงการรถ Safety Car ใช้รถตำรวจเปิดสัญญาณไฟแล้วขับขี่ไปตามถนนพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อควบคุมพฤติกรรมการใช้ความเร็วและสร้างวินัยการขับขี่อย่างเป็นระบบให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยค่ะ
ทั้งเก่งทั้งสวยแบบนี้ พ่อกำนันหวงหรือเปล่า
เธอบอกว่าพ่อไม่หวงเลยค่ะ แต่ห่วงมากกว่าว่าเมื่อไรลูกสาวจะได้ออกเรือน พ่อขอแค่คนจริงใจดูแลลูกสาวพ่อได้ก็พอแล้ว
อ้าว ! ใครอยากเป็นลูกเขยกำนันยกมือขึ้น
เด็ดดาว รายงาน13/4/69

























