“วิภาวดีโมเดล” ล้างบางเด็กแว้น จากถนนร้องเรียนรายวัน…สู่พื้นที่แทบไร้เสียงเดือดร้อน จับ 135 ราย ริบรถ 118 คัน เอาจริง “จับ-ยึด-ฟ้อง-ริบ” ทุกเคส
จุดเริ่มต้นของการ “เอาจริง” ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะ การรวมกลุ่มมั่วสุม และพฤติกรรมขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างจริงจัง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะ การรวมกลุ่มมั่วสุมในทาง รวมถึงพฤติกรรมขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนโดยสุจริต
กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาการร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านกองบังคับการตำรวจจราจร โดย พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เชื้อเดช รอง ผบก.จร., พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่ม ผกก.2 บก.จร., พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ และ พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ ได้ดำเนิน “โครงการถนนปลอดภัย วิภาวดีโมเดล” อย่างต่อเนื่อง ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก เกี่ยวกับปัญหาการรวมกลุ่ม “เด็กแว้น” การแข่งรถในทางสาธารณะ การใช้ความเร็ว การดัดแปลงสภาพรถส่งเสียงดัง รวมถึงพฤติกรรมขับขี่หวาดเสียวในช่วงเวลากลางคืน บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตและพื้นที่ต่อเนื่อง
จากการรวบรวมข้อมูลและข้อร้องเรียนของประชาชน เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง ช่วงเวลาที่เกิดเหตุซ้ำ และพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำผิด ก่อนนำมาสู่การกำหนดมาตรการเชิงรุก ทั้งการตั้งจุดตรวจ จุดกวดขันวินัยจราจร การออกตรวจป้องกันรถแข่งในทางช่วงเวลากลางคืน การสืบสวนติดตามจับกุม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกราย
ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน
ปฏิบัติการรวม 22 ครั้ง
จับกุมผู้กระทำผิด 135 ราย
ตรวจยึดรถยนต์ 12 คัน
ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 106 คัน
รวมยึดยานพาหนะ 118 คัน
และในทุกคดีศาลมีคำสั่ง “ริบรถของกลางทั้งหมด”
นี่คือมาตรการ “ตัดวงจร” ไม่ให้กลับมาก่อเหตุซ้ำ
จากการดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ส่งผลให้สถิติการร้องเรียนของประชาชนลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการรวมกลุ่มแข่งรถและขับขี่สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ถนนวิภาวดีรังสิตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันลดลงจนแทบไม่มีเรื่องร้องเรียนดังกล่าว
ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจจราจร ยังคงเดินหน้าดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงสร้างความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน
“ถนนคือพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่สนามประลองความเร็ว”
เพียงเสี้ยววินาทีของความคึกคะนอง อาจแลกมาด้วยชีวิต อนาคต และความสูญเสียของทั้งตนเองและผู้อื่น
ตำรวจจราจรขอความร่วมมือผู้ปกครอง ชุมชน และประชาชน ร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสการรวมตัวแข่งรถ หรือพฤติกรรมขับขี่อันตราย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าระงับเหตุได้ทันที เพื่อร่วมกันสร้าง “ถนนปลอดภัย” คืนความสงบให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืนต่อไป

























