Saturday, May 16, 2026
More
    Homeกุหลาบโล่เงินทางขนานระหว่างงานที่ใช่...กับใจที่ชอบของ “หมวดนุ่นโรงพักเมืองน่าน”

    ทางขนานระหว่างงานที่ใช่…กับใจที่ชอบของ “หมวดนุ่นโรงพักเมืองน่าน”

    ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ามีพนักงานสอบสวนจำนวนมากไขก๊อกลาออก รือย้ายสายงานกันเป็นว่าเล่น บางส่วนก็อยู่ในภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) หรือความเครียดสะสมจากการทำงานเรื้อรัง จนรู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์

    เนื่องจากเป็นงานที่มีความกดดันสูงจากรอบด้านทั้งจากเนื้องาน เงื่อนไขเวลา ผู้บังคับบัญชา และประชาชน แต่จะมีสักกี่คนที่อยากก้าวเข้ามาสู่เส้นทางนี้ที่ คนในอยากออก จริงไหม ?

    กุหลาบโล่เงินวันนี้จะพาไปรู้จักกับ ร.ต.ท.หญิง ฐิตพัฒน์ มัจฉพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองน่าน หรือ “หมวดนุ่น” พนักงานสอบสวนหญิงรุ่นใหม่ไฟแรงที่พร้อมทุ่มเทการใจให้กับงานที่เธอเลือกแล้ว

    หมวดนุ่น  เป็นสาวงามจากเมืองน่านโดยกำเนิด จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีศรีน่าน จากนั้นไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้านมนุษยศาสตร์ แต่ยังรู้สึกว่าไม่ใช่จึงยื่นคะแนนสอบใหม่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์เธออยู่ดี

    ค้นหาตัวตนจนเจอสิ่งที่ชอบ

    หลังจากนั้นได้ลาออกมาทำงานฟรีแลนซ์ ด้าน MC พิธีกร  ถือว่าบอร์นทูบี คือชอบงานแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นคนกล้าแสดงออกชอบพูดท่ามกลางสาธารณชน จึงได้สะสมชั่วโมงบินกับงานด้านนี้  ทั้งพิธีกร นักแสดงตัวประกอบ และนางแบบโฆษณาสินค้า  


    แต่ที่บ้านอยากให้รับราชการตำรวจจึงต้องมาสอบนายสิบสายอำนวยการเมื่อปี 2559 ( กอป.59 ) เรียกกันว่ารุ่นสองแสนเพราะมีคนสมัครเยอะถึงสองแสนกว่าคน ซึ่งเธอก็สอบติดแบบไม่คิไม่ฝัน

    โอกาสดี ที่ได้รับ

    หลังจากนั้นก็มาเป็นตำรวจชั้นประทวนอยู่ บช. .บรรจุครั้งแรกที่กองการต่างประเทศ  และเคยได้รับโอกาสไปอบรม Interview Skills ที่ประเทศมาเลเซีย

    เมื่อได้เข้ามาคลุกวงในและรู้จักองค์กรตำรวจมากขึ้นจึงคิดว่าเป็นตำรวจหญิงแบบใดถึงจะได้เติบโต  และมองเห็นว่สายงานสอบสวนคือหนทางที่จะพาเธอให้เติบโตได้ไม่แพ้ผู้ชาย  ซึ่งก็เห็นว่ามีพนักงานสอบสวนหญิงที่เติบโตไปได้หลายคนแล้ว  จึงขอย้ายไปช่วยราชการที่ฝ่ายกฎหมาย บช.. และย้ายไป บก.ปทส.

    โชคดีที่ผู้บังคับบัญชาเมตตาสนับสนุนให้มีโอกาสเรียนต่อคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง  จนสามารถสอบนายร้อยหลักสูตรการฝึกอบรมผู้มีวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร หรือ กอต. ในปี 2566


    หมวดนุ่นเล่าต่อว่

    ตอนอยู่ บช..  ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการเป็นพิธีกรอย่างเต็มที่จนได้ไปอยู่ในทีม โฆษกดาวรุ่ง แต่พอมาสอบเป็นพนักงานสอบสวนได้แล้วก็ต้องเนเข็มมาสายงานนี้อย่างที่ตั้งใจไว้โดยไม่ลังเลค่ะ จนถึงตอนนี้ก็เป็นพนักงานสอบสวนมากว่า 2 ปีแล้ว มีคดีมากมายที่ต้องรับผิดชอบ

    สำหรับคดีที่ภูมิใจก็คือ คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่เป็นหน้างานหลักที่ต้องรับผิดชอบ คดีลักษณะแชร์ลูกโซ่นี่ก็ท้าทายมากค่ะ    ล่าสุดได้ทำสำนวนคดีค้ามนุษย์  ว่ากันว่าเป็นคดีปราบเซียนประเภทหนึ่ง ถึงแม้จะยากสำหรับพนักงานสอบสวนมือใหม่ แต่เธอก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ

    นอกจากนี้ยังได้เพิ่มพูนทักษะโดยหลักสูตรที่อบรมคือ Victim Centered ที่ FBI มาจัดอบรมให้ ทำให้สนใจเรื่องการสอบสวนโดยมีเหยื่อเป็นศูนย์กลาง และต่อยอดไปอบรมการสอบปากคำเชิงนิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Interview)       และการดำเนินคดีค้ามนุษย์ Child Protection

    งานที่ใช่กับใจที่รัก

    แม้งานตำรวจจะตอบโจทย์เรื่องความมั่นคง  แต่ก็ขอบอกตรง ว่ายังไม่ทิ้งงานที่รักนะคะ เราทำเป็นอาชีพเสริมเพราะเป็นงานที่รายได้ดีและมีความสุขทุกครั้งที่ทำค่ะ  

    จะรับงานช่วงวันหยุดยอมเหนื่อยกับงานที่รัก  พอได้พักก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ เพราะช่วยให้การเงินมีสภาพไม่ต้องไปคิดทุจริตให้เสียอนาคตเรียกว่า ทำงานราษฎร์ ไม่ให้กระทบงานหลวง


    รางวัลแห่งความภูมิใจ

    หมนุ่นยังบอกด้วยว่า ตอนมาบรรจุเป็นพนักงานสอบสวนที่ ภ.จว.น่าน ปีแรก ก็ได้รับรางวัลพนักงานสอบสวนดีเด่น ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่มองเห็นคุณค่าในงานที่เธอทำ  แม้ว่าเธอจะอยู่เบื้องหลังการทำคดีแต่เธอก็ได้ใช้ความพยายามเต็มที่ในการทำงานเสมอ  เพราะคิดว่าเป็นความท้าทายได้ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา

    จากวันนั้นถึงวันนี้

    เมื่อตัดสินใจรับราชการตำรวจแล้วก็ขอเป็นพื้นที่ดี แม้จะเป็นพื้นที่เล็ก ขององค์กรนี้ก็ตาม เธอคิดว่าหากเรา ช่วยกันดีทีละจุด ก็จะทำให้มีพื้นที่ดี เพิ่มขึ้นในวงการสีกากีอย่าไปสนใจว่าเราเพียงคนเดียวจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรได้อย่างไร  ขอเพียงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปด้วยความซื่อตรง ก็ถือว่าช่วยเพิ่มพื้นที่สีกากีให้เป็นพื้นที่ดี ๆ ในสังคมแล้วค่ะ

    ใช้กฎหมายและ Service Mind ไปด้วยกัน

    หมวดนุ่นบอกว่า  เธอมีมุมมองที่เป็นบวกต่องานสอบสวนเสมอเพราะมองว่าเป็นงานของคนเก่งและมีความท้าทาย  ประกอบกับเธอเองเป็นคนที่มีจิตบริการ( Service Mind) และทำงานในวงการบันเทิงมาก่อน  คิดว่าน่าจะนำมาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้  แต่ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดถือความเป็นกลางนำทางเสมอ

    เธอยังบอกด้วยว่างานสอบสวนมีความท้าทาย มีเรื่องใหม่ ให้คิดอยู่ตลอดเวลา และงานของเราก็มีคุณค่าต่อชีวิตและครอบครัวของผู้เสียหายที่เขาต้องได้รับความยุติธรรมโดยไม่ต้องร้องขอ

    ข้อดีของการมีพงส.หญิง

    เห็นได้ชัดเจนในคดีที่เกี่ยวกับเพศ เด็กและสตรีเลยค่ะ เพราะเรามีหน้าที่ตรงตาม ป.วิ อาญา และ ด้วยความเป็นสตรีเพศนั้น  ยิ่งทำให้เราได้เข้าใจความคิดที่ซับซ้อนโดยเราใช้ความอ่อนโยนของผู้หญิงด้วยกัน ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจนสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยค่ะ

    คดีที่ได้รับผิดชอบส่วนใหญ่เป็นคดีทางเพศและคดีอาญา และคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นหลัก  แต่จะมีช่วงเข้าเวรที่ต้องเจอคดีจราจรบ้างค่ะ

    นอกจากนี้ยังได้ใช้ความสามารถพิเศษที่มีเป็นพิธีกรให้กับงานของตำรวจและยังเป็นล่ามภาษาอังกฤษประจำโรงพักเมืองน่านด้วยค่ะ

    Soft Power พลังหญิงแท้จริงนั้นยิ่งใหญ่

    สำหรับน้อง ๆ ผู้หญิงที่มีฝันอยากเป็นตำรวจ หมวดนุ่นฝากบอกว่า

    ตำรวจไม่ว่าจะเป็นงานสายไหนก็คือเจ๋งมากพวกเราสามารถ ดึงศักยภาพและพลังหญิงออกมาใช้ในการทำงานได้อย่างเต็มที่  และงานนี้ไม่ใช่แค่จะเลี้ยงตัวเองและครอบครัวเท่านั้น  แต่คือการทำงานเพื่อส่วนรวม และช่วยหลือคนที่กำลังเดือดร้อน

    บางครั้งคำขอบคุณที่ได้รับ หรือแววตาที่แสดงออกของผู้เสียหายก็ทำให้เรารู้สึกว่ามีค่ามากมายกว่าเงินทองอีกนะคะ แม้จะจับต้องไม่ได้แต่ก็เชื่อว่าเป็นบุญที่ทำให้หัวใจเราก็เปี่ยมสุขจากการทำหน้าที่ ซึ่งหลายคดีที่เราทำก็สามารถเปลี่ยนชีวิตเหยื่อได้เลยค่ะ

    ทั้งเก่งทั้งสวยแบบนี้มีแฟนหรือยังคะ ?

    เธอตอบอย่างฉะฉานว่า  ด้วยเธอเป็นคนที่มีความชัดเจนมาก จึงไม่ค่อยมีใครกล้าจีบทำให้โสดสนิทมาจนถึงทุกวันนี้  แต่เธอก็ไม่ได้ล็อคสเปคเรื่องรูปร่างหน้าตาแต่ชอบผู้ชายที่คิดดีทำดีแบบว่าอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขเรียบง่าย

    ที่สำคัญต้องรักในสิ่งที่เธอเป็นเพราะเธอไม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครในวัยนี้แล้ว  


    หนุ่ม ๆ ทั้งหลายทราบแล้วเปลี่ยน!!!!

    เด็ดดาว รายงาน16/5/69

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments