กองปราบตามรวบสองม้าถอนเงินสุดแสบ เชิดเงิน 1 ล้านหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์สาขา สปป.ลาว
วันที่ 7 มิ.ย.69 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป.และ พ.ต.ต.ปองธรรม ปองไป ปรก.สว.กก.3 บก.ป.
นำกำลังจับกุม น.ส.รุ่งทิวา หรือ ดิว อายุ 24 ปี และ นายอนุรักษ์ อายุ 27 ปี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
จับกุม น.ส.รุ่งทิวา ได้ บริเวณห้องเช่า ซอยประปา 2 ถนนสุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง ส่วน นายอนุรักษ์ จับได้บริเวณหน้าบ้าน หมู่ที่ 6 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ
สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและฟอกเงิน พร้อมข่มขู่ให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 2 ล้านบาทไปให้ จนรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวไว้ ก่อนจับกุมได้
\สอบสวนทั้งคู่ให้การว่า รับจ้างเป็นม้าถอนเงินสดให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการใน สปป.ลาว ได้ค่าจ้างร้อยละ 2 ของยอดเงินที่ถอนออกมา ล่าสุดทั้งสองเดินทางไปถอนเงินสดจากธนาคารคนละ 1 ล้านบาท แต่ปรากฏว่า น.ส.รุ่งทิวา ฉวยจังหวะคนคุมเผลอเชิดเงิน 1 ล้านบาทหลบหนี
เมื่อเครือข่ายฝั่ง สปป.ลาว ที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณธนาคาร ทราบว่าเงินถูกเชิดหนี จึงเข้าควบคุมตัว นายอนุรักษ์ ซึ่งยังอยู่ในพื้นที่ พร้อมยึดเงินสด 994,100 บาท ก่อนบังคับขึ้นรถยนต์พาข้ามพรมแดนบริเวณจังหวัดมุกดาหารไปยังแขวงสะหวันนะเขต เพื่อทำร้ายและใช้เป็นตัวประกันกดดันให้ น.ส.รุ่งทิวานำเงินมาคืน กระทั่งภายหลังมีผู้เข้ามาช่วยเจรจา นายอนุรักษ์ ได้รับการปล่อยตัวและถูกกองปราบฯตามจับกุมในที่สุด
นอกจากนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองให้การด้วยว่าเคยทำหน้าที่รับโอนและถอนเงินให้กับเครือข่ายดังกล่าวมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีต่อไป

