กองปราบ “ปิดตำนานนักอุ้มในเครื่องแบบ“ รวบอดีตตำรวจ อคฝ. หนีคดีพยายามฆ่า พบประวัติเก่าสุดเหี้ยม ร่วมกับพวกอุ้มรีดเงินนักธุรกิจชาวต่างขาติ และนักธุรกิจชาวไทยย่านปทุมธานี
วันที่ 28 มิ.ย.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.,พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ รอง ผกก.1 บก.ป.พ.ต.ท.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป.
นำกำลังจับกุมนายสถิตย์ อายุ 54 ปี หรือ อดีต ส.ต.อ.สถิตย์ ประสันแพงศรี สังกัดกองกำกับการ 3 (อารักขาและรักษาความปลอดภัย) ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จับได้บริเวณลานจอดรถ ถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว
สืบเนื่องจากปลาย ปี 68 มีผู้เสียหายเป็นหญิงสาว เดินทางจากร้านค้า ถ.ตะกั่วป่า ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต เพื่อกลับที่พักบริเวณ ถ.แม่หลวน ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต
เมื่อถึงลานจอดรถของที่พักดังกล่าว มีกลุ่มชายฉกรรจ์ เข้ามาทำร้ายร่างกาย จนบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้า แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ส่วนผู้เสียหายต้องรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพภูเก็ต พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต อนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ต ออกหมายจับไว้
ต่อมาตำรวจกก.1.บก.ป. สืบสวนจนทราบว่า นายสถิตย์หนีมาพักอาศัยอยู่ที่ย่านลาดพร้าวจึงตามจับกุมตัวได้
สอบสวนรับสารภาพ หลังพ้นโทษคดีอุ้มนักธุรกิจชาวปุทมธานี มางานทำอยู่ที่ จ.ภูเก็ต กับคนรู้จัก ทำงานทวงหนี้ และเป็นการ์ดดูแลสถานบันเทิง ก่อนเกิดเหตุมีคนรู้จัก มาแจ้งว่าผู้เสียหาย มาข้องแวะกับแฟนสาวของคนรู้จัก นายสถิตได้บอกพรรคพวกว่าหญิงสาวผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ที่ไหน ก่อนไปดักรุมทำร้ายแล้วหลบหนี
แต่นายสถิตย์ อ้างว่าในวันที่เกิดเหตุตนไม่ได้ไปด้วย เมื่อทราบข่าวว่าผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ ได้หลบหนีจากภูเก็ตมากบดานที่กรุงเทพ และถูกจับกุมได้ในที่สุด นำตัวส่งสภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดี
จากการตรวจสอบประวัติอดีต ส.ต.อ.สถิตย์ สังกัดกองกำกับการ 3 (อารักขาและรักษาความปลอดภัย) พบว่าเคยก่อเหตุเกี่ยวกับการอุ้มผู้เสียหาย 2 คดี ดังนี้
1. เมื่อปี 2550 เคยต้องโทษคดี ร่วมกับพวกอุ้มเศรษฐีชาวต่างชาติเจ้าของบริษัทน้ำมัน GEI ค้าน้ำมันและก๊าชธรรมชาติ รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มากักขังเพื่อเรียกเงินค่าไถ่ 28 ล้านบาท ถูกจับมัดในสภาพถูกล่ามโซ่ สวมกุญแจมือไพล่หลัง ศีรษะถูกคลุมด้วยหมวกไหมพรมเพื่อปิดหน้าตาเอาไว้ ก่อนจะลักพาตัวผู้เสียหายไป เจ้าหน้าที่นำกำลังบุกเข้าช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย (คำพิพากษา จำคุก 13 ปี)
2. ในปี 2559 กลับมาร่วมกันกับพวกก่อเหตุบุกค้นบ้านนักธุรกิจและนักสะสมพระเครื่อง ในจังหวัดปทุมธานี อ้างว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหารื้อค้นบ้านและยึดทรัพย์สินหลายรายการรวมกว่า 1,000,000 บาท
จากนั้นอุ้มเหยื่อขึ้นรถยนต์นำไปกักขังที่บ้านพัก ใกล้แยกศรีอุดม ย่านบางนา กรุงเทพฯ บังคับให้เหยื่อโอนเงินในบัญชีอีก 1,000,000 บาท ก่อนถูกจับได้ที่หน้าการเคหะนวมินทร์ พร้อมของกลางทองคำหลายรายการ (คำพิพากษา จำคุก 2 ปี 8 เดือน)


























