”บิ๊กเต่า“ นำทีมตำรวจ ปปป.บุกจับนายกเฮง คนดังศรีสะเกษ คาคอนโดย่านบางโพ เรียกรับเงิน อ้างมีโควต้า ช่วยให้สอบผ่านเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้ มีผู้หลงเชื่อหลายรายยอมจ่ายเงินสุดท้ายสอบไม่ผ่าน ทวงถามเงินคืนกลับบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา
เมื่อเวลา 11.40 น.วันที่ 27 ส.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. มอบหมายให้พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. พล.ต.ต.ประสวค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. นำกำลังจับกุมนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง หรือผู้ใหญ่เฮง อายุ 62 ปี อดีตผู้สมัครสส.เพื่อไทย ได้ที่คอนโด ย่านบางโพถนนประชาราษฏร์ สาย 1 แขวงและเขตบางซื่อ กทม.ตาม
หมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่56/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาผู้ใดเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริต หรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าอันเป็นคุนคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายได้รับการชักชวนจากนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ที่ อบต.ตองปิด จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับอีกราย ให้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น อ้างว่านายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย มีโควตาสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้งสองรวม 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 650,000 บาท
หลังการสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นเสร็จ ปรากฏว่าผู้เสียหายสอบไม่ผ่านการคัดเลือก จึงทวงถามเงินที่จ่ายไป แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนเงินเรื่อยมา จึงเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวนกก.3.บก.ปปป. ดำเนินคดี ก่อนจะมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายประวิทย์ ออกจากพื้นที่จ.ศรีสะเกษ มาหลบอยู่ที่คอนโดฯ ดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุมเอาไว้ได้ ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3.บก.ปปป.อีดส่วนไปจับกุมนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ อบต.ตองปิด จ.ศรีสะเกษ ที่ทำการอบต.ตองปิด ผู้ต้องหาอีกคนตามหมายจับ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่56/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาเดียวกัน

























