อธิบดีสรรพสามิตแถลงตรวจยึดบุหรี่หนีภาษีกว่าแสนซองที่จังหวัดนครราชสีมา เดินหน้ามาตรการเชิงรุกสกัดกั้นตัดวงจรก่อนถึงมือผู้บริโภค
วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา
ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายสรรพสามิตในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต กว่า 100,000 ซอง และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1,553 ชิ้น คิดเป็นความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐกว่า 6 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับมากกว่า 94 ล้านบาท
มี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นายอดิศักดิ์ แพงมาลา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานไปรษณีย์เขต 3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการแถลงข่าว
สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่ตรวจยึดได้นี้ กรมสรรพสามิตได้ประสานเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่
โดยกรมสรรพสามิตเดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยนำข้อมูลจากการจับกุม ข้อมูลพื้นที่ เส้นทางการลำเลียงสินค้า รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์รูปแบบ และประเมินความเสี่ยงให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ตามแนวทาง “Data Driven Enforcement” มุ่งเปลี่ยนจากการบังคับใช้กฎหมายภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่การทำงานเชิงรุก เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างเส้นทางลำเลียง และก่อนเข้าสู่พื้นที่ปลายทาง
ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และศูนย์กระจายสินค้าของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุในการติดตาม และตรวจสอบการลักลอบขนส่งสินค้ายาสูบผ่านช่องทางการขนส่งพัสดุ ตั้งแต่วันที่ 10–31 สิงหาคม 2569
การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการวิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงเชิงลึกในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งด้านการค้า การเดินทาง และการขนส่งสินค้าไปยังหลายพื้นที่ หรือที่เรียกว่า พื้นที่กลางน้ำ
ตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิตได้มากกว่า 1 แสนซอง และตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้อีกกว่า 1,500 ชิ้น คิดเป็นความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐกว่า 6 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับกว่า 94 ล้านบาท
ทั้งนี้กรมสรรพสามิตจะติดตามเส้นทางการกระจายสินค้า และเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบจุดที่มีความเสี่ยง พร้อมยกระดับการป้องกัน และปราบปราม รวมถึงขยายผลไปยังผู้ส่ง ผู้รับ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาด

























