ญาติคาใจผลทหารผูกคอดับคาค่ายถามหาโทรศัพท์มือถือด้านผู้การโคราชเผยเก็บไว้เป็นหลักฐานในสำนวนคดี
วันที่ 14 กันยายน 2569 กรณีหนุ่มพลทหารอาสา ฐิติกร ป้องวันคำ วัย 20 ปี สังกัดค่ายแห่งหนึ่งที่โคราช ลาพักกลับบ้านที่ อ.นาจะหลวย จ. อุบลราชธานี ช่วง 1-10 กันยายน 2569 วันเดินทางกลับเข้าค่ายทหารขึ้นรถตู้ที่ อ.นาจะหลวย เวลา 13.00 น. ไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟวาริน 17.35 น. ถึง ปลายทางสถานีจิระ ที่โคราช 23.08 น.
แต่ถึงกำหนดยังไม่ปรากฏตัวที่ค่าย เจอแต่เสื้อผ้า ของใช้ติดตัว ทางค่ายเลยติดต่อไปหาผู้ปกครอง ผู้ปกครองนำมาโพสต์ลงโซเชียลตามหา
ต่อมากลับพบว่าพบศพพลทหาร ผูกคอเสียชีวิตบริเวณหลังร้านค้าสวัสดิการพันสร.3 โดยทางญาติได้เดินทางไปรับศพเมื่อวานต่างเคลือบแคลงใจและสงสัยในประเด็นที่น้องเสียชีวิตและไม่คิดว่า น้องจะก่อเหตุคิดสั้นแบบนี้
ล่าสุดทางผู้การตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้เปิดเผยเรื่องคดีส่วนหนึ่งเพื่อคลายความสงสัยและเคลือบแคลงใจกับญาติ
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้ากรณีทหารเสียชีวิตภายในค่ายทหารว่า หลังเกิดเหตุ ฝ่ายทหารและตำรวจได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงประสานกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อชี้แจงและรายงานความคืบหน้าทางคดีให้ญาติได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง
ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยคาดว่าจะได้รับผลอย่างเป็นทางการในช่วงสายถึงช่วงบ่ายของวันนี้ ซึ่งจะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงและสำนวนคดีต่อไป
สำหรับเมื่อวานนี้ ญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุคคลที่ญาติให้ความเคารพนับถือ ได้ร่วมพูดคุยหารือกัน โดยฝ่ายทหารและตำรวจได้ชี้แจงลำดับขั้นตอนการดำเนินการภายหลังเกิดเหตุ รวมถึงแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับครอบครัว
หากไม่มีข้อขัดข้อง คาดว่าวันนี้ญาติจะเดินทางมารับศพผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณี พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่โทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำไปตรวจสอบข้อมูลและไทม์ไลน์การใช้งาน ทั้งการติดต่อสื่อสาร บุคคลที่มีการติดต่อ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน และใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบคดี ส่วนประเด็นสำคัญว่าเหตุใดผู้เสียชีวิตจึงตัดสินใจกระทำการดังกล่าวนั้น
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือแรงจูงใจที่แน่ชัดได้ จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือและผลชันสูตรอย่างเป็นทางการเสียก่อน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบคอบและตรงตามข้อเท็จจริงต่อไป

























