“กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค5″(สืบภาค 5)
ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ทั้งงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สกัดกั้นยาเสพติด และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล
ตลอดรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของ“บิ๊กตู้”พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ. 5 นรต.41 ลูกชาย พล.ต.ต.พิจิตร อิ่มสงวน นรต.15
“บิ๊กตู้”จัดเป็นลูกหม้อสืบภาค5 คร่ำหวอดในงานสืบสวนพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
เส้นทางชีวิตราชการ อยู่กองสืบภาค5 ตั้งแต่ ปี 41 ตั้งแต่เป็น สว.งาน 3 จนขึ้น ผกก.ที่กองสืบ 2 ต่อด้วยผกก.วิเคราะห์ข่าว หลายปี แล้วไปอยู่โรงพัก ที่ฮอด กับเด่นชัย 2แห่ง แต่ยังกลับมาช่วยราชการกองสืบ เพราะระเบียบยังไม่เหมือนตอนนี้จากนั้นขึ้นรองผู้การแพร่ ย้ายมาลำปาง ไปศูนย์ฝึกฯแต่ก็กลับมาช่วยราชการที่กองสืบ รองผู้การสืบที่เป็นตำแหน่งหลักเลยนะ 2 ปี แล้วก็ปีที่ 3 ก็ขึ้นผู้การสืบ
ในแต่ละห้วงเวลาที่ได้มาช่วยราชการ ก็แล้วแต่ ผบช.ในห้วงเวลานั้นท่านจะให้ทำอะไร แต่ตอนเป็นรอง ผกก.ขึ้น ผกก.ก็ 8 ปี ตอนเป็นผกก.ขึ้นรองผู้การ ก็ 8 ปี แล้วพอเป็นรองผู้การ ขึ้นผู้การ ก็ 8 ปี ก็ 3 8 เลย ถือว่าเราก็ลูกหม้อคนหนึ่ง โชคดีที่เราได้เติบโตตรงนี้

พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ย้อนเส้นทางชีวิตในอดีต
:เหนื่อยไหมกว่าจะได้มาเป็นผู้การเอาในปีสุดท้ายก่อนถอดเครื่องแบบ เจ้าตัวบอกว่า
ผมไม่นะ คนเราตกฟากไม่เหมือนกัน ก็ไม่ได้ซีเรียส แต่ได้เรียนรู้อย่างหนึ่งว่า ถ้าเรารักงานอะไร ให้เรายึดแนวในทางงานที่เรารักมันก็จะสนุก
แล้วความที่เราอยู่ตรงนี้มาตลอด พอมีโอกาสได้เป็นผู้บังคับหน่วยมันก็เหมือนกับเราไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย เพียงแต่ว่าเรามีสิ่งที่อยากจะทำ เราก็ได้ทำ
จากห้องประชุมเก่า สู่ “CCOC”และห้องซักถามมาตรฐานสากล
สิ่งแรกคือการปรับปรุงพื้นที่ ยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานให้เทียบเท่าระดับสากลคือทำห้อง ซีซีโอซี โชคดีอย่าง ต้องให้เครดิต รองบอย–พล.ต.ต.วรพงษ์ คำลือ รองผบช.ภ.5 ผู้การคนเก่า ตอนนั้นมีงบเหลือจ่าย แล้วได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน แล้วลอกสืบนครบาลมา ก็อปปี้มาเลย แต่สเกลเล็กกว่า เพราะพื้นที่มันน้อย
เวลามีภารกิจต่างๆ เราก็ใช้ห้องนี้เป็นซีซีโอซี วางแผน ทำงานประชุม สั่งการ ก็ตั้งใจทำ โต๊ะกลม อันนี้คือความตั้งใจเลย ยังคุยกับลูกน้องว่า พวกเรามันอัศวิน ต้องนั่งโต๊ะกลม มันดีเพราะมันเห็นหน้าทุกคน เวลาพูดคุย เวลาปรึกษาหารือกัน
จะว่าไปห้องนี้มันก็เหมือนเป็นความฝันของนักสืบ เราก็ได้ทำตามความฝัน
เจ้าของนามเรียกขาน “วาสุเทพ 1” เล่าให้ฟังต่อว่า
นอกจากบริหารจัดการงบประมาณอย่างคุ้มค่า ผมเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะการสร้างห้องซักถามที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบทิศทาง 2 ห้อง ให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (อุ้มหาย) เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ มีหลักฐานภาพและเสียงต่อเนื่องครบถ้วน
![]()
ห้องนี้จะมีกล้องทั้งหมด 4 ตัว จะมี 2 ตัว ซ้ายขวา ที่อยู่ด้านหลังแล้วภาพจะจับท่อนบน มุมซ้าย มุมขวา ไอ้ตัวที่อยู่ด้านหลังขวาจะเป็นกล้องที่ดูภาพรวมทั้งหมด เพราะว่า พ.ร.บ.อุ้มหาย เราต้องให้เห็นการควบคุมตัวทั้งหมด จากห้องเมื่อกี้ ที่เห็น เดินมา ก็มีกล้องตรงกลาง นี่คือตัวเก็บหลักฐานเลยแล้วจะถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์
ในการซักถาม เขาจะจับคู่บัดดี้กัน คือคนถาม ถามไป จะไม่มีการทำบันทึก คนถาม ก็ถาม จะ 1-2 คน ก็สุดแท้แต่ คนบันทึกจะอยู่ในห้องคอนโทรล ทีมไหนที่ทำงานเสร็จก็จะเอาเอ็กเทนอล มาก็อปปี้ไฟล์แล้วก็ถอดมาเป็นพยานหลักฐานในคดีของเขา ทุกกองกำกับการของสืบภาค 5 จะมาใช้ห้องนี้
มีการนำระบบมอนิเตอร์และจอแสดงผลหลายจอมาใช้ เพื่อติดตามสถานการณ์และแชร์ข้อมูลเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ อย่างรวดเร็วเช่น การสกัดกั้นซิมบ็อกซ์ (Simbox) แก๊งคอลเซ็นเตอร์ร่วมกับกองบัญชาการอื่นๆ
เบื้องหลังความสำเร็จในทุกคดี ไม่ได้มาจากเครื่องมือไฮเทคเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการหลอมรวมระหว่าง “หัวใจนักสืบพันธุ์แท้” และ “ระบบบริหารจัดการที่ทันสมัย“


พอได้มาเป็นผู้บังคับหน่วย เลยให้ลูกน้องฝังชิป กลางโต๊ะ นั่งข้างบนก็เห็น เข้าห้องน้ำ มองกระจกก็เห็น ติดสติกเกอร์ ห้องส้วมนั่งอยู่เงยมาก็เจอก็ฝังชิปไปเลย
สติกเกอร์ที่มีข้อความ “ใจกว้างและหนักแน่น ขยันและใส่ใจ”
อันนี้มันอินเนอร์ ข้างใน พอ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผบ.ตร.มาเยี่ยมหน่วย เลยขอมอตโตจากท่าน ท่านให้มาว่าการทำงานของหน่วย ต้อง ”แม่นยำ ทันสมัย สำเร็จ” ก็เลยนำมาติดผนังในห้อง CCOC
ช่วงเป็นผู้การ1ปี ยอมรับตามตรงให้ความสำคัญกับการวางแผนงาน แบ่งเป็น 12 เดือน 6 เดือนแรก ก็ปรับ คือกองสืบ พื้นที่จริงๆอาคารนี้ มันเล็กไป สำหรับกำลังพล ถ้าตัด คฝ.ออกนะ 100 กว่า ก็เหลือประมาณ 400 กว่าๆ
เริ่มจากการปรับพื้นที่ ขอห้อง คือด้วยความที่ตึกกองสืบไม่ใหญ่ บางกองกำกับ ผกก.อยู่ที่หนึ่ง กองกำกับอยู่อีกที่หนึ่ง มันก็ไม่ใช่ ก็ปรับพื้นที่ไปเจรจากับเขา บอกว่า พี่ขอแลกห้องหน่อย เดี๋ยวไปอยู่ตรงนี้นะ คือถ้าพี่ไปขอห้องใคร จะไปทำห้องให้เขาก่อน แล้วให้เขาไปอยู่
คือต้องอยู่เป็นทีมนะ พออยู่เป็นทีม ทีนี้ก็ทำงานได้ ข้างบนสุดก็จะเป็นวิเคราะห์ข่าว กับสืบ 1 แล้วก็เป็นชั้น3 ชั้นนี้ๆ เป็นผู้การ กับรองผู้การ ห้องซีซีโอซี ห้องซักถาม ลงไปอีกชั้นเป็นสืบสวน 2 กองอำนวยการ ส่วนสืบ 3 ที่ทำการอยู่ตึกข้างๆ แต่ให้เขาอยู่รวมกันทั้งหมด ผกก.รอง ผกก.ก็อยู่รวมกัน ถัดไปข้างหน้า เป็นปฏิบัติการพิเศษ ผกก.รอง ผกก.กำลังพล อยู่ตรงนั้น

พอเป็นกลุ่มก้อนเสร็จ ก็มาปรับเรื่องระบบการทำงาน
คือของบางอย่างที่มันหายไปตามกาลเวลา อย่างเช่น คู่บัดดี้ ก็ดึงกลับมา แต่ความที่คู่บัดดี้ ชั้นประทวนสมัยนี้ หลายคนเขาจบปริญญา เขาคิดได้บางคนคิดได้ คิดเป็น แต่บางทีนายตำรวจเองจำนวนมันน้อย ก็เอาชั้นประทวนก็ได้ มาเป็นบัดดี้ ขอให้เป็นคู่บัดดี้
Back to Basic มนต์เสน่ห์แห่งการจดบันทึก
จากนั้นเป็นสิ่งที่ย้ำมากๆ คือการบรีฟ ก่อนลงทำงาน การถอดบทเรียนหลังจากทำงานเสร็จ เอาเรื่องเก่าๆแบ็กทูเบสิก คือทำสมุด3แบบ 3เล่ม คือต้องจด จะมาไถมือถือดูข้อมูล บางทีกว่าจะเจอมันนาน ก็ต้องใช้วิธีจด เป็นหลักการพื้นฐานที่นักสืบรุ่นเก๋ายังต้องใช้ ก็ทำแจกลูกน้อง


ผู้การตู้เล่าให้ฟังต่อว่า
เปรียบเทียบภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนระดับโลก ที่พระเอกมักกลับมาที่โต๊ะทำงานเพื่อเปิดไฟ เขียนรายงาน วิเคราะห์ผังคดีด้วยมือการใช้สมุดบันทึกจึงยังเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ไม่พลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
เพื่อแก้ปัญหาความห่างเหินในหน่วยงานที่มีกำลังพลหลักร้อยคน จึงมีกติกาน่ารักๆ ให้ตำรวจทุกนายต้องพก “บัตรชื่อเล่น” แสดงสังกัดหากเดินสวนกันแล้วไม่มีบัตร จะต้องถูกทำโทษด้วยการดันพื้น เป็นกุศโลบายที่ทำให้คนในหน่วยรู้จักกัน คุยภาษาเดียวกัน และทำงานเป็นทีมได้อย่างราบรื่น
ตลาดนัดนักสืบ “Technical Day”
ทุกวันพฤหัสบดีจะมีการทบทวนยุทธวิธี และนำอุปกรณ์เครื่องมือซองปืน หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้มาแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เพื่อตรวจความพร้อมและสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
ในวันนั้น ใครที่มีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆ ปืน ซองปืน ให้พกมาให้นี่เลย อย่างบางคนนี่ เคยมีปืน 11 ขายไปแล้ว เหลือแมกกาซีน ก็เอามาแลก แล้วแต่น้อง บางคนอาจจะอยากได้แมก 11 ก็แลกกัน หรือวันนี้ พี่เอาเสื้อพี่ ที่ไม่ได้ใส่แล้ว จะเกษียณแล้ว ก็เอามา


แต่กติกาใครอยากได้เสื้อพี่ตัวนี้ คนอยากได้มีอยู่ 5 คน ก็ให้ปั่นแปะ จนกระทั่งเหลือ 2 คน ใครชนะ ได้ไป ผู้การตู้เล่าหัวเราะ
สกัดกั้นยาเสพติด–รับมือภัยคุกคามยุคใหม่
ส่วนมิติของอาชญากรรม ภาคเหนือมีจุดเด่นเรื่องพื้นที่ติดแนวชายแดน ทำให้ภารกิจหลักคือการ “สกัดกั้นยาเสพติด” มาตรการเข้มข้นตามด่านต่างๆ ช่วยตัดวงจรและลดปัญหาอาชญากรรมประเภทอื่นน้อยลงไปได้มาก
ขณะเดียวกัน หน่วยงานยังคงเกาะติดสถานภัยคุกคามทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์พร้อมทั้งฝากข้อคิดเตือนใจประชาชนตามโมโตหลัก “ไม่เชื่อ ไม่รีบไม่โอน” เนื่องจากมุกของคนร้ายปรับเปลี่ยนรวดเร็ว ตำรวจจึงต้องทำงานแข่งกับเวลาและวางแผนดักหน้าคนร้ายอยู่เสมอ
“ถ้าเรารักงานอะไร ให้เรายึดแนวในทางงานที่รัก มันก็จะสนุก… การใช้ชีวิตกับการทำงานมันไปด้วยกัน


อยากฝากอะไรถึงนักสืบรุ่นน้องๆ
บิ๊กตู้ บอกว่า
ขอให้มีความสุข สนุกกับการใช้ชีวิตและการทำงาน เพราะมันไปด้วยกัน อะไรที่จะเป็นภัยคุกคามต่อประชาชน ที่นักสืบรุ่นใหม่ควรจะต้องเรียนรู้มากกว่านี้ คิดว่าการสื่อสาร สำคัญที่สุด เพราะทุกอย่างมันเร็วมาก ไวมาก
อย่างเช่นโกงออนไลน์ เราต้องสื่อสารให้ชาวบ้านรู้ว่า ณ ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วต่อไปเราจะทำอะไร
“เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะรอ คือทุกคนอยากได้ทรัพย์คืน แต่เราต้องอธิบายให้เขาฟังว่า กระบวนการมันเป็นยังไง คือต้องสื่อสาร สิ่งสำคัญคือการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจในกระบวนการทำงานของเรา…“
นี่คือเสียงสะท้อนจากหัวใจนักสืบ “บิ๊กตู้–”พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก. สส.ภ.5 ผู้ขับเคลื่อนกองสืบภาค 5 ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาและเป็นปีสุดท้ายในชีวิตราชการ
ได้ทำตามฝันนักสืบ ใน”ยุคดิจิทัล” ผสมผสาน“อนาล็อกเบสิก” สู่ความสำเร็จ
สมศักดิ์ศรีลูกหม้อ สืบภาค5 ตัวจริง

เฮียเก๋ 20/9/69






























