ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เผยสถิติรอบสัปดาห์ ยอดคดีลดลงแต่ความเสียหายสวนทาง พุ่งแตะ 197 ล้านบาท ชี้”แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะตำรวจ” กวาดเงินเหยื่อมากสุดถึง 67.7 ล้าน ย้ำชัด! ตำรวจและเจ้าหน้าที่จริง ไม่มีสอบสวนผ่านไลน์หรือบังคับโอนเงินตรวจสอบเด็ดขาด
วันที่ 18 พ.ค.69 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 10-16 พ.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,632 คดี มูลค่าความเสียหาย 197,521,913 บาท ซึ่งคดีรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 3-9 พ.ค.69 จำนวน 512 คดี แต่พบว่าความเสียหายกลับเพิ่มขึ้น 7,909,841 บาท
ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าภาพรวมจำนวนคดีมีการลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประมาณ 6,138 คดี ลดลงเหลือประมาณ 5,632 คดี แม้ว่าช่วงปลายเดือนเมษายนจะมีการดีดตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ภาพรวมเดือนพฤษภาคมถือว่าอยู่ในทิศทางที่ลดลงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงต้นปีอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนมูลค่าความเสียหายมีลักษณะผันผวน แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากจุดต่ำสุดในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประมาณ 180 ล้านบาท ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท แม้ปริมาณคดีจะลดลง แต่ค่าความเสียหายกลับสวนทางด้วยการขยับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย อาจบ่งชี้ถึงเคสที่มีมูลค่าความเสียหายต่อคดี (Ticket Size) ที่สูงขึ้น
โดยพบว่าการหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด (ประมาณ 84% ของคดีทั้งหมด) จำนวนคดีลดลง แต่ความเสียหายเพิ่มขึ้นจาก 40.2 ล้าน เป็น 46.0 ล้านบาท ขณะที่การหลอกลวงโดยการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นเป็นกลุ่มที่สร้างความเสียหายสูงที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยพุ่งสูงถึง 67.7 ล้านบาท แต่จำนวนคดีเพียง 261 เคส
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพ โดยลักษณะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจ , ปปง และ DSI ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่มีการโทรศัพท์มาหา, ไม่ส่งเอกสารราชการ รวมถึงหมายจับ และหมายเรียกต่างๆ ทางไลน์เด็ดขาด, ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือขอข้อมูลหรือควบคุมตัว
ที่สำคัญจะไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมไปถึงการให้ไปรับทรัพย์สินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ดังนั้น หากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้น ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์

























