Sunday, January 11, 2026
More
    HomeบันเทิงจากหนังDead to Rights - บันทึกหนานจิง

    Dead to Rights – บันทึกหนานจิง

    “เราไม่ใช่เพื่อนกัน”

    เป็นหนึ่งในประโยคสำคัญที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Dead to Rights หรือ “บันทึก หนานจิง” กำกับโดย เสิ่น อ่าว กลายเป็นประโยคที่โด่งดังในสื่อโซเชียลของจีน

    บางคนบอกว่าประโยคนี้สะท้อนถึงความรู้สึกของคนจีนนับล้านคนที่มีต่อญี่ปุ่น

    จากเหตุการณ์ที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นบุกยึดเมืองหนานจิง และสังหารทั้งทหารและพลเมืองทั่วไปในปี ค.ศ.1937

    เรียกว่าเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ที่โหดเหี้ยมมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และความเจ็บปวดเหล่านั้นได้ถ่ายทอดในหมู่พลเมืองจีนจากรุ่นสู่รุ่น

    โศกนาฏกรรมที่หนานจิง เคยถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง

    อาทิ Don’t Cry, Nanking (1995), Nanking City of Life and Death (2009), The Flowers of War (2011) รวมถึงภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Nanking (2007)

    Dead to Rights เป็นอีกเรื่องที่สร้างจากเหตุการณ์จริงที่ได้รับการบันทึกไว้เกี่ยวกับการสังหารหมู่หนานจิงปี 1937

    นำเรื่องราวจากชีวิตจริงของ หลัว จิ้น เด็กฝึกงานวัยรุ่นที่ร้านถ่ายรูปหัวตง ตั้งอยู่ในเมืองหนานจิง

    เด็กหนุ่มแอบล้างรูปและซ่อนภาพถ่ายความโหดร้ายที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นก่อขึ้น ซึ่งภาพถ่ายสำคัญเหล่านี้ถูกค้นพบในภายหลังและใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามหนานจิงในปี ค.ศ.1946

    https://www.youtube.com/watch?v=ZqfdFZiil8Q

    ฉากส่วนหนังส่วนใหญ่ได้จำลองภาพในอดีตที่ผู้คนต่างดิ้นรนหนีตายจ้าละหวั่น หนีไม่ได้ก็ต้องยอมจำนนต่อการกดขี่ข่มเหงนานา

    สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวี่วันก็คือชาวจีนถูกทหารญี่ปุ่นคร่าชีวิตเหมือนผักปลา ทั้งผู้ชาย สตรี เด็ก คนชรา หรือแม้แต่เด็กเล็กก็ไม่เว้น ผู้หญิงสาวก็ถูกนำไปเป็นเครื่องบำบัดความใคร่ ถูกข่มขืนกระทำชำเราไม่เหลือชิ้นดี

    ฝ่ายทหารญี่ปุ่นก็ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความเมตตาปรานีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แม้ร่างของผู้วายชนม์ก็ยังถูกย่ำยีอย่างไร้เกียรติ

    เรียกว่าเป็นหนังเกี่ยวกับสงครามจีน-ญี่ปุ่น ที่ให้ภาพของทหารญี่ปุ่นเลวร้ายแบบดำสนิท

    Dead to Rights เดินเรื่องผ่านตัวละครกลุ่มหนึ่ง หลัก ๆ ก็คือบุรุษไปรษณีย์หนุ่มชาวจีน ที่พยายามเอาชีวิตรอดโดยปลอมตัวเป็นช่างล้างรูปภาพ และจับพลัดจับผลู กลายมาเป็นคนล้างรูปให้กับนายทหารช่างภาพของกองทัพญี่ปุ่น

    ขณะที่อีกคนคือล่ามหนุ่มชาวจีน ที่ยอมก้มหัวรับใช้ทหารญี่ปุ่นอย่างอดทน เพื่อให้ครอบครัวและเมียน้อยได้ใบผ่านทางออกจากเมืองที่กำลังล่มสลายแห่งนี้

    เรื่องราวขมวดตัวละคร บุรุษไปรษณีย์หนุ่มน้อย ล่ามหนุ่มใหญ่ ทหารช่างภาพญี่ปุ่น มาที่ร้านถ่ายรูปมุมถนนแห่งหนึ่ง ที่ทุกคนต่างคิดว่าเจ้าของร้านอพยพหนีไปหรือไม่ก็คงไม่รอดชีวิตในไฟสงคราม

    ทว่าเรื่องกลับตาลปัตรเมื่อบุรุษไปรษณีย์หนุ่มดันเห็นเจ้าของร้านและครอบครัวของเขาคือภรรยา ลูกสาว ทารกชาย ซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดินอย่างเงียบเชียบ ด้วยหวังว่าเมื่อสงครามจบลงก็จะได้ออกมาใช้ชีวิตปกติเหมือนที่ผ่านมา

    และก็เป็นเรื่องที่ผู้ชมคนดูมักจะเคยคุ้นกับหนังแนวนี้ ว่าระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไปพร้อมกับฉากการห้ำหั่นชีวิตผู้คนอย่างเหี้ยมโหด ก็จะพาให้จิตตก รู้สึกดำดิ่ง เกิดความหดหู่ไปกับชะตากรรมของตัวละคร ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเหยื่อสังหารในอดีต

    ขณะเดียวกันนั้น ผู้ชมก็จะเผชิญกับความลุ้นระทึกว่าตัวละครที่หลงเหลือและพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาชีวิตตนเองและคนที่พวกเขารักอย่างสุดหัวใจ จะมีชะตากรรมเช่นไร?

    อย่างไรก็ตาม ในบทสรุปท้ายเรื่องก็ช่วยปลดเปลื้องความรู้สึกหนักอึ้งและแค้นเคืองในความโชคร้ายที่ผู้บริสุทธิ์นับหมื่นนับแสนคนได้รับจากความโหดดิบเถื่อนผิดมนุษย์มนาของทหารญี่ปุ่นหน่วย 731

    ความฉาวโฉ่นี้ถูกบันทึกภาพไว้มากมาย  สาเหตุที่ทหารญี่ปุ่นต้องถ่ายภาพการทรมาน การฆาตกรรมสารพัดในหนานจิง ก็เพื่อจุดประสงค์ในการโฆษณาชวนเชื่อให้กับกองทัพ


    ทว่าภาพเหล่านี้ดันกลายเป็นหลักฐานเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามของญี่ปุ่น ได้ถูกลักลอบออกมาเปิดโปงให้ชาวโลกได้เห็นความชั่วร้ายคนที่ทำผิดก็ได้ถูกตัดสินลงโทษอย่างสาแกใจ

    ต้องบอกว่า Dead to Rights เป็นภาพยนตร์ที่มอบความใจร้ายด้วยฉากที่คาดไม่ถึง ทำสั่นสะเทือนใจและอารมณ์อย่างที่สุด โบยตีตัวละครรวมถึงคนดูจนรวดร้าว

    แต่ความใจดีก็ยังพอมี แม้จะไม่เทียบเท่ากับฉากที่ทุกข์ระทมที่ประโคมใส่มาตลอดทั้งเรื่อง

    โดยรวมแล้วนี่เป็นงานที่บอกเล่าเรื่องราวของการสังหารหมู่ที่หนานจิงได้อย่างทรงพลัง และฟื้นคืนความทรงจำถึงบรรดาวีรบุรุษผู้ไม่ปรากฏนามอีกนับไม่ถ้วน.

    Blue Bird10/1/69

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments