Sunday, October 25, 2026
More
    Homeบันเทิงจากหนัง​The Last Song You Left Behind - บทเพลงสุดท้าย... ก่อนเธอเลือนหาย

    ​The Last Song You Left Behind – บทเพลงสุดท้าย… ก่อนเธอเลือนหาย

    ผู้กำกับ ทาคาฮิโระ มิกิ เคยทำ Tomorrow I Will Date with Yesterday’s You (2016) และ Even If This Love Disappears From the World Tonight (2022)

    กลายเป็นภาพยนตร์เรียกน้ำตาที่ยังคงอยู่ความประทับใจของคอหนัง

    ล่าสุด ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นคนนี้กลับมาพร้อมกับงานชิ้นใหม่เรื่อง The Last Song You Left Behind

    ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกันของ ซากิ อิจิโจ นักเขียนแนวมังงะ ซึ่งเขาเป็นคนเดียวกับที่เขียนนิยายเรื่อง Even If This Love Disappears From the World Tonight

    ​ใน The Last Song You Left Behind ยังเป็นการกับมาร่วมงานอีกครั้งระหว่าง ทาคาฮิโระ มิกิ และ ชุนสึเกะ มิชิเอดะ นักแสดงหนุ่มที่เคยรับบทนำใน Even If This Love Disappears From the World Tonight

    ​ชื่อเรื่อง The Last Song You Left Behind ก็เป็นไกด์บอกอยู่ทนโท่ว่า เนี้รื่องมีจุดจบด้วยน้ำตาแน่ ๆ แต่ใช่ว่าเรื่องราวที่จบไม่สวย อย่างการมีตัวละครถูกความตายพรากจากไป จะเป็นงานในแบบฟีล กู้ดไม่ได้ The Last Song You Left Behind ก็จัดเข้าข่ายในหนังประเภทนี้

    หนังเปิดเรื่องด้วยความสดใสของวัยเรียน ตัวละครหลัก “พระ-นาง” คือเพื่อนร่วมห้องเรียนกัน โดยเรื่องราวของพวกเขาเดินไปตามลำดับ ไม่ซับซ้อน ผู้ชมเข้าใจอย่างง่ายดาย

    https://www.youtube.com/watch?v=AAgq6zWEEOw&list=RDAAgq6zWEEOw&start_radio=1

    อายาเนะ (เมรุ นูกุมิ) ย้ายเข้ามาเรียนในชั้นเรียนเดียวกับ ฮารุโตะ (ชุนสุเกะ มิชิเอดะ) ความเป็นเด็กใหม่บวกกับมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ทำให้เธอไม่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว

    เพราะชีวิตประจำวันในยุคนี้ที่โครงสร้างของมิตรภาพหรือการมีเพื่อน ไม่ใช่ว่าจะอยู่แต่เพียงในโลกจริง แต่ผู้คนยังติดต่อกันในโลกออนไลน์

    เรื่องนี้กลายเป็นความยากลำบากของ อายาเนะ ที่มีภาวะของ Dyslexia คือการประมวลผลภาษาของสมองผิดปกติ ทำให้มีปัญหาในการอ่าน เขียน สะกดคำ เธอมองเห็นตัวอักษรเป็นเพียงภาพ อ่านและเขียนได้ลำบาก

    ด้วยอุปสรรคของความเจ็บป่วยด้วยโรคหายาก อายาเนะ ตัดสินใจว่าจะลาออกจากโรงเรียน แต่บังเอิญได้ยินบทกวีที่ ฮารุโตะ นำไปส่งให้ครูอ่าน คุณครูก็มองว่ากวีของชายหนุ่มน่าจะยังไม่เหมาะที่จะส่งประกวด

    ทว่าทุกถ้อยความของกวีบทนั้นกระแทกใจ อายาเนะ อย่างแรง เธอมองว่ากวีบทนี้เหมาะกับทำนองเพลงที่เธอแต่งขึ้น

    หญิงสาวจึงเข้าไปโน้มน้าวให้ ฮารุโตะ แต่งเพลงให้ทันที เพื่อตอบสนองความฝันที่ว่าอยากจะมีเพลงของตนเอง

    การฮัมเพลงเพียงไม่กี่โน้ตทำให้ ฮารุโตะ รู้สึกทึ่งในเสียงของเธอ เขาจึงตกลงใจช่วยเขียนเพลงให้เพื่อนสาวร่วมห้อง และเมื่อเธอสารภาพว่าตัวเองมีภาวะของ Dyslexia เขาจึงหาวิธีเขียนโน้ตให้หญิงสาวเข้าใจด้วยการใช้สัญลักษณ์ง่าย ๆ

    อย่างไรก็ตาม ความรู้ลึกลำบากจากภาวะ Dyslexia กลับค่อย ๆ คลายลง เพราะโรคนี้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ อายาเนะ และ ฮารุโตะ การทำงานช่วยสานสัมพันธ์กันใกล้ชิดมากขึ้น ไม่ยากที่ทั้งคู่จะเริ่มมีใจที่พิเศษต่อกัน จากนั้นก็พัฒนาไปสู่ความรัก แต่ก็ไม่มีใครกล้าเผยความในใจ

    จนกระทั่งบทเพลงถูกสร้างสรรค์จนสำเร็จ ถูกนำไปเล่นเปิดหมวก และยังถูกขัดเกลาด้วยฝีมือทีมนักดนตรีที่เล่นอยู่ในร้านของลุงของ อายาเนะ จนเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า

    ในที่สุดเพลงที่ถูกแชร์ว่อนทางอินเตอร์เน็ต ก็ทำให้ค่ายเพลงใหญ่สนใจและอยากให้ อายาเนะ มาออดิชัน

    ​ชื่อเสียงที่เริ่มไหลมาของ อายาเนะ ทำให้ ฮารุโตะ รู้แจ้งว่าอนาคตของเธอและเขาไม่น่าจะเป็นไปได้

    หญิงสาวมีเส้นทางที่ยิ่งใหญ่รออยู่ ขณะที่เขามีจุดมุ่งหมายที่เรียบง่าย อยากเป็นแค่ข้าราชการท้องถิ่นทำงานรับใช้ประชาชน อยู่ดูแลผู้อาวุโสที่บ้านที่แก่ชราลงเรื่อย ๆ

    แม้ฝ่ายหญิงจะไม่อยากจากคนที่เธอรักไป แต่เมื่อได้รู้เจตนารมณ์ของฝ่ายชาย เธอจึงตัดสินใจก้าวเดินไปตามความต้องการของเขามากกว่า

    เมื่อชีวิตเหมือนคู่ขนาน ทั้งคู่ห่างเหินไม่พบกันหลายปี จนกระทั่งโชว์สุดท้ายของการทัวร์คอนเสิร์ต การได้เจอกันอีกครั้ง ความรักที่เก็บงำมานานถูกเปิดเผย ทั้งคู่ไม่ยอมที่จะผลักไสกันห่างอีกต่อไป

    อายาเนะ ประกาศต่อแฟนเพลงว่าเธอมีความรักและจากนั้นทั้ง 2 คนก็เข้าสู่ประตูวิวาห์ ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างสุขสม มีโซ่ทองคล้องใจด้วยกัน

    แต่สุขได้ไม่นาน ทุกข์ก็เข้ามาหา เมื่อมะเร็งโรคที่ร้ายยิ่งกว่า Dyslexia เข้ามาพรากความสุขของครอบครัวไป

    ​The Last Song You Left ค่อย ๆ นวดผู้ชมด้วยสถานการณ์น่าเห็นใจตัวละครในวัยหนุ่มสาว

    พวกเขาถูกเล่นงานด้วยโรคหายาก ซ้ำเติมด้วยโรคที่ร้ายยิ่งกว่า การได้พบพานความสุข แต่สุขนั้นก็อยู่ไม่นาน เพราะความจากลามาเยือนอย่างรวดเร็ว

    จัดเป็นงานที่ไม่มีอะไรที่อึกทึกคึกโครมชวนลุ้นหรือชวนตื่นเต้น แต่มีบทเพลงไพเราะมาพร้อมกับจังหวะนิ่ง ๆ เรียบ ๆ ของหนัง ที่แน่ ๆ คือเรียกน้ำตา.

    ​Blue Bird25/7/69

     

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments