สืบ ตม.6 จับมือ สืบ สตม.รวบหนุ่มแดนกิมจิตัวการระดับสูงแก๊งหลอกลงทุน หนีหมายแดงกบดานไทย เหยื่อชาติเดียวกันเกินกว่า 100 ราย ความเสียหายเกินกว่า 250 ล้านบาท
ตามนโยบาย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้าไทยเพื่อก่อเหตุข้ามชาติ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สัญชัย ถิ่นวงษ์แดง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ สตม. ปฏิบัติราชการ บก.ตม.6,พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม.
มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 ประสานการปฏิบัติกับ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. กรณีได้รับการประสานจากพ.ต.ท.หญิง กชกร เพิงระนัย นายตำรวจประสานงานประจำสาธารณรัฐเกาหลี ให้ช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่ก่อคดีเกี่ยวกับขบวนการหลอกลงทุนซึ่งได้หลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย
ชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 ,ร.ต.ท.ปวเรศ นนทสุต รอง สว. (สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.ภูริศ คำหมื่น สว.กก.2 บก.สส.สตม.,ร.ต.อ.ณัฐบดินทร์ ปงใจ รอง สว.กก.2 บก.สส.สตม.ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตาม
ผู้ต้องหาดังกล่าวคือ Mr.Lim เป็นตัวการในระดับสูงของขบวนการองค์กรที่ชื่อ “Lucky Nine” ดำเนินงาน 12 ศูนย์ทั่วประเทศเกาหลีใต้ (รวมถึง Seolleung, Gold และ Somang)
มีสมาชิกใต้บังคับบัญชาดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น หัวหน้าผู้ประสานงาน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการไอที นักพัฒนาโปรแกรม และผู้จัดการฝ่ายการเงิน และระดมทุนโดยอ้างว่าเป็น “ธุรกิจคาสิโน”
โครงสร้างของแผนการ: นักลงทุนจะถูกจัดลำดับตั้งแต่ระดับดาว 1 ถึงดาว 7 โดยได้รับค่าคอมมิชชั่น 3-21% ขึ้นอยู่กับขนาดของเงินลงทุน ก่อให้เกิดระบบการจัดอันดับแบบการตลาดหลายระดับ
ในความเป็นจริง เงินทุนเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในการพนันคาสิโนออนไลน์ในต่างประเทศ หรือจ่ายคืนให้กับนักลงทุนรายแรกๆ โดยใช้เงินของนักลงทุนรายหลังๆ มาจ่าย โดยไม่มีเจตนาหรือความสามารถในการสร้างผลกำไรอย่างแท้จริง โดยมีผู้เสียหายกว่า 100 ราย ความเสียหายเกินกว่า 10,000,000,000 วอน ประมาณ 250 ล้านบาทไทย ซึ่งถือเป็นบุคคลอันตรายที่ต้องรีบทำการจับกุม
ชุดสืบสวน ตม.6 ได้สืบสวนทราบว่า Mr.Lim ได้หลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย โดยตรวจสอบจากระบบไบโอเมตริกพบว่าบุคคลดังกล่าว เข้าประเทศไทยทางด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ด้วยวีซ่า ผ.90 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้วและได้ไปหลบซ่อนอยู่ตามที่พักต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต
ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.6 ได้ลงพื้นที่ภูเก็ตสืบสวนติดตามอย่างหนัก จนทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวได้หลบหนีออกจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ตไปหลบซ่อนอยู่ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จึงได้ทำการประสานความร่วมมือไปยัง กก.2 บก.สส.สตม. ให้ช่วยตรวจสอบและจับกุม
กระทั่ง วันที่ 3 ก.ย.69 เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. ได้เข้าทำการตรวจสอบที่ห้องพักที่ต้องสงสัย พบชายลักษณะคล้าย Mr.Lim เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอตรวจสอบ โดย Mr.Lim ยอมรับว่าปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยของตนได้สิ้นสุดแล้ว 260 วัน(overstay 260 วัน) และเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศเกาหลีใต้ และหมายจับอินเตอร์โพลจริง
จากนั้น Mr.Lim ได้ยินยอมและนำพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้องพัก จากการตรวจสอบห้องพัก พบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง บัตรเครดิต 2 ใบ แท็บเล็ต 1 เครื่อง และของมีค่า ไดตรวจยึดไว้เนื่องจากเชื่อว่าเป็นสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาจากการกระทำความผิดและส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้เพื่อขยายผลในการสืบหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย
ชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาและแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และเมื่อดำเนินคดีที่ไทยเสร็จแล้วจะได้ผลักดันผู้ต้องหาทั้งสองรายกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบาย ของนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สตม. ที่ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ


























