ตร.ทางหลวงอุบลฯซุ่ม 55 วัน ดักจับหนุ่มวัย40 ทาสยาลอบตัดสายไฟถนน ก่อเหตุกว่า 50 ครั้งเสียหายร่วม10 ล้าน แขวงทางหลวงอุบลฯแจ้งความ36คดี สารภาพหาเงินซื้อยาเผยวันถูกจับเป็นวันเกิดมาก่อเหตุหาเงินไปฉลอง
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.)ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล., ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.จิระพันธุ์ รุจิระกุล รอง ผกก.6 บก.ทล.,
สั่งการชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. นำโดย พ.ต.ท.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สวญ.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล.ร่วมกับ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2
จับกุมนายสมศักดิ์ อายุ 40 ปี ชาว อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี บริเวณทางหลวงหมายเลข 24 กม.401 ต.เมืองศรีไค อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ขณะลงมือใช้เครื่องมือปลดฝาครอบโคนเสาไฟฟ้าเพื่อลักตัดสายไฟ
ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110i, ชุดสายไฟและเบรกเกอร์ 19 ชุด, ประแจหกเหลี่ยม, คีมตัดเหล็ก, เหล็กดัดปีนเสาไฟ, สายทองแดงปอกแล้วบรรจุถุงกระสอบ 6 ถุง และอุปกรณ์เสพยาบ้า นอกจากนี้เมื่อนำกำลังเข้าค้นบ้านพัก ยังพบไม้เกี่ยวฟิวส์แรงต่ำดัดแปลงสำหรับตัดกระแสไฟฟ้าทั้งสาย และเศษสายไฟอีกจำนวนมาก
สืบเนื่องจากตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ถึงปัจจุบัน เกิดเหตุคนร้ายตระเวนลักตัดสายไฟส่องสว่างทางหลวงในพื้นที่ อ.เดชอุดม, อ.นาเยีย และ อ.บุณฑริก อย่างหนัก ส่งผลให้ถนนมืดมิดยาวหลายสิบกิโลเมตร ก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย
แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 ได้แจ้งความไว้กว่า 36 คดี เจ้าหน้าที่จึงใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์แผนประทุษกรรม (Heat Map) เฝ้าติดตามแกะรอยนานกว่า 55 วัน จนสามารถจับกุมได้ขณะลงมือก่อเหตุ
จากการสอบสวน นายสมศักดิ์รับสารภาพ อ้างว่าเคยเป็นช่างไฟรับจ้างมาก่อนใช้วิธีดัดแปลงไม้เกี่ยวตัดฟิวส์แรงต่ำ และปีนเสาไฟฟ้าถีบกล่องควบคุมลงมาตัดสายไฟ นำทองแดงไปขายร้านรับซื้อของเก่าได้ครั้งละ 1,200 – 1,500 บาท เพื่อนำเงินมาซื้อยาบ้าเสพ ทำคนเดียวมาแล้วกว่า 50 ครั้ง ส่วนวันที่ถูกจับกุมตรงกับวันเกิดตนพอดี ตั้งใจจะนำเงินที่ได้จากการขายทองแดงไปซื้อยาบ้าและฉลองวันเกิด
แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 ประเมินความเสียหายเบื้องต้น พบเสาไฟฟ้าถูกตัดสายไฟไปกว่า 100-150 ต้น รวมมูลค่าความเสียหายทางราชการกว่า 10 ล้านบาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ ดำเนินคดี พร้อมเตรียมขยายผลออกหมายจับผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อทรัพย์สินทางราชการต่อไป



























