สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ 1 เดือน ทลายกว่า 1,606 เครือข่าย ยึดยาบ้า 101 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 4 ตัน อายัดทรัพย์สินกว่า 359 ล้านบาท
วันที่25 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตามนโยบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(มค) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.)
มอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 9/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 12
พร้อมสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศพร้อมกันในคราวเดียว ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 25 มิถุนายน 2569 สามารถทลาย 1,606 เครือข่าย จับกุม 17,614 คดี ผู้ต้องหา 17,541 ราย
ยึดยาบ้ากว่า 101 ล้านเม็ด, ไอซ์ 4,453 กิโลกรัม, คีตามีน 1,256 กิโลกรัม, เฮโรอีน 96 กิโลกรัม, ยาอี 529 เม็ด, อาวุธปืน 289 กระบอก, วัตถุระเบิด 2 ลูก และยึดทรัพย์ 359 ล้านบาท พร้อมสั่งทวีความเข้มข้นมาตรการเชิงรุก เพื่อทำลายโครงสร้างและวงจรเครือข่ายผู้ค้าอย่างเด็ดขาด
ผลการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศเฉพาะวันนี้ ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 3,491 จุด ครอบคลุม 749 เครือข่าย
จับกุมคดียาเสพติด 3,325 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 3,348 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 148 หมาย
ตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 292,401 เม็ด, ไอซ์ 13.68 กิโลกรัม, คีตามีน 1.93 กิโลกรัม, เฮโรอีน 0.83 กิโลกรัม, ยาอี 327 เม็ด, อาวุธปืน 89 กระบอก และวัตถุระเบิด 1 ลูก ตรวจยึดเงินสด 624,027 บาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 122 ล้านบาท
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส. ตร. กล่าวแสดงความชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยงานที่มีผลการคดีจับกุมยาเสพติดจำนวนมากในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากการบูรณาการทุกภาคส่วนจนเห็นผลเป็นรูปธรรม
พร้อมทั้งเน้นย้ำให้รักษามาตรฐานและขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ทั้งนี้ ได้สั่งกำชับเป็นพิเศษให้พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง พัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงรุก และเดินหน้ากดดันผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย และปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด

























