ผู้การนครปฐม นำทีมสืบสวนแถลงผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ (ตูน ท่าตำหนัก)พร้อมยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ยาไอซ์น้ำหนักรวม 73 กิโลกรัม เคตามิน 2.4 กรัม
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.กค.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม
พ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอง ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน ฯ พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 พ.ต.ท.อิสรภาพ แก้วชลคราม รอง ผกก.ป.สภ.นครชัยศรี พ.ต.ท.ณรงค์ แก้วศรี รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงอิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายฐิติวุฒิ หรือ “ตูน ท่าตำหนัก” อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 299,800 เม็ด, ยาไอซ์ 73 กิโลกรัม และเคตามีน 2.4 กรัม
หลังรับแจ้งจากสายลับว่านายตูนมีพฤติการณ์ลักลอบเก็บและจำหน่ายยาเสพติด จึงเฝ้าติดตามจนพบตัวที่บ้านเช่าใน ต.นครปฐม เมื่อเข้าตรวจค้นพบเคตามีนซุกซ่อนในหัวเตียง ก่อนจะขยายผลไปยังบ้านเช่าอีกหลังในพื้นที่ ม.4 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี ซึ่งใช้เป็น “แหล่งพักยา” จนพบยาบ้าและยาไอซ์บิ๊กล็อตซุกซ่อนอยู่ภายใน
นายตูนสารภาพว่า มีอาชีพขับรถสิบล้อ แต่ได้รับการว่าจ้างจากชายที่ชื่อ “กุ๊ก” ให้คอยรับยามาพักไว้และกระจายส่งต่อตามจุดที่นัดหมาย ได้ค่าจ้างครั้งละ 30,000 – 50,000 บาท ทำมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง ส่วนเคตามีนมีไว้เพื่อเสพเอง
พล.ต.ต.พิทักษ์ ระบุว่านครปฐมเป็นพื้นที่รอยต่อสำคัญในการลำเลียงยาเสพติดลงสู่ภาคใต้ จึงสั่งการให้เอ็กซ์เรย์พื้นที่บ้านเช่าและโกดังอย่างเข้มงวด พร้อมฝากเตือนเจ้าของกิจการห้องเช่าให้หมั่นตรวจสอบผู้เช่า เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้เป็นแหล่งมั่วสุมหรือพักยาเสพติด หลังจากนี้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

























