คอมมานโด รวบ 2 บัญชีม้าเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ หลอกทำงาน–ขายสินค้า สูญเงินรวมเกือบ 1 ล้านบาท
วันที่5 มีนาคม69 พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผบก.ปพ. พ.ต.อ.ชัยฏิภูมิ อ๋านวยชัย ผกก.5 บก.ปพ., พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงบัวขาว รอง ผกก.5 บก.ปพ.
จับกุม น.ส.ไพรินทร์ อายุ 28 ปี ข้อหาเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความสภ.โพธาราม เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2566 ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้สมัครทำงานออนไลน์ อ้างเป็นบริษัท “KRC” รับงานแพ็คของ สามารถนำไปทำที่บ้านได้ ก่อนถูกชักชวนให้ติดต่อผ่านไลน์ชื่อ “แอดมิน ยานุช” และ “หัวหน้า นิรชา” จากนั้นถูกหลอกให้โอนเงินค่าเบิกงานและค่าทดลองงานหลายครั้ง อ้างว่าต้องผ่านการทดลองงาน 3 ระดับถึงจะได้รับรหัสพนักงานและถอนเงินได้
ช่วงแรกคนร้ายโอนเงินคืนเล็กน้อยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงินเพิ่มเรื่อย ๆ เป็นค่าลงทุน ค่าซ่อมงาน และค่าดำเนินการต่าง ๆ รวมโอนไปทั้งสิ้น 138,411 บาท ก่อนจะเริ่มสงสัยและเข้าแจ้งความดังกล่าว ต่อมาศาลได้ออกหมายจับไว้ กระทั่งตามจับกุมได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ได้
สอบสวนน.ส.ไพรินทร์ ให้การว่า อดีตแฟนหนุ่มนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารโดยไม่ทราบว่าจะถูกนำไปใช้หลอกลวงประชาชน
อีกคดีจับกุมนายณัฐวุฒิ อายุ 21ปี ข้อหาเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องฯ, ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่นาสจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ”
และ “ สนับสนุนให้ผู้อื่นหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สนับสนุนให้ผู้อื่นฉ้อโกง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด จับได้บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งหมอชิต 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27พฤษภาคม 2567มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ สภ.พุทธมณฑล ถูกหลอกขายสินค้าออนไลน์ คนร้ายสร้างความน่าเชื่อถือก่อนให้โอนเงินหลายครั้ง รวม 453,538 บาท แต่เมื่อโอนเงินครบกลับไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ได้รับสินค้า
จากการตรวจสอบพบนายณัฐวุฒิ ยังมีหมายจับหลอกลวงให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนอีกคดี มูลค่าความเสียหาย 331,150 บาท รวมความเสียหายทั้งสองคดี 784,688 บาท
สอบสวนนายณัฐวุฒิ อ้างว่าถูกหลอกไปทำงานที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา และถูกบังคับให้นำบัญชีไปใช้ในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวนตามท้องที่ที่เกิดเหตุ ดำเนินคดี


























