รมต.ประจำสำนักนายกฯ แถลงข่าวตำรวจสอบสวนกลาง ทลายแก๊งหน้ากาก GMpot ขบวนการบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ใส่ชุดและหน้ากากเหมือนในซีรีย์ยอดฮิต ทรชนคนปล้นโลก พร้อมตั้งวลีฮิต “สืบดูกูใคร” ท้าทายตำรวจ ตรวจยึดอุปกรณ์การผลิต พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 6,890 ชิ้น
บ่ายวันที่ 7 พ.ค.69 ที่ บช.ก.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร. และ พล.ต.ท. กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปบย.ตร.
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต. คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ., พ.ต.ท.กิตติพศ คงสูงเนิน และ พ.ต.ท.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.กก.1.บก.ปคบ.
แถลงข่าวผลการทลายขบวนการบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์แก๊งหน้ากาก GMpot กับวลีฮิต “สืบดูกูใคร” ตรวจยึดอุปกรณ์การผลิต ของกลางบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 6,890 ชิ้น
จับกุม 1.นายวสันต์ อายุ 31 ปี น.ส.เบญจมาศ อายุ 25 ปี และน.ส.อินทรา นงอายุ 25 ปี ที่บ้านในพื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร บ้านในพื้นที่ ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร และบริษัทขนส่งเอกชน ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์การผลิตบุหรี่ไฟฟ้า กว่า 6,890 ชิ้น มูลค่าค่าปรับ ประมาณ 12,000,000 บาท
แจ้งข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ขายสินค้าที่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้า, น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า) ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า และร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดย ประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด
สืบเนื่องจาก ตำรวจ กก.1.บก.ปคบ. รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าทางสื่อออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น FACEBOOK,IG,TIKTOK ชื่อบัญชี GM POTจำนวนมาก มีโฆษณาการผลิตและจำหน่ายสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย
รวมทั้งสวมชุดใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า เลียนแบบซีรีย์ยอดฮิต “ทรชนคนปล้นโลก” เต้นยั่วเยาะเย้ยเจ้าหน้าที่ รวมทั้งยังนำรูปใบหน้าตำรวจชุดจับกุมมาลง และตั้งวลีเด็ดว่า“สืบดูกูใคร” เพื่อท้าทายให้จับกุมด้วย
เจ้าหน้าที่จึงล่อซื้อพบมีการจัดส่งสินค้าผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนจริง ต่อมาได้สืบสวนจนทราบถึงกลุ่มเครือข่ายผู้กระทำความผิด ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาคร ตรวจค้น บ้านในพื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร และ บ้านในพื้นที่ ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร พบ นายวสันต์ แสดงตัวเป็นผู้ดูแล ตรวจค้นพบชุดจัมสูทสีแดงและดำ, หน้ากาก ที่ใช้ในการโฆษณาผ่านทางโซเชียลต่างๆ และถังเปล่าที่ไม่มีน้ำยา
สอบสวนนายวสันต์ รับว่ามีสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าซุกซ่อนไว้อีกที่บ้านอีกหลัง ก่อนพาตำรวจไปตรวจค่น พบ น.ส.เบญจมาศฯ และ น.ส.อินทิราฯ เป็นผู้นำตรวจค้น พบ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัว ที่ห้องนอนชั้น 2 จำนวน 1,460 ชิ้น ราคาอันละ 280 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 408,800 บาท
สอบสวน น.ส.เบญจมาศ และ น.ส.อินทิรา ทราบว่าทำหน้าที่เป็นผู้พูดคุยกับลูกค้าผ่านสื่อออนไลน์ ที่สั่งซื้อสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าผ่านโทรศัพท์มือถือ ส่วนนายวสันต์ รับว่าเป็นเจ้าของสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว ไว้สำหรับจัดส่งให้กับลูกค้า นำตัวพร้อมของกลางส่ง กก.1.บก.ปคบ ดำเนินคดีพร้อมขยายผลต่อไป
พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร. กล่าวว่า หลังเปิดศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) ในส่วนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีการจับกุมและตรวจยึด คดีสำคัญอีก 4 คดี
1. จับกุมขบวนการลักลอบขนบุหรี่เถื่อน จากประเทศเพื่อนบ้านมากระจายขายในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย โดย บก.ทล. จับกุมผู้กระทำผิดพร้อมของกลางบนทางหลวงในพื้นที่ จ.จันทบุรี จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ตรวจยึดบุหรี่หนีภาษีกว่า 31,750 ซอง มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
2. จับกุมขบวนการลักลอบขนบุหรี่ “กรองทิพย์เถื่อน” โดย บก.ปอศ. จับกุมผู้กระทำผิดลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ตรวจยึดของกลางกว่า 35,000 ซอง มูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท
3. ทลายขบวนการบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ลักลอบส่งพัสดุกระจายทั่วประเทศ ในพื้นที่ จ.สงขลา โดย บก.ปคบ. ตรวจยึดของกลางที่เตรียมนำส่ง เป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนกว่า 3,900 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท
4. จับกุมขบวนการนำเข้าสารเอโทมิเดต ซึ่งนิยมนำมาใช้ผสมกับบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อทำเป็นพอตเค ในพื้นที่ 4 จังหวัด โดย บก.ปอศ. จับกุมผู้ต้องหา 7 ราย ตรวจยึดของกลาง สารเอโทมิเดตน้ำหนัก 28 กิโลกรัม และหัวพ็อตบุหรี่ไฟฟ้า 3,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท


























