บช.ปส.ขยายผลสะกดรอยจับแก๊งขนยามาเลเซียคาโรงแรมเมืองนครปฐม เหิมใช้รถ4คันขนไอซ์440กก.ข้ามด่านปาดังเบซาร์
ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.
ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส.ขับเคลื่อนการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ
โดยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 21.00 น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส.บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.4 สนธิกำลังร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส.
ได้สืบสวนขยายผลจากกรณีเมื่อวันที่ 5 พ.ค.69 ได้จับกุมชายชาวมาเลเซีย พร้อมไอซ์ 102 กิโลกรัม ซุกซ่อนในตู้ลำโพงท้ายรถยนต์จนทราบว่ามีรถยนต์ติดป้ายทะเบียนประเทศมาเลเซียมีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่าย โดยขับรถผ่าน
ด่านปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดนครปฐม
ได้สะกดรอย ติดตามจนพบรถคันดังกล่าว เข้าจอดพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม และมีรถยนต์ป้ายทะเบียนประเทศมาเลเซีย
ขับเข้ามาสมทบเพิ่มเติม รวมทั้งสิ้น 4 คัน ตรงตามเป้าหมายที่ได้สืบทราบ
เจ้าหน้าที่ได้บุกชาร์จจับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซียได้ยกแก๊ง 5 ราย ขณะกำลังเตรียมเคลื่อนขบวนรถออกจากโรงแรม ยึดของกลางไอซ์ได้ถึง 440 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ของกลาง 4 คัน พร้อมขยายผลติดตามยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง
และผู้ร่วมกระทำผิดในเครือข่ายขนส่งยาเสพติดโลจิสติกส์ข้ามแดนเพิ่มเติม
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เปิดเผยว่า ปฏิบัติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวมาเลเซียในครั้งนี้ เป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการขานรับนโยบายของรัฐบาล และมาตรการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด
หลังจากนี้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและทลายกลุ่มต่างด้าวหรือคนไทยที่ทำหน้าที่เป็นนอมินีให้ความช่วยเหลือขบวนการยาเสพติดอย่างถอนรากถอนโคนต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันว่าจะเดินหน้ามาตรการเข้มข้นนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับประสานความมือระหว่างประเทศเพื่อไม่ให้อาชญากรที่เป็นคนต่างชาติใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่มั่นในการกระทำความผิด รวมถึงติดตามยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด พล.ต.ท.อาชยนกล่าว


























