Saturday, July 25, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันปอท.ค้น19จุด11จว.ทลายแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปตตุ๋นเปิดร้านค้าออนไลน์ “Style Cycle” ยึดทรัพย์ 23 ล.

    ปอท.ค้น19จุด11จว.ทลายแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปตตุ๋นเปิดร้านค้าออนไลน์ “Style Cycle” ยึดทรัพย์ 23 ล.

    ผบช.ก.แถลง ตำรวจปอท.ทลายเครือข่ายลวงลงทุนเปิดร้านค้าออนไลน์ Style Cycle” รวบ 17 ผู้ต้องหา ยึดทรัพย์กว่า 23 ล้าน เชื่อมแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต เงินหมุนเวียน 149 ล้าน”

    เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 24 ก.ค.69 ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)

    พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก. 2 บก.ปอท. พ.ต.ท.หญิง นิมมิตา สุพรรณ สารวัตร (สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. พ.ต.ต.ลัทธพล อัครปัญญา สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท.

    ร่วมแถลงผลปฏิบัติการตรวจค้น 19 จุด ในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, ชลบุรี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ตาก, กาญจนบุรี, ร้อยเอ็ด,ลำปาง, เชียงราย และเชียงใหม่ จับผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 17 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท

    สำหรับผู้ต้องหาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุมสั่งการและฟอกเงิน 3 ราย ประกอบด้วย นายสมคิด อายุ 21 ปี, นายชีวัน อายุ 29 ปี และน.ส.ปรียาดา อายุ 48 ปี

    รวมทั้งกลุ่มผู้รับ-ส่งเงินและถอนเงินสด 7 ราย และกลุ่มบัญชีม้าอีก 7 ราย โดยตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เงินสดหลายสกุล ทองคำแท่งน้ำหนัก 45 บาท รถยนต์หรู 6 คัน พระเครื่อง เครื่องประดับ กระเป๋าและรองเท้าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และแหวนเพชร รวมมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท

    พ.ต.ต.ลัทธพล เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหายถูกเพจเฟซบุ๊กชักชวนให้เปิดร้านค้าออนไลน์ ก่อนถูกดึงเข้ากลุ่ม Line OpenChat “ซื้อ-ขาย Style Cycle Market” สร้างความน่าเชื่อถือด้วยสมาชิกหน้าม้ากว่า 1,000 คน จากนั้นคนร้ายหลอกให้สมัครร้านค้าผ่านเว็บไซต์ “STYLE CYCLE” อ้างว่าต้องเพิ่มเครดิตร้านค้าเพื่อให้สามารถถอนเงินจากยอดขายได้ ก่อนหลอกให้โอนเงินทำภารกิจเติมเครดิตและหมุนเวียนสต็อกสินค้า

    หลังผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 25 ครั้ง ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้านบาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 14.75 ล้านบาท สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ ตลอดกระบวนการคนร้ายใช้เงื่อนไขเรื่องการลงทะเบียนร้านค้า การเปิดการมองเห็น การสร้างเครดิต และการเติมเงินหมุนเวียน

    เป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องโอนเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ มีเพียงแค่ยอดเงินจากการขายสินค้าแสดงให้เห็นในระบบเท่านั้น จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนเข้าแจ้งความไว้

    เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนขยายผลจนพบเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน มีการถอนเงินสด นำไปโอนซื้อสินค้าส่งออกไปประเทศกัมพูชา และซื้อทองคำเพื่ออำพรางที่มาของเงิน

    ผลการสืบสวนพบว่า น.ส.ปรียาดา เปิดบริษัทบังหน้าในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทำหน้าที่รับฟอกเงินให้เครือข่ายสแกมเมอร์ชาวจีนในฝั่งเมียนมาและกัมพูชา โดยได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 25 ของยอดเงิน

    ขณะที่นายชีวัน ทำหน้าที่รวบรวมเงินสดส่งต่อให้เครือข่ายชาวจีน ได้รับค่าจ้างร้อยละ 5 ของยอดเงิน จากการตรวจสอบพบว่า ในปี 2568 เครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนในปี 68 กว่า 149 ล้านบาท และเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงออนไลน์อีกกว่า 226 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 17 ล้านบาท

    ด้าน พ.ต.ท.หญิง นิมมิตา กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหากลุ่มบัญชีม้าชาวไทย พบว่าหลายรายถูกหลอกสมัครงานผ่านเฟซบุ๊กและ TikTok โดยอ้างว่าเป็นงานแอดมินหรือขับรถ รายได้เดือนละ 18,000-19,000 บาท แต่เมื่อหลงเชื่อกลับถูกพาไปเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่ง ก่อนลักลอบนำตัวข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

    เมื่อเดินทางไปถึงปลายทาง ผู้เสียหายถูกยึดโทรศัพท์มือถือและเอกสารประจำตัว ถูกกักขังในอาคารที่มีกรงเหล็กล้อมรอบ และมีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนและเครื่องช็อตไฟฟ้าคอยควบคุมตลอดเวลา ก่อนถูกบังคับให้ทำหน้าที่เป็นแอดมินหลอกลวงคนไทยและสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันธุรกรรมทางการเงิน

    นายพิพัฒน์ให้การว่า ถูกบังคับให้สแกนใบหน้าต่อเนื่อง 3-4 วัน พร้อมถูกข่มขู่ว่าหากขัดขืนจะถูกทำร้ายถึงชีวิต กระทั่งบัญชีธนาคารถูกอายัด กลุ่มคนร้ายจึงปล่อยตัวกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงไว้

    สอบสวนน.ส. ปรียาดา ให้การปฏิเสธ ส่วนนายชีวัน ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่ามีหน้าที่ควบคุมสั่งการคอยรวบรวมเงินสดที่เบิกถอนมาจากบัญชีม้า นำส่งให้เครือข่ายชาวจีนตามสถานที่ต่างๆ บริเวณถนนรัชดา ได้รับค่าจ้างร้อยละ 5 ของยอดเงิน และนายสมคิด ให้การปฏิเสธ

    แต่จากการสืบสวนขยายผล พบว่าทำงานให้กับเครือข่ายสแกมเมอร์กัมพูชา มีหน้าที่ประสานงานกลุ่มถอนเงิน ควบคุมสั่งการดูแลการรับ-ส่งเงินสด รวบรวมเงินสดที่เบิกถอนมาจากบัญชีม้า นำส่งให้ชาวจีนเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่ประเทศกัมพูชา

    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, กกฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments