
“บิ๊กตำรวจ”ชื่นชมตำรวจจราจร สน.วังทองหลาง ตรวจยึดอาวุธปืน–ยาเสพติดด่านจราจร ด่านแรกของความปลอดภัย สกัดภัยร้ายก่อนถึงประชาชน
วันที่ 18 มกราคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร.)
แสดงความชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง ที่ปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง รอบคอบ และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จนสกัดกั้นอาวุธปืนและยาเสพติด ไม่ให้หลุดรอดไปก่อเหตุอาชญากรรมหรือสร้างอันตรายต่อประชาชนและสังคมโดยรวม
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 เวลา04.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตั้งจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หน้าปั๊มน้ำมัน ถนนประชาอุทิศ มุ่งหน้าจากแยกเหม่งจ๋าย เรียกรถยนต์ BMW ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้าเข้าตรวจสอบ พบผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 3 ราย เป็นชาวเวียดนาม มีท่าทางพิรุธต้องสงสัย
ตรวจค้นภายในรถ พบปืนลูกโม่ .38 มีกระสุน 6 นัดในรังเพลิง,ปืน .32 มีกระสุน 3 นัดในรังเพลิง, ไอซ์น้ำหนัก9 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในคอนโซลกลางรถ, ยาบ้า 2 ถุง 250 เม็ด และเคตามีนอีกหลายถุงอยู่ภายในกระเป๋าถือ
ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมอื่น
พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.
ศจร.ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของด่านตรวจจราจร ไม่ได้มีหน้าที่เพียงตรวจวัดแอลกอฮอล์หรือบังคับใช้กฎหมายจราจรเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ช่วยสกัดกั้นภัยร้ายก่อนจะเข้าสู่ชุมชน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
หากอาวุธปืนและยาเสพติดดังกล่าวหลุดรอดการตรวจสอบ อาจถูกนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ชุมชน หรือสร้างอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งการตรวจพบและยึดได้ในครั้งนี้ ถือเป็นการลดความเสี่ยงและป้องกันภัยให้กับสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศจร.ตร. ระบุว่า
ด่านตรวจจราจรอาจทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกต้องเสียเวลาเล็กน้อย แต่ทุกการหยุดตรวจคือโอกาสในการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต ทรัพย์สิน และครอบครัวของประชาชนเอง
ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรทุกขั้นตอนยึดประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ท้องถนนและชุมชนมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

























