ก.ตร. เคาะ “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” นั่ง ผบ.ตร. คนที่ 16 มติเอกฉันท์ 12-0 “นายกฯ อนุทิน” เสนอชื่อชูความรู้ความสามารถ-สืบสวนปราบปราม สยบรอยร้าวลุยงานเพื่อประชาชน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 ก.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569
มีพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.พร้อม 4 แคนดิเดต ประกอบด้วยพล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมต้อนรับ
บรรยากาศก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แคนดิเดตชิงตำแหน่งผบ.ตร.ได้เดินลงมาที่ห้องโถงอาคาร 1 เพื่อรอรับนายกรัฐมนตรี โดยพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.และพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ได้เดินมาพร้อมกันก่อนจะโอบเอวกันเข้าไปที่ห้องรับรอง
จากนั้นพล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ก็ได้เดินมารอตั้งแถวรอรับนายกรัฐมนตรี
ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงมีสีหน้ายิ้มแย้มและได้ทักทาย 4 แคนดิเดต ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อคัดเลือกตำแหน่งผบ.ตร.และไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนว่าจะมีเซอร์ไพรส์หรือไม่ จากนั้นนายกรัฐมนตรีและผบ.ตร.พร้อมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ผู้ทรงคุณวุฒิได้เข้าห้องรับรองส่วนตัว เพื่อหารือโดยองค์ประชุมครบทั้ง 16 คน
ก่อนจะเข้าห้องประชุม เพื่อเริ่มการประชุมตามวาระที่กำหนด นายกรัฐมนตรีได้เรียกคณะกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 12 คน มาหารือที่ห้องประชุมพรหมนอกเป็นเวลา 30 นาที จากได้เดินทางกลับเข้ามาที่ห้องประชุมศรียานนท์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่มีความกังวล เช่นเดียวกับแคนดิเดตทั้ง 4 คนที่นั่งรออยู่ในห้องประชุมใหญ่มีการยิ้มแย้มและพูดคุยกันตลอดเวลา
สำหรับการประชุมครั้งนี้มีทั้งหมด 5 วาระ วาระสำคัญอยู่ในวาระที่ 4 คือ การคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผบ.ตร.คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
กระทั่งเวลา 15.30 น.หลังการประชุมเสร็จสิ้นพล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผบช.ก.ตร. เปิดเผยว่า ที่ก.ตร. มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบแต่งตั้งพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.เป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 กระบวนการคัดเลือกเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ทุกประการ ทั้งเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวน-ป้องกันปราบปราม
นายกรัฐมนตรีได้เสนอรายชื่อรอง ผบ.ตร. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม มาตรา 78 (1) ต่อที่ประชุม ก.ตร. เพื่อให้ความเห็นชอบตาม มาตรา 23 (4) ซึ่งในระหว่างการพิจารณา ได้มีการอภิปรายและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เสนอชื่ออย่างรอบด้าน
ในการลงมติ ครั้งนี้ มีกรรมการ ก.ตร.เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 16 ท่าน โดยรอง ผบ.ตร.จำนวน 4 ท่าน ที่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยการเดินออกจากห้องประชุม ทำให้เหลือองค์ประชุมในการลงคะแนนทั้งหมด 12 ท่าน ผลการลงมติออกมาเป็น เอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีลำดับอาวุโสอยู่อันดับ 3 และอาจขัดกับ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ. 2565 นั้น กฎหมายเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีใช้ดุลพินิจในการเสนอรายชื่อ โดยนำปัจจัยเรื่อง “ความอาวุโส” มาพิจารณา “ควบคู่กับความรู้ความสามารถ” โดยเฉพาะประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปราม ซึ่งนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ
เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องการฟ้องร้องจากผู้เสียสิทธิ์ หรือจะเกิดรอยแตกร้าวในองค์กรหรือไม่ พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พูดคุยกันในเรื่องความรักความสามัคคีของพี่น้องตำรวจอย่างชัดเจน เนื่องจากแคนดิเดตทั้ง 4 ท่าน ต้องมีผู้ที่ได้รับเลือกเพียง 1 ท่าน ทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการทุกคนต่างเชื่อมั่นว่าข้าราชการตำรวจจะยังคงรักสามัคคีและร่วมมือกันทำงาน เพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป โดยขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องนี้

























