
“รวบคารถบิ๊กบอส DODORIMA! ชนแหลกฝ่าวงล้อมหวังหนี ก่อน ‘รองจ๋อ’ นำทีมสยบคาพระราม 3 ผงะแชทเหยียดคนไทย ‘ผงที่มันสูด มาจากรูขี้พวกกู’”
“ผงที่มันสูดกัน มาจากรูขี้พวกกู” แชทหลุดเย้ยคนไทย หลัง รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ พร้อมทีม ป.ป.ส.กทม. จับกุม บิ๊กบอส หัวหน้าขบวนการข้ามชาติ DODORIMA ที่พยายามขับรถชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี แต่สุดท้ายสิ้นฤทธิ์
ขบวนการนี้มักรวมกลุ่มตระเวนเดินสายบริจาคสิ่งของและทำกิจกรรมการกุศล เพื่ออำพรางธุรกิจผิดกฎหมายและสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มคนมีชื่อเสียง แฉแฝงตัวในไทยนาน 7 ปี จากคนเดินยาสู่บิ๊กบอสที่มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท จนสามารถส่งเงินกลับไปสร้างคฤหาสน์ที่ไนจีเรียได้
วันที่ 9 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาป.ป.ส. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. , พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ พล.ต.ท. กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส.
สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติดพ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.
ร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นายคณิศร ภาพีรนนท์ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , นายจารุวัฒน์ ทองแจ้ง ผอ.ปป.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการ“เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima”
จับกุมตัวMR.PATRICK อายุ 36 ปี ชาวไนจีเรีย แฝงตัวอยู่ในคอนโดหรูย่านพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ
โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่” (ดำเนินคดี 3 กรรม) ในส่วนของข้อหาเรื่องของการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล
จับกุมได้ที่ บริเวณหน้าคอนโดแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระรามที่ 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้
1.โคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม
2.รถยนต์โตโยต้า 1 คัน มูลค่า 200,000 บาท
3.เงินสด (ไทย) 178,800 บาท
4.เงินสด (ดอลล่า) 1,900 ดอลล่าร์ มูลค่าประมาณ 57,000 บาท
5.เงินสดในบัญชีธนาคารประมาณ 40,000 บาท
6.สิ่งของแบรนด์เนมหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ700,000 บาท
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติดนำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. เปิดปฏิบัติการ“ทลายห้องมืด“ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักคอนโดหรูย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรีซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊ง Romance Scamจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 6 ราย
ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.สั่งการให้พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น.แกะรอยพบความเชื่อมโยงพัวพันกันอย่างยุ่งเหยิงระหว่างธุรกิจค้ายาเสพติด (โคเคน) และแก๊ง Romance Scam มีกลุ่มหัวขบวนการใหญ่ ที่กุมบังเหียนธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย มีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 300 ล้านบาท
การสืบสวนได้พบกับหลักฐานการรวมกลุ่มขบวนการนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม **DODORIMA** เป็นการรวมกลุ่มหัวแถวในโซนภูมิภาคประเทศไทย เป็นการแตกหน่อมาจากเครือข่ายใหญ่ระดับโลกที่ชื่อว่า “NBM OF AFRICA”
จากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมรวมกลุ่ม “เดินสายบุญ” รวมกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของงานการกุศล เพื่ออำพรางการทำธุรกิจผิดกฎหมาย
สืบทราบว่าหัวหน้าขบวนการ DODORIMA คือ MR.PATRICK อายุ 36 ปี ชาวไนจีเรีย จากการตรวจสอบพบว่าบิ๊กบอสรายนี้แฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยจะไปมาระหว่างประเทศไทยกับทวีปแอฟริกา
แรกเริ่มมาในประเทศไทยเป็นเพียงคนเดินขายโคเคนตามสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต่อมาไต่เต้าขึ้นระดับอย่างก้าวกระโดด จนในปัจจุบันพบว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา บิ๊กบอสรายนี้เงินหมุนเวียนของเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท และยังสืบทราบว่า ปัจจุบันบิ๊กบอสรายนี้ได้กอบโกยเงินส่งกลับประเทศจนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในประเทศไนจีเรีย
การสืบสาวไปถึงตัวของบิ๊กบอสรายนี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีสมุนภายขบวนการรายล้อมหลายรายและมีทักษะต่อต้านทางการสืบสวน อำพรางการฟอกเงินจนเกือบทำให้เจ้าหน้าที่ถึงทางตัน
ทว่าเจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ แม้ว่าเขาจะมิได้ค้าขายโคเคนเป็นหลักแล้วก็ตามแต่เขายังคงหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงด้วย “โคเคน” นำมาสู่ปฏิบัติการเด็ดปีกเจ้าพ่อยาแอฟริการายนี้
ต่อมา 9 มิ.ย. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกันกับ ป.ป.ส.กทม. นำโดยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นำกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตาม
กระทั่งได้พบ MR.PATRICK กำลังขับรถเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระราม 3 จึงได้สกัดจับโดยยุทธวิธี Car Block ทว่าบิ๊กบอสรายนี้พยายามขัดขืนการจับกุมได้ขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางหลบหนีจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุบกระจกรถจนสามารถดับเครื่องรถยนต์คนร้ายไว้ได้ทันท่วงที ก่อนควบคุมตัวลงจากรถยนต์ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นพบ โคเคนประมาณ 18 กรัม ก่อนนำตัวตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรู ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท
หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลพบข้อมูลสำคัญระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและยังพบข้อมูลแช็ทในกลุ่มลับที่พูดคุยถึงกลุ่มผู้ติดยาเสพติดโคเคนในประเทศไทยอย่างออกรส
หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป
ในชั้นจับกุม MR.PATRICK ได้ให้การภาคเสธ ให้การรับสารภาพในเรื่องของยาเสพติดโคเคน แต่ยังปฏิเสธในเรื่องขบวนการฟอกเงิน อ้างเป็นการรวมกลุ่มทำบุญบริจาคการกุศล จากการประกอบอาชีพขายล้งปลาจากประเทศไทยไปไนจีเรีย ส่วนคำว่า DODORIMA นั้นแปลเป็นภาษาไทยว่า สวัสดี
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง
การจับกุมครั้งนี้คนร้ายมีพฤติกรรมรุนแรง โดยระหว่างการจับกุมผู้ต้องหามีการต่อสู้ขัดขืนจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินเสียหาย
ในส่วนของการขยายผลเราได้ข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการจับกุมระดับหัวหน้าเครือข่าย ถือเป็นการเด็ดปีกตัดวงจรฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์และยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประสานงานร่วมกับ ป.ป.ส. และหน่วยงานข้ามชาติ เพื่อขยายผลเส้นทางการเงินและไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการ ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด”


























