รองสำราญ สั่ง รองจ๋อ นำทีมศูนย์ยาเสพติดนครบาลร่วมตำรวจนนทบุรีถล่มแก๊งผิวสี หลอกให้รัก (Romance scam) เปิดคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยากบดานเป็นฐานปฏิบัติการหลอกสาวไทยในโลกโซเชียล POV
สารวัตรแจ๊ะนำทีม บุกพังประตู 3 ห้องก่อนบุกปล้ำจับยกแก๊งโรแมนซ์สแกมได้ชาวไนจีเรีย 6 ราย แบบคาเครื่องคาเขียง พบโทรศัพท์ 18 เครื่อง ตั้งรูปโปรไฟล์ฝรั่งหรูบังตา พบข้อความสอนแชทหาหญิงสูงวัย พัฒนาการไปไกลถึงขั้น “สคริปแชทเสียว” ที่ใช้กระเส่าสาวแก่ให้กระชุ่มกระชวยได้เพียงประโยคเดียว
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 เวลาประมาณ 16.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท. กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.
สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต. วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด , พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น.
พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. ,พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี , พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.
นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร ศอ.ปส.บช.น. , กก.สส.ภ.จว. นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด“ นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบห้องพัก 3 ห้อง คอนโดหรูย่านสนามบินน้ำ จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ดังนี้
1.Mr.DENIS (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 23 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 726 วัน)
2.Mr.EJIKEME (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 24 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 827 วัน)
3.Mr.IBEKWE (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 29 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 1166 วัน)
4.Mr.OKOROM (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 26 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 695 วัน)
5.Mr.NWOSU (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 30 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 1560 วัน)
6.Mr.OBIELU (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 35 ปี
ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เป็นอั้งยี่ และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยที่การอนุญาตสิ้นสุด“ ในส่วนข้อหาการหลอกลวงรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) อยู่ระหว่างการประสานกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนท้องที่ต่างๆ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม
ตรวจยึดของกลาง ดังนี้
1.โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง (พบข้อมูลแชทการหลอกให้รัก , สคลิปการหลอก,ใช้ Ai เจอเนอร์เรตใบหน้า)
2.คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง
3.สมุดบัญชี 3 เล่ม
จับกุมและตรวจยึดได้ที่ คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านสะพานพระนั่งเกล้า ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดปราบคนต่างด้าวประกอบธุรกิจผิดกฏหมาย ควบคู่กับ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.)
หลังได้รับคำสั่ง ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติดทำการสืบสวนขยายผลโดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและเครือข่ายที่เป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้สืบสวนขยายผล จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. ร่วมกับ ศอ.ปส.บช.น. และ ปปส.กทม. บูรณาการกำลังจับกุม “แพทริค” ชาวไนจีเรีย ตัวการใหญ่ของเครือข่ายค้ายาเสพติด (โคเคน) ข้ามชาติ พร้อมพวกรวม 4 ราย ยึดโคเคน 27 กรัม ตรวจยึดทรัพย์สิน 2.5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 69 ที่ผ่านมานั้น
มีการขยายผลอย่างต่อเนื่องจนพบข้อมูลเครือข่ายแบบองค์กรอาชญากรรม โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงอย่างผิดปกติไปถึงเครือข่ายชาวไนจีเรียกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี
จึงรายงานให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ทราบและได้สั่งการให้สืบสวนขยายผล ชาวไนจีเรียเครือข่ายนี้โดยละเอียด
จนพบว่าเครือข่ายนี้จะมี Visa เป็นนักเรียนทั้งสิ้น แต่กลับมีเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติ และมีพฤติกรรม “มั่วสุม” 5-6 คน ในคอนโดหรูติดแม่น้ำย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี โดยไม่มีการออกไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือใดๆ
เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี กระทั่งศาลได้อนุมัติออกหมายค้นห้องพักจำนวน 3 ห้อง (สงวนเลขที่และชื่อคอนโด) ตามหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 487/69 , 488/69 , 489/69 ลงวันที่ 22 พ.ค. 69
วันที่ 22 พ.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ร่วมกับ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. , กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ นำหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบห้องทั้ง 3 แห่งในคอนโดหรู
แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับความร่วมมือจากนิติคอนโดเป็นอย่างดี แต่ทว่ากลุ่มคนร้ายก็มีความระมัดระวังตัวเช่นเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปถึงห้องพักกลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดประตูห้อง ซ้ำเจ้าหน้าที่ยังได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาลักษณะมีการวิ่งไปมาภายในห้องคล้ายการพยายามทำลายหลักฐาน
เจ้าหน้าที่เกรงว่าพยานหลักฐานอาจถูกทำลายจึงตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไป โดยห้องแรก พบผู้ต้อง 3 ราย และพบโทรศัพท์จำนวน 7 เครื่อง โดยปรากฏหน้าแชทโทรศัพท์ที่ค้างไว้เป็นการปลอมโปรไฟล์หลอกลวงสาวสูงวัยรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam)
พฤติกรรมขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าห้องมีผู้ต้องหา 1 รายพยายามจะปีนระเบียงหนี และอีก 1 ราย นอนแอบอยู่ในพื้นห้องน้ำชั้นในโดยพยายามส่งข้อความโทรศัพท์ไปบอกเครือข่ายห้องอื่นๆ
”สารวัตรแจ๊ะ“ จึงเร่งนำกำลังบุกพังประตูอีก 2 ห้อง (ตามหมายค้น) ก่อนรวบตัวผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 6 ราย ตรวจยึดโทรศัพท์ 18 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง
จากการขยายผลได้พบข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา โดยมีแชทการสนทนาหลอกเหยื่อในแอ็พพลิเคชั่น Messenger Facebook , Wechat , Tiktok , Line และ Zalo
โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะใช้โปรไฟล์เป็น ชายชาวต่างชาติ ที่มีหน้าตาและหน้าที่การงานดี เช่น นักบิน ทหารอเมริกัน ทนาย วิศวะกร หมอ ฯลฯ แชทสนทนากับเหยื่อลักษณะหลอกให้หลงรัก ก่อนจะแจ้งว่าได้ส่งพัสดุจากต่างประเทศมาให้แต่ติดด่านศุลกากร ต้องโอนเงินมาให้ โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นหญิงไทยที่สูงวัย
เจ้าหน้าที่ได้พบกับ “สคริป” แบบต้นฉบับ ที่กลุ่มคนร้ายจะใช้คุยกับเหยื่อ ซึ่งมีจำนวนมาก (ซึ่งจะนำเปิดเผยต่อไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ)
ที่น่าตกใจคือ “สคลิปแชทเสียว“ โดยจะมีบทพูดเพื่อนำพาเข้าสู่อารมณ์แห่งราคะ โดยเน้นเพื่อให้หญิงสูงวัยได้พบกับความปรารถนาอันเร่าร้อน
เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานลักษณะการหลอกลวงแบบนี้จากข้อมูลในโทรศัพท์ ของผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย และจากการตรวจสอบพบว่าล้วนอยู่เกินเวลากำหนด (Overstay) นานแล้ว แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฏหมาย ชั้นจับกุม ผู้ต้องหา ทั้ง 6 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. / รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า “ ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลอย่างต่อเนื่องมาจากการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ (โคเคน)เมื่อเดือนที่แล้ว
ปฏิบัติการในครั้งนี้เราพบหลักฐานทั้งแชทการสนทนากับเหยื่อที่กำลังจะถูกหลอก , ระบบ AI เจนเนอเรตใบหน้าปลอมเพื่อตบตาเหยื่อ และสคริปต์จิตวิทยาในการหลอกลวงหญิงไทยในกลุ่มผู้สูงอายุ
มีการพัฒนาของมิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่รูปโปรไฟล์ปลอมแล้ว แต่ใช้ AI ขยับใบหน้า ทำคลิปวิดีโอคอลปลอมมีบทพูดหรือสคริปต์จิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจเล่นกับอารมณ์ความเหงา ความรัก และความพึงพอใจของเหยื่อ
อยากฝากถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบุตรหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีชาวต่างชาติหน้าตาดี หน้าที่การงานเลิศหรู ทักแชทมาคุย ชวนคุยเรื่องลึกซึ้ง แล้วสุดท้ายลงเอยด้วยการอ้างว่า ‘ส่งของมาให้แต่ติดศุลกากรต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมก่อน’
ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยครับว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% ห้ามโอนเงินเด็ดขาด และขอขอบคุณนิติบุคคล และทุกท่านที่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติงานของเรา“


























