Sunday, September 13, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“รองสำราญ“สั่ง”นพศิลป์“ร่วม DOPA N.I.C.E. ล็อกชาวจีนหนีหมายแดง30ปีซุกไทยทำธุรกิจท่องเที่ยวรวย100ล.

    “รองสำราญ“สั่ง”นพศิลป์“ร่วม DOPA N.I.C.E. ล็อกชาวจีนหนีหมายแดง30ปีซุกไทยทำธุรกิจท่องเที่ยวรวย100ล.

    ”บิ๊กราญ“ สั่งการ “นพศิลป์” นำทีมตำรวจ ปกครอง ชุด DOPA N.I.C.E. รวบชายชาวจีนหมายแดง INTERPOL หนีคดีเข้าไทยนานกว่า 3 ทศวรรษ สวมสิทธิเป็นคนไทย ก่อนตั้งตัวทำธุรกิจ-ถือครองทรัพย์สินในชลบุรีกว่า 100 ล้านบาท

    เมื่อวันที่ 13 กันยายน 69 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง

    ร่วมกันจับกุม นายสุชาติ สุรชัย หรือ Mr. Zhu Zhishan ชาวจีน  ตามหมายแดง คนสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวมากที่สุด และยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 509/2569 จับได้ที่บ้านใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

    พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า คดีนี้ทางการไทยได้รับการประสานทางการจีนประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการส่งตัว Mr. Zhishan Zhu บุคคลตามหมายแดง INTERPOL ซึ่งทางการจีนต้องการตัวในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายโดยเจตนา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2533 ที่เมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีออกจากจีนและเดินทางเข้ามายังประเทศไทย

    จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลตามหมายแดงรายนี้อาจเป็นคนเดียวกับ “นายสุชาติ สุรชัย“  อาจได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายและบุคคลดังกล่าวเคยถือหนังสือเดินทางประเทศไทย  ขอให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบข้อมูลว่า Mr.Zhu หรือนายสุชาติ เคยมีสัญชาติไทยหรือถูกเพิกถอนสัญชาติไทยแล้วหรือไม่

    กรมการปกครอง โดยศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ตรวจสอบย้อนหลังพบว่านายสุชาติได้รับการลงรายการสัญชาติไทยโดยมิชอบผ่านกระบวนการลงรายการสถานะบุคคลบนพื้นที่สูงใน อ.พบพระ จ.ตาก และทำบัตรประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 จึงดำเนินการเพิกถอนรายการสัญชาติและทะเบียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมร้องทุกข์ดำเนินคดี

    หลังตรวจพบว่าเจ้าตัวยังเคยยื่นขอจัดทำบัตรประชาชนในพื้นที่ อ.บางละมุง ทั้งที่ไม่มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทั่งศาลออกหมายจับและนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้

    พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การได้มาว่าเคยทำบัตรประชาชนไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท  ประเด็นดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบและขยายผลว่าเงินจำนวนนี้จ่ายให้ใคร มีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องและมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่

    ทั้งนี้หลังได้สถานะคนไทยผู้ต้องหาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในประเทศไทยต่อเนื่อง จากงานไกด์และธุรกิจท่องเที่ยวก่อนย้ายมาตั้งหลักในพื้นที่พัทยามีครอบครัวกับภรรยาชาวจีนและมีบุตรฝาแฝด 2 คน

    จากข้อมูลการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับบริษัทหลายแห่งและมีอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองในพื้นที่บางละมุงจำนวน 17 แปลง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเส้นทางการได้มาและสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามหมายจับ ส่วนกระบวนการตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของทางการจีน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments