ดส.บชน. โชว์สกัดกั้นยาเสพติดรายใหญ่ ยึดไอซ์ 300กก.รวบ 2 ผู้ต้องหาที่สีคิ้ว หลังขยายผลเครือข่ายนักบินขนไอซ์จากอีสานเข้ากรุง รับได้ค่าจ้าง 2.5 แสนบาท
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.
ร่วมกันแถลงข่าว กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) นำโดย พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส., พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล, พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์, พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส. และ พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส.
จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 2 ราย คือ นายรัตชานนท์ หรือนน อายุ 21 ปี และ นายวิพัฒน์ หรือตูน อายุ 39 ปี พร้อมยาไอซ์น้ำหนัก 300 กิโลกรัม รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 33,000,000 บาท
หลังตำรวจ กก.ดส.ขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนพบข้อมูลว่ายังมีกลุ่ม “นักบิน” ผู้รับจ้างขนส่ง ในพื้นที่เดียวกัน มีพฤติกรรมใช้รถยนต์ส่วนบุคคลลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสานเข้าสู่พื้นที่ชั้นในเพื่อกระจายให้ลูกค้า
เจ้าหน้าที่จึงติดตามความเคลื่อนไหวจนทราบว่าในวันที่ 8 พ.ค.69 กลุ่มผู้ต้องหาเตรียมนำรถยนต์ MG สีดำ และรถกระบะ ISUZU สีเขียว ขึ้นไปรับยาเสพติดในพื้นที่ภาคอีสานจริง
กระทั่งวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น.ชุดจับกุมพบรถเป้าหมายขับตามกันมาบริเวณถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยรถกระบะ ISUZU มีลักษณะบรรทุกสิ่งของหนักผิดปกติ จึงเรียกตรวจค้น
ผู้ต้องหาพยายามขับรถหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ใช้ยุทธวิธีเข้าสกัดจับกุมไว้ได้พร้อมของกลางยาไอซ์ 300 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ภายใน
สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายยอมรับสารภาพว่า ทำหน้าที่เป็น “นักบิน” รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสานมาส่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามคำสั่งของเจ้าของยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินสด 250,000 บาท
แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ทั้งนี้
ทาง กก.ดส. ระบุว่าทราบตัวผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วอยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับเครือข่ายที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

























