คดีนักสืบใหญ่คาใจ ไขไม่ออก

1705
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น อดีต ผบช.น. นรต.36
ใครก็รู้ว่า เดอะบัว คนนี้แหละเป็น 1 ในนักสืบคู่บัลลังค์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อนร่วมรุ่นมาตลอด
คดีหินแค่ไหน ยากเย็นแค่ไหนก็คลี่คลายลงด้วยฝีมือนักสืบคนนี้
แต่ยังมีอยู่คดีหนึ่ง ที่ยังค้างคาใจอดีต ผบช.น.มือปราบคนนี้ ลองไปฟังดูครับ
คดีที่ค้างก็ยังมี ในนครบาลไม่มี แต่ว่าทั้งชีวิต มีเรื่องข่มขืนหญิงชราต่อเนื่อง10คดี มีฆ่าด้วย2ศพ พี่ติดใจมาก ที่ทุกวันนี้ ยังไม่มีใครสามารถแกะได้ ยังบอกกับภาค 7 อยู่ตลอด 
บอกน้องๆ ว่า ถ้าทำได้เมื่อไหร่ ช่วยบอก จะขอไปนั่งฟังด้วยว่าวิธีการของมัน  หลบเลี่ยง หลีกหนียังไง
ณ เวลานี้ พี่กลับมองว่า อาจจะไม่ใช่คนไทย แต่เหตุที่เหยื่อเขายืนยันว่าเสียงคนร้ายเป็นคนไทยภาคกลาง จริงๆคนต่างด้าวต่างชาติ ที่มาอยู่ในไทยนานๆ ก็พูดได้ 
สำหรับพี่มองว่า ไม่น่าจะเป็นคนไทย คนเรานี่ ถ้าก่อเหตุติดๆกัน ตั้งแต่ปี 2553 แล้วก่อนหน้านั้น  แต่ว่าเราหาหลักฐานไม่ได้
เราหาหลักฐานยืนยันว่าเป็นปี 2553 ไม่ได้ แต่มันเริ่มต้นเห็นตั้งแต่ดีเอ็นเอ ตั้งแต่ปี 2553 ตอนนี้ก็เก็บไว้อยู่ แต่พอหลังจากที่นครชัยศรี แล้วไม่เกิดอีกเลย
อดีตบิ๊กตำรวจเล่าให้ฟังถึงคดีคาใจต่อว่า ถ้าเรามองว่ามันเกิดแบบนี้ แล้วเกิดบ่อย ทำบ่อย ก็ต้องมองว่า คนนี้ไม่ใช่คนที่ปกติถูกมั้ย ถ้าคนปกติ ก็ต้องทำกับผู้หญิงที่รุ่นๆ แต่นี่ทำกับผู้หญิงที่แก่ที่มีอายุ  เพราะฉะนั้นต้องมองว่า บุคคลพวกนี้ไม่ปกติ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างพวกเรา ก็ต้องมองว่าเป็นโรคจิต 
ต้องสันนิษฐานว่า คนพวกนี้ต้องเป็นคนไม่ปกติ แล้วถ้าไม่ปกติ มันต้องเกิดอีก แต่ ณ เวลานี้มันเงียบหายไปเลย นี่คือประเด็นที่หนึ่ง
ประเด็นที่ 2 แล้วทำไมต้องฆ่า ถ้าคิดแค่หวังข่มขืน ก็น่าจะจบ แต่ทำไมต้องฆ่าในบางราย พี่ถึงมองว่า คนผู้นี้คือ 1.ต้องไม่ปกติ 2.ต้องมีคดีติดตัวอยู่บ้าง
คนอะไรจะดีถึงขนาดการพนัน ไม่เล่น ถ้าเล่นก็ต้องขึ้นประวัติ
แต่นี่ตรวจลายพิมพ์นิ้วมือก็ไม่พบ ทุกวันนี้ไม่โผล่มาเลย ไม่อยู่ในฐานข้อมูล แสดงว่าไม่เคยกระทำความผิด
ถ้าการตรวจสอบของเราไม่ผิดเพี้ยน แสดงว่าคนผู้นี้ต้องเป็นคนดี
เขาตั้งมอนิเตอร์ไว้เลย พอเกิดเหตุปัง ให้น้องภาค 7 ไปเอาดีเอ็นเอ เทียบกันเลย เพราะ สพฐ.เขาตั้งเหมือนเตือนไว้เลย ถ้ามีเรื่องนี้ปัง เขารู้เลย  แต่นี่มันหายไปเฉยๆ
ทีนี้นี่ถึงมองว่า ถ้าโอกาสเป็นต่างชาติ ไม่กระทำผิดให้เห็น คือไม่เล่นการพนัน ไม่อะไรทั้งสิ้น แต่เป็นโรคจิต หลังเกิดเหตุแล้วก็กลับประเทศ คือหนีออกจากไทย แล้วอาจจะไปก่อที่อื่น ในประเทศของเขา
ณ เวลานี้ พี่คิดอย่างนี้นะ หรือไม่อีกอันคือ การตรวจสอบของเราผิดพลาด
ก็เป็นคดีคาใจ เพราะลงไปตั้งหลายชุด ต้องบอกว่าไปทุกอาจารย์นักสืบนะ อาจารย์ใหม่ อาจารย์แหม๋ว ไปทุกคน ไปกันหมด พี่หมู ฐิติราช ไปหมด
 
ใหม่ๆ ก็มองว่าง่าย ทุกคนก็มองว่า บัว มึงลืมอะไรไปนิดรึเปล่า ก็ลองมาย้อนดูทั้งหมด ตอนนั้นเป็นผู้การสืบภาค7 
คดีเกิดครั้งแรกคิดว่ายังไงก็ไม่รอด เห็นสถานที่เกิดเหตุ ดูหลักฐานที่โผล่ มองยังไงก็ไม่รอด
พอเกิดเคส 2 ก็คิดว่ามึงเสร็จกูแน่ แต่ผลสุดท้าย ก็ทำอะไรเขาไม่ได้
รวมแล้ว 10 กว่าคดี ก่อนพี่ด้วยน่าจะ 13 ถ้าจำไม่ผิด  สมัยพี่เอง ตรงอัมพวา บางคนที ก็ 3-4 แล้ว แล้วมาที่นครชัยศรี มาสามพราน มาพุทธมณฑลสมัยพี่เอง ปาเข้าไป 7-8 คดี
สมัยพี่เป็นรองฯ ตอนนั้นเป็นผู้การ และ รอง ผบช.ด้วย พี่ก็ตามนะ
ครับ…นี่คือ1คดีคาใจไขปริศนาไม่ออกของอดีตนักสืบอย่าง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น อดีตผบช.น.ครับ
สำหรับรายละเอียดคดีข่มขืนคนแก่ต่อเนื่องในเขตพื้นที่ภูธรภาค 7มีดังนี้

1. วันที่ 26กย.53 เวลา02.30 น.เหตุเกิดที่สภ.บ้านแพ้ว จ. นครปฐม

2 .วันที่ 10พ.ย.53 เวลา00.20น.  เหตุเกิดที่สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

3 .วันที่ 8 ม.ค.55 เวลา01.00น.  เหตุเกิดที่สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม (ผู้เสียหายเสียชีวิต)

4. วันที่ 8ต.ค.55 เวลา03.00น.     เหตุเกิดที่ สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

5. วันที่ 6 ธ.ค.55 เวลา03.00น.  เหตุเกิดที่สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

6. วันที่ 16ธ.ค.55 เวลา03.40น.   เหตุเกิดที่สภ.บางคนที่ จ.สมุทรสงคราม

7. วันที่ 23มีค.56 เวลา23.00น.   เหตุเกิดที่สภ.สามพราน จ.นครปฐม

8.วันที่ 11 มิ.ย.56 เวลา00.30น. เหตุเกิดที่สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม (ผู้เสียหายเสียชีวิต)

9.วันที่ 25ธ.ค.57 เวลา01.30น. เหตุเกิดที่สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

10.วันที่ 25 ม.ค.58 เวลา03.00น.  เหตุเกิดที่สภ.นครชัยศรีจ.นครปฐม
 
พฤติกรรมคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ รูปร่าง สูงใหญ่  บึกบึน มีกล้ามเนื้อซิกแพคบริเวณท้อง ก่อเหตุข่มขืนและชิงทรัพย์ ในพื้นที่ จ.นครปฐม และจ.สมุทรสาคร หลายอำเภอ

เหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงสูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว ถูกคนร้ายข่มขืน บางรายที่ขัดขืนจะถูกฆ่าตาย 

ที่ผ่านมา มีการตรวจดีเอ็นเอจากอสุจิที่เก็บจากเหยื่อ 8 ราย พบว่าคนร้ายเป็นคนเดียวกัน

ทำให้ตำรวจกองปราบปราม สนธิกำลังกับตำรวจภูธรภาค 7 ออกไล่ล่าคนร้ายรายนี้ แต่ก็ยังคงคว้าน้ำเหลว

สำหรับความคืบหน้าในคดีนี้ ล่าสุด เมื่อเดือนก.ย.61 พ.ต.อ.นภัณฑ์วุฒิ เลี่ยมสงวน รองผบก.สรรพาวุธ นำผู้ต้องสงสัยเป็นชาวลาว มาให้ พล.อ.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ อดีต ผบช.ก.เพื่อสอบปากคำ

หลังพบลายนิ้วมือตรงกับ 1 ในบ้านที่เกิดเหตุ โดยชาวลาวต้องสงสัยรายนี้ เป็นช่างทำประตูหน้าต่างใกล้บ้านที่เกิดเหตุ

แต่เมื่อมาตรวจดีเอ็นเอแล้ว ไม่ตรง เจ้าหน้าที่จึงมอบให้ กองปราบฯนำตัวไปสอบสวนปากคำก่อนปล่อยตัวไป และคดียังมืดมนจนถึงขณะนี้

ครับ…ไม่ใช่คดีคาใจบิ๊กบัว-พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ คนเดียว

แต่ยังคาใจเป็นคดีที่ไขไม่ออกของนักสืบระดับปรมาจารย์หลายคนทั้งที่เกษียณและยังไม่เกษียณฯ

ไขไม่ออกไม่เป็นไร แต่อย่าให้เกิดขึ้นใหม่ และคนร้ายเป็นคนเดิมก็แล้วกันครับ

กากีกลาย19/10/62