“ครูแคน”สร้างโอกาส นสต.ล่าฝัน

พ.ต.อ.ดร.กันตพงษ์ นิลขำ รอง ผบก.ศฝร.บช.ภ.1 หรือที่ นสต.เรียกกันว่าครูแคน 

เป็นตำรวจที่มีความเป็นครูมากอีกคนหนึ่ง

เพราะจากชีวิตราชการเมื่อครั้งเป็นผกก.สภ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เขาใช้ช่วงที่เป็นหัวหน้าโรงพักแห่งนี้ถึง3 ปี ปรับปรุงส่วนหนึ่งของโรงพัก ๆเป็นที่สอนหนังสือเด็กเล็ก สอนเบสิกกีฬา สอนรำไทย

ใช้บุคคลากรตำรวจในโรงพักและบุคคลภายนอกที่เป็นพันธมิตร โดยเฉพาะครูจากโรงเรียนอนุบาลพัตรีรมยาของภรรยาที่ เปิดสอนย่านสมุทรปราการมาประมาณ 20 กว่าปี มาช่วยทำกิจกรรมดีๆให้ เหมือนเป็นโรงเรียนย่อมๆ

หลังเป็นผกก.ยาวนานถึง11ปี กันตพงษ์ ได้อาวุโส33%ขึ้นเป็นรองผบก.ศฝร.ภ.1

เขาไม่หยุดความเป็นครู  เปิดโครงการติวให้นักเรียนนายสิบตำรวจ ที่ตั้งใจสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ประจำปีการศึกษา2565 ที่เปิดรับจำนวน315 อัตราจาก 4 กลุ่ม และเปิดรับสมัครในวันที่11 ก.พ.ที่ผ่านมา

นอกจากกลุ่มหลักกลุ่มที่1คือบุคคลภายนอกทั่วไป เพศชาย   250 อัตรา และกลุ่มที่4 กลุ่มบุคคลภายนอกทั่วไป เพศชาย โครงการสิทธิพิเศษแก่นักเรียน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 15 อัตรา

เป้าหมายคือติวให้กลุ่มที่2 ข้าราชการตำรวจ หรือนักเรียนนายสิบตำรวจ ที่เปิดรับ 30 อัตรา และ(3) กลุ่มข้าราชการตำรวจ หรือนักเรียนนายสิบตำรวจ หรือบุคคลภายนอกทั่วไป เพศชาย เพื่อปฏิบัติภารกิจถวายความปลอดภัยและปฏิบัติการพิเศษ  20 อัตรา   

รองกันตพงษ์ เล่าถึงการเปิดติวให้ นสต.ในส่วนของ ศฝร.ภ.1ว่า

เฉพาะของ บช.ภ.1 ที่นี่ มีนสต. 689 คน  มีเด็กที่สนใจประมาณ 150 คน แต่ต้องรอดูหลังจากจ่ายเงินค่าสมัคร เสร็จแล้วจะดูยอดใหม่ว่าใครสมัครบ้าง จะได้จัดติว จัดพาทดสอบ ว่ายน้ำ เพื่อให้เขามีโอกาส เพราะตอนโควิด  หลายคนออกไปติวข้างนอกไม่ได้

ผมคิดว่า เราควรให้โอกาสเขา หาติวเตอร์ หาคนที่มีความรู้ มาแนะนำการสอบให้  คือเราเป็นผู้บังคับบัญชาเขา  เปรียบเหมือนเป็นพ่อเขาที่โรงเรียน   อยากให้โอกาสเขาเหมือนคนข้างนอก ที่ได้โอกาสจากนักเรียนเตรียมทหารไปสู่การเป็นนายตำรวจ

อยากให้เขามีความหวัง ไม่ใช่เป็นผู้บังคับบัญชาแล้วสั่งเขาอย่างเดียว ไม่ให้เขามีโอกาส มีความเจริญก้าวหน้า

ซาวด์เสียงแล้ว ส่วนใหญ่อยากให้ช่วยติวพวกเคมี กับสังคม

แต่ผมก็หาติวเตอร์ให้ทั้งหมดเลย ทั้งคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ จะเอามาสอนให้เขาหมด ส่วนใครจะมานั่งเรียน กี่คน ก็แล้วแต่ จะบริหารเวลาให้ฝ่ายปกครองโรงเรียนจัดเวลาให้เขา ได้มีเวลาศึกษา ได้มีเวลาอ่าน

คือโรงเรียนก็สอนตามปกติ แล้วช่วงเย็น 6 โมงเย็น ถึง 3 ทุ่ม ติวเตอร์มาสอน วันเสาร์ สอนพิเศษ 1 วัน   

เป็นการแข่งขันค่อนข้างสูง  ก็มีบางส่วนที่เขากระตือรือร้น ทำกลุ่มไลน์ นสต.ต้องการสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหาร  ก็เห็นว่ามีเด็กสนใจมาตอบคำถามที่ผมเอาข้อสอบส่งไปให้อยู่เรื่อยๆ 

ก็มีเวลาติวประมาณ 20 วัน จะสอบในวันที่ 30 มี.ค.สอบเสร็จทั้งหมด ก็ไปทดสอบพละ ว่ายน้ำที่ อบจ.สระบุรี ไม่ต้องรอผลสอบออก  บางคนอยู่ในโรงเรียน ไม่ได้ลงสระน้ำเลย ลงวิ่งก็ตกได้ แต่ถ้าไปแข่งกับกลุ่มนักเรียนด้วยกัน นักเรียนธรรมดา ม.3-4 มันก็สบาย สู้ได้อยู่แล้ว 

ที่มีแนวคิดตรงนี้ เพราะอยากให้เขามีโอกาส มีอนาคตที่ดีกว่านี้ อย่างผมสอบ 4 ครั้ง กว่าจะได้นักเรียนเตรียมทหาร  ผมสอบตั้งแต่ ม.2 สอบเทียบได้ ครั้งแรก ตำรวจ ครั้งที่ 2 ทหารเรือ ครั้งที่ 3 ทหารบก ครั้งที่ 4 ตำรวจ ถึงบอกให้ นสต.มีความมุ่งมั่น 

เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่า คุณสอบปีเดียวไม่ติดแล้วก็ท้อ มีเวลา มีโอกาส มีจังหวะ สอบได้สอบ สุดท้ายถ้าไม่ติด มันก็เป็นเรื่องอนาคต เรื่องบุญวาสนากำหนดไว้แล้ว อย่าไปคิดมาก

ก็บอกเขา  คุณสอบเรื่อยๆ จนกว่าหมดโอกาส เมื่อถึงเวลาโตขึ้นจะได้รู้ว่า เออ กูพยายามแล้ว มันได้แค่นี้ ก็คือแค่นี้

ตอนที่ไปอยู่บางบาล อยุธยา ก็ไปสอน เราทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ มันเลยเป็นจุดเด่น

เผอิญบุคลากรในโรงพัก ตำรวจที่จบมาใหม่  เป็นสายดำเทควันโด้ เป็นครูมาก่อน แล้วก็มาเป็นตำรวจ แล้วก็เป็นติวเตอร์คณิตศาสตร์มาก่อน แล้วค่อยมาเป็นตำรวจ

ผมก็เลยชวน บอกว่า มาทำอะไรให้สังคมกันไหม แต่ผมไม่มีเงินให้นะ ผมมีแต่โยกย้ายว่าคุณจะไปอยู่สายไหนๆ ผมปรับย้ายให้คุณได้ แต่ไม่มีเงินให้

เขาก็บอกว่า ได้ครับ  ผมใช้ 1 คน 1 โครงการ คนนี้เทควันโด้ สายดำ คนนี้ไปสอนคณิตศาสตร์ คนนี้ไปสอนภาษาอังกฤษ  ชาวบ้านก็ชอบ

ใช้บุคลากรที่เรามีอยู่ ไม่ต้องไปจ้างใคร ใช้พื้นที่ที่มีอยู่ โรงพักชั้น 2 เป็นห้องยิม ออกกำลังกาย ห้องตำรวจที่ว่างๆ อยู่ ก็เอาไปเปิดสอน 

จังหวะเหมาะตรงที่ว่า บางบาล  อยู่ใกล้ตลาด เราก็เห็นว่า ลูกชาวบ้านที่เป็นนักเรียนมารอแม่กลับบ้าน ขายของอยู่ที่ตลาด วิ่งเล่น เล่นเกมคอมพิวเตอร์อยู่ในร้านเกม เลยดึงเข้ามา ไม่ต้องเล่นเกม มาเรียนเทควันโด้ มาทำการบ้าน มีตำรวจช่วยสอนการบ้านให้ เสร็จแล้ว 6 โมงกว่าๆ พ่อค้าแม่ค้า ที่เป็นผู้ปกครองเขาก็มาพาเอากลับบ้าน   

เหมือนฝากลูกไว้กับตำรวจ ตอนนั้น เคยมีมาสูงสุด 80 คน ผมอยู่บางบาล 4 ปี ผมทำ 3 ปี ก่อนย้ายไปอยู่ หนองแซง แต่ ที่หนองแซงไม่ได้ทำ  เนื่องจากบรรยากาศ และพื้นที่มันไม่อำนวย

 สภ.บางบาล อยู่ใกล้ตลาด  เราเห็นเด็กพลุกพล่าน วิ่งเล่นกัน เดี๋ยวจะเสียคน เดี๋ยวรถจะชนตายเอา ให้มาอยู่ในโรงพักดีกว่า มาเรียนหนังสือข้างบน แต่ที่หนองแซง มันอยู่กลางทุ่งนา

การทำงานผมมันมองหลายอย่าง ให้ถูกที่ ถูกคน ถูกนาย  อย่างผมไปอยู่บางบาล ผมไปอยู่กับผู้การหลายท่านที่เข้าใจ ไม่อะไรกับผม ไม่เอาซองเลย บอกว่าออกข่าวเดือนละครั้งได้ไหม 

เราอยู่กับนายที่ถูกคน ถูกสถานที่ มันก็น่าทำ อันนี้ต้องส่งเสริม คุณทำอันนี้ให้ชื่อเสียงกับอยุธยา ให้ชื่อเสียงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  อันนี้คุณลงทุน  มันมากกว่าคุณเอาซองให้ผมอยู่แล้ว คุณต้องเลี้ยงดูลูกน้อง เพราะฉะนั้นคุณทำไป อย่างนี้ก็น่าทำให้ เหมือนกัน

มาอยู่ที่นี่ศฝร.ภ.1ท่าน ผู้การวีระพล สวัสดี ก็เข้าใจ บอกน้องทำอะไรก็ทำ ท่านโอเค.ปล่อยให้ผมทำเต็มที่ ผมก็บอกว่า พี่ ผมขอทำเต็มที่ แต่ไม่ขอแตะต้องเงินพี่นะ ผมจะบริหารหาเงินจากพรรคพวก แล้วก็น้องๆ มาช่วยทำ 

สรุป ติวเตอร์ก็มี คณิต ที่ผมสอนเอง  เด็กอยากเรียนเคมี เราก็ไปหา ก็มีสถาบันกวดวิชา บ้านครูมด เจ้าของโรงเรียนจะมาสอนให้เลย เขายกทีมมาช่วย  เขาเห็นข่าวตั้งแต่ผมทำที่บางบาล เขาเอาครูมาช่วยสอน

ประกอบกับเขามีโครงการทำบุญ 100 โรงเรียน  สอดคล้องกับโครงการของเขาด้วย ก็เลยมาทำกัน มาร่วมทำบุญ เด็กๆ ก็ดีใจ อยากให้ติดสัก 1 คน เป็นอย่างน้อย  ถ้าได้สัก 10 คน ก็ดังแล้ว 

นักเรียนเตรียมทหาร เป็นความฝันเด็กหนุ่ม เราเหมือนทำบุญด้วยการศึกษา ทำฝันให้เป็นจริง

ติวนี่มันไม่ใช่ถูกๆ นะ บางคนนี่ ชั่วโมงละ 2,000 แล้วมาติว ไม่ใช่แค่ชั่วโมงเดียว บางที 4-5 ชั่วโมงนะ  

ผมมีเพื่อน  ทำสถาบันกวดวิชาอยู่ที่สามพราน นครปฐม เป็นเพื่อนนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกัน   เขาจะมาแนะนำ การสอบข้อเขียน การสอบพละ  ให้พวกนักเรียนนายสิบ ช่วยฟรีนะ  

ยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็ได้ความคิดมาจากภรรยาที่ทำโรงเรียนอนุบาลมากว่า 20 กว่าปีแล้ว เลยมีไอเดีย ในการสอนเด็ก

ก็มาแนะนำบอกว่า พี่ทำไมไม่ทำโน่น ทำอันนี้ล่ะ  เลยเอาครูที่โรงเรียนมาสอนรำไทย ให้กับ มาสอนทำเวที ประดับเกศ ประดับฉากต่างๆ ให้กับชาวบ้าน และเด็กๆ

คือเขาก็ดีใจนะ ที่ได้ช่วยเหลือสังคม เอาครูมาเป็นจิตอาสา สอนให้ชาวบ้านฟรีๆ ไม่คิดสตางค์อะไร ก็เป็นสิ่งที่ได้ทำ เป็นการต่อยอดในการทำงาน

สำหรับ พ.ต.อ.ดร.กันตพงษ์ เป็นบุตรชาย “พลโทภุชงค์ นิลขำ” จปร.5 รุ่นเดียวกับ พลเอกสุจินดา คราประยูร พลเอกอิสระพงศ์ หนุนพรรคดี และ นางกอบกุล นิลขำ 

จบชั้นประถมศึกษาโรงเรียนเซนต์คาเบรียล 

จบชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนโยธินบูรณะศึกษา

จบอุดมศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 ปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 41

ปริญญาโท MPA. (MIS.), Kentucky State University, USA. ปริญญาเอก DORTER OF PUBLIC ADMINISTRATION, UNIVERSITY OF NORTHERN PHILIPPINES, PHILLIPPINE

เส้นทางรับราชการ  ลงบรรจุครั้งแรกปี2531 ลงที่ ตชด.ที่ 23 สกลนคร นครพนม จากนั้นเป็นผู้ช่วยนายเวร พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ยมกกุล ผบก.ป. ต่อด้วยท่านเสรี 3-4 เดือน

เรียนปริญญาโท จบรัฐประศาสนศาสตร์ ที่สหรัฐอเมริกา จากเคนตั๊กกี้สเตท  กลับมาเป็น รอง สว.นโยบายและแผน  เป็นนายเวร พล.ต.ต.ประกาศ ศาตะมาน ผบก. ปส.ขึ้น สว.กก. 2 ปส.1ที่พัทยา

ขึ้น  รอง ผกก.สืบ ภูธรภาค 1 รองผกก.ฝอ. ฝ.9 บก.อก.บช.ภ. 6 ผกก.สส.ภ.จว.ตาก  ผกก.สภ.หนองปลิง นครสวรรค์  ผกก.สภบางบาล ผกก.สภ.หนองแซง ผกก.สภ.ภาชี  ถึงได้ขึ้นเพราะอาวุโส  

กากีกลาย13/2/65