ความฝันของเด็กอ้วน สู่รั้วจักรดาว

ประกวดเรียงความ “กว่าจะมาถึง…รั้วจักรดาว โดยผู้ปกครอง นตท.65

จากฝันในวัยเด็ก มุ่งสู่ถนนสายเกียรติยศ เด็กผู้ชายคนนี้ต้องผ่านด่านทดสอบมากมาย เพราะสภาพร่างกายไม่ค่อยพร้อม มีรูปร่างอ้วน น้ำหนักเยอะ หนัก 80 .. เป็นเด็กที่มีรูปร่างอ้วนแต่มีความฝันอยากเป็นตำรวจ

วันหนึ่งตัดสินใจบอกกับพ่อกับแม่ว่าเขาอยากไปเรียนสายนี้ ต้องการความช่วยเหลือ

พ่อจึงถามเขาว่าจะเรียนไหวไหมน้ำหนักก็ค่อนข้างที่จะเยอะ เรียนยาก และยังฝึกหนัก จะทนลำบากได้มั้ย พ่อเลยเสนอให้เขาไปลองหาค่าย เพื่อค้นหาตัวเองว่าใช่ตัวตนที่เราอยากเป็นมั้ย

จากนั้นเด็กชายก็ช่วยกับพ่อแม่เริ่มกันหาค่าย และพบค่ายๆหนึ่ง เปิดแค่สั้นๆช่วงปีดเทอม เป็นคอร์ส 15 วัน ชื่อว่าค้นหาตัวตน GcT ติวเตอร์สอบเตรียมทหาร

เด็กชายคนนี้มุ่งมั่นเป็นอย่างมาก จนวันที่พ่อไปส่งเด็กชายคนนี้ พ่อก็ยังถามว่าไหวแน่นะ ต้องอาศัยอยู่ในที่ๆห่างจากบ้าน และยังต้องฝึกหนัก จะขอกลับบ้านไม่ได้นะ เด็กชายตอบว่าไหว ไม่ลองก็ไม่รู้ พ่อเลยปล่อยให้เด็กชายลองดู และบอกกับตัวเองว่าแค่ 15วัน

หลังจากนั้นเด็กชายก็ได้เรียนและฝึก 

ผ่านไป 1 สัปดาห์ เด็กชายก็ได้โทรคุยกับครอบครัวของเขา เด็กชายก็บอกว่าสนุกดี ได้ลองถือปืนและยิงปืนด้วย เขายอมรับว่าเหนื่อยแต่สนุก เขาบอกพ่อกับแม่ว่าเขาไหว ไม่ต้องเป็นห่วง

พอครบ 15 วัน ทางค่ายก็เรียกผู้ปกครองไปคุย ครูฝึกบอกพ่อกับแม่ว่าเด็กชายคนนี้มีความตั้งใจดี มีน้ำหนักเยอะแต่ก็ฮึดสู้ สั่งให้ทำอะไรก็ทำ 

แม่เลยถามครูฝึกว่าเด็กชายมีรูปร่างอ้วนและน้ำหนักก็มากถึง 80 .. จะสามารถลดได้จริงๆหรอ ครูฝึกเลยตอบแม่ว่าถ้าเขาตั้งใจและมุ่งมั่น เขาจะทำได้แน่นอนและขอให้แม่เชื่อมั่นตัวของเขา น้ำหนักเยอะก็ไม่ใช่ปัญหา สามารถลดได้

หลังจากจบจากการฝึกที่ค่าย เด็กชายก็ได้คุยกับพ่อแม่ว่าอยากเป็นตำรวจจริงๆพ่อก็ยอมรับในความตั้งใจของลูก

ปี 2560 เด็กชายกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ ได้ขอยื่นเรื่องลาออกเพื่อที่จะไปทำตามความฝันของตัวเอง ค้นหาค่ายที่ติวสำหรับสายตำรวจโดยเฉพาะ เพื่อนของเขาก็แนะนำที่สัตหีบ เพราะเป็นค่ายที่ติวดีและมีเด็กสอบติดตำรวจมากมาย

พอเด็กชายไปถึงค่ายนี้ ทางค่ายก็บอกเด็กที่จะอยู่ประจำ รับแค่ช่วงวันเสาร์อาทิตย์  ทางค่ายก็ถามเขาว่าเขามีรูปร่างอ้วน จะเรียนไหวไหม เด็กชายเลยกลับบ้านมาก่อน

หลังจากนั้นไม่นานเด็กชายก็โทรไปค่ายเคิม ปรากฏว่าค่ายรับเขาเพื่อเข้าฝึกและให้อยู่ประจำ และมีโรงเรียนให้ศึกษาหาความรู้

ปี 2561 เด็กชายไปศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนวัดเข็มนเขต ตั้งอยู่แถวรังสิต เขาได้ศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนแห่งนี้เป็นเวลา 1 ปี น้ำหนักของเขาลดลงจาก 80 .. เหลือ 68 .. เขามีรูปร่างที่ผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

ช่วงที่เขาศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ โรงเรียนได้พาไปสอบช่างฝีมือทหาร นับว่าเป็นการสอบครั้งแรก ของเขา  เขาสอบติด แต่เขาสละสิทธิ์เพื่อที่จะรอสอบเตรียมทหารในปีหน้า พ่อกับแม่ก็มีความสงสารเด็กชายเพราะรู้ว่าเด็กชายเหนื่อยมาก

เลยถามเด็กชายว่าให้ล้มเลิกกับสายนี้มั้ย แต่เด็กชายก็ยังยืนยันว่าจะทำต่อไป และบอกแม่รอดูความสำเร็จของเขา พ่อกับแม่ก็บอกเด็กชายว่าจะสู้ไปด้วยกัน

จากนั้นเด็กชายก็ได้ศึกษาและฝึกเป็นเวลาหลายเดือนจนจบการศึกษาจากระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ปี 2562 เด็กชายได้ศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม เขาทั้งศึกษาที่โรงเรียนและก็ฝึกฝนที่ค่าย พ่อกับแม่ถามเขาว่าตั้งแต่ย้ายค่ายมา ทางค่ายสอนเป็นอย่างไรบ้าง ครูฝึกเต็มที่กับการสอนไหม

เด็กชายบอกพ่อกับแม่ไปว่าครูฝึกไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ มาไม่ตรงเวลา และได้ฝึกน้อย เปลี่ยนครูฝึกบ่อย

พ่อกับแม่เลขตัดสินใจพาเด็กชายกลับบ้านที่สมุทรปราการเพื่อหาค่ายใหม่และเปลี่ยนโรงเรียน  การหาโรงเรียนเป็นเรื่องที่ยากเพราะเด็กชายได้ลาออกจากโรงเรียนเก่าในช่วงกลางเทอม จนได้ไปเจอโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จากนั้นเด็กชายก็ได้หาค่ายใหม่ แต่ก็ไม่ค่อยถูกใจ จึงตัดสินใจกลับไปค่ายที่สัตหีบอีกครั้ง

จากที่เคยอยู่ประจำ เด็กชายขอเปลี่ยนเป็นเรียนวันเสาร์อาทิตย์ ไปกลับจากสมุทรปราการไปสัตหีบ เป็นเวลา 4 เดือน จนจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ลองไปสอบเตรียมทหารครั้งแรก

ผลออกมาคือสอบไม่ติดจึงตัดสินใจพักการเรียน และไปฝึกที่ค่ายหุบเขามังกรหลับที่สัตหีบ พร้อมกันกับการเรียน กศน.

เด็กชายทั้งเรียนหนักและฝึกหนักเป็นอย่างมาก เขาเรียนและฝึกเป็นเวลา 1 ปีจากสอบรอบแรกที่ได้คะแนน 187 คะแนน หลังจากฝึกที่ค่ายนี้คะแนนของเขาได้สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดมาถึงช่วงคะแนน 280-300 คะแนน

ปี 2563 เด็กชายมีรูปร่างที่สมส่วน มีความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียนเต็มที่ มีวันหยุดเฉพาะวันที่มีมีเทศกาลใหญ่ จากเด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก จนมีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก จนถึงวันสอบข้อเขียน

แต่วันนั้นขณะกำลังนั่งรถบัสข่าวประกาศเลื่อนสอบ ศบค.ประกาศงดเปิดการเรียนการสอนทุกแห่ง แต่เด็กชายก็อ่านหนังสือ ทำโจทย์ทุกวัน จนไปสอบข้อเขียนมาและรอฟังประกาศผล

พอถึงวันประกาศผล ผลคือเขาสอบผ่านข้อเขียนของทหารเรือ และอ่านหนังสือต่อเพื่อสอบของทหารบกและทหารอากาศ จนถึงเดือนมิถุนายน ถึงได้สอบของทหารบกและทหารอากาศ ผลออกมาว่าเขาสอบติดทหารบก  ลำดับดีกว่าทหารเรือเสียด้วย

เขาสอบติดของทหารเรือกับทหารบก เลยตัดสินใจไปรอบ 2 ของทหารบก แต่เกิดบาดเจ็บและมีอาการเจ็บขา ทำให้สอบพละได้ไม่เต็มที่

เพื่อนสนิทของเขาที่ลำดับในการสอบข้อเขียนต่ำกว่า แต่ทำพละได้ดี ติดในฐานะตัวจริง แต่เด็กชายติดในฐานะตัวสำรอง

ตอนนั้นเด็กชาย พ่อและแม่เสียใจเป็นอย่างมาก แต่เด็กชายก็ยังยืนยันที่จะสู้ต่อ

ปี 2564 เด็กชายกลับไปเรียน กศน.อีก 6 เดือน ค่ายหุบเขามังกรหลับก็ยังให้โอกาสเด็กชายอยู่ โดยการเรียกตัวกลับไปฝึก และสู้ไปด้วยกัน

แต่ตอนนั้นเด็กชายมีอายุเกินเกณฑ์แล้ว เลยต้องสอบเข้านายสิบเหล่าตำรวจ เพราะเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจเพียงแค่วันเดียวก็มีสิทธิ์สมัครสอบเตรียมทหาร ได้สำหรับคนที่อายุเกินแล้ว

ในเดือน พ.ย.เขาจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  ได้ไปสอบเข้านายสิบเหล่าตำรวจ และผลสอบติด แต่ช่วงนั้นมีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 กำหนดการบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจเลยช้ากว่ากำหนด ทำให้เด็กชายไม่สามารถสอบเตรียมทหาร ได้ เวลาเหลื่อมล้ำกันเพียงแค่ 1 สัปดาห์

เด็กชายบอกกับตัวเองว่ารอมา 1 ปีแล้วทำไมจะรออีกไม่ได้ เขาก็ทำหน้าที่ของนักเรียนนายสิบตำรวจต่อไป

2565 เด็กชายได้ไปสอบข้อเขียนเตรียมทหารมาแล้ว พอถึงวันประกาศผล รับตัวจริง 30 คน เด็กชายสอบเป็นลำดับที่ 31 เลยไปรอสอบรอบพละ

ปรากฏว่าเด็กชายดันเกิดอาการบาดเจ็บที่ขาก่อนสอบ เพราะไปว่ายน้ำมาแล้วเกิดเป็นตะคริว ทำให้มีอาการบาดเจ็บที่ขา แต่เขาก็กัดฟัน อคทนต่อความเจ็บ และมุ่งมั่นเต็มที่ในการสอบพละ

พอถึงวันประกาศผล เขาติดเป็นลำดับที่ 31 นั่นหมายถึงเป็นตัวสำรองอันดับที่ 1 ตอนนั้นเขาและครอบครัวของเขาก็เสียใจเป็นอย่างมาก

แต่เขาก็บอกกับพ่อแม่ว่าเขาไม่ท้อ ปีหน้าจะตั้งใจทำให้ลำดับข้อเขียนและพละดีกว่าปีนี้ จะได้เป็น 1 ใน 30 คนที่สอบติดตัวจริง

พ่อกับแม่ปลื้มปีติมากที่ลูกของพวกเขามีความพยายามและอดทนมากขนาดนี้

จนวันที่ 17 พฤษภาคม ..2565  มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา มีใจความว่า

วันที่20 พฤษภาคม ..2565ช่วงเช้า ให้เตรียมอุปกรณ์ของใช้ให้พร้อม แล้วมารายงานตัวเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร ตอนนี้เรียกถึงลำดับของนายชัยภัทร บุญมงคลกิจ สำรองลำดับที่ 1 แล้ว

วันที่ 17 พฤษภาคม ..2565 เป็นวันฟ้าเปิด นับเป็นวันที่ดีของเขา  เด็กชายก็ได้เดินตามทางถนนแห่งเกียรติยศ และความภาคภูมิใจของครอบครัว

ถ้าทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจ อดทน สักวันมันจะเป็นวันของเราเช่นกัน

ชัญญาภัค บุญมงคลกิจ ผปค.นตท.ชัยภัทร บุญมงคลกิจ ตอนที่8 เลขที่3 เหล่าตำรวจ

สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร