Monday, February 26, 2024
More
    HomePolice Cute Boyจะช่วยเหลือประชาชนจนกว่าจะหมดแรง

    จะช่วยเหลือประชาชนจนกว่าจะหมดแรง

    แค่โปรยหัววันนี้ เราก็รับพลังงานที่ฮึกเหิมได้จาก ร.ต.ท.จิรภัทร อินทร์คง หรือ “หมวดบอล” รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางเสาธง  จ.สมุทรปราการ นรต. รุ่น 75 หนุ่มกรุงเทพฯ ผู้ปฏิบัติงานในเวลาด้วยชุดสีกากี

    แต่นอกเวลางานนั้น “หมวดบอล”รับหน้าที่บุรุษชุดขาว ว่าแต่เขาทำอะไร ทำไมเรื่องราวถึงได้น่าสนใจจนทางเราอดไม่ได้จับมาสัมภาษณ์ วันนี้ตามไปอ่านกันเลย

    ย้อนที่มาที่ไปของหมวดบอล เด็กหนุ่มกรุงเทพฯ ที่มีคุณพ่อรับราชการทหาร แน่นอนละว่า ความมีวินัยระเบียบถูกฝึกฝนมาตั้งแต่สมัยยังเด็ก ถอดแบบคุณพ่อมาทุกอย่าง เรียกได้ว่าพ่อคือต้นแบบที่สมบูรณ์แบบที่สุด

    ด้วยความฝันของคุณพ่อที่อยากส่งลูกถึงฝั่ง  ตัดสินใจสอบโรงเรียนเตรียมทหาร เมื่อถึงเวลาตัดสอนใจเลือกเหล่า จึงเลือกเหล่าตำรวจ เพราะสิ่งที่บอลอยากทำ คือ การช่วยเหลือดูแลประชาชน

    การเรียนแม้จะไม่ได้โดดเด่นแต่พอถึงปี 4”หมวดบอล”ได้รับเลือกให้เป็นนักเรียนบังคับบัญชา คอยทำหน้าที่ดูแลเป็นพี่เลี้ยงตำรวจ ไม่ว่าจะ กอส. กอน. 

    พอถึงช่วงทำงานจึงเลือกลง สภ.บางเสาธง เจอทั้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างพวกคดีออนไลน์มิจฉาชีพต่างๆถือได้ว่าเป็นคดีที่หนักที่สุดของแต่ละโรงพัก  พื้นที่ที่รับผิดชอบนั้น ส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงาน ต่างไม่รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ

    ถามว่าสิ่งเหล่านี้จะแก้ได้อย่างไรหากประชาชนไม่มีการเสพสื่ออย่างมีสติ

    หมวดบอลบอกว่าแม้ตำรวจจะประชาสัมพันธ์มากเท่าใด แต่เหยื่อก็ยังไม่อาจเท่าทันโจรได้

    หมวดบอลยกตัวอย่างสามเหลี่ยมอาชญากรรม นั่นคือ 1.อาชญากร 2.เหยื่อ 3.โอกาส  สองสิ่งหลังนี้สิ่งที่เราทำได้และตำรวจจะช่วยเหลือเราได้คือ การอย่าเปิดโอกาสให้โจรเข้ามาควบคุมจิตใจให้เราหลงกลายเป็นเหยื่อจนสูญเงินหลายบาท

    หลายครั้งที่พอเกิดคดีผู้คนมักตื่นตระหนกจากการสูญเสียเงิน  อยากให้มองว่าไม่มีตำรวจคนไหนในโรงพักที่จะจ้องเอาเปรียบประชาชนหรือมีเวลามาวีดิโอคอลหลอกให้ประชาชนโอนเงินผ่านบัญชีออนไลน์แน่นอน

    เรียกได้ว่าคดีมิจฉาชีพออนไลน์ ถือเป็นภารกิจใหญ่ของตำรวจที่ยังคงทำหน้าที่ช่วยเหลือดูแลประชาชน

    แต่เราในฐานะประชาชนก็ต้องเสพสื่ออย่างมีสติ และรู้ทันเทคโนโลยีมากขึ้น เราได้แต่หวังว่าเคสต่างๆที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนให้ผู้คนได้ระมัดระวังตัวมากขึ้น

    นอกจากในเวลางาน”หมวดบอล”จะสวมชุดเครื่องแบบสีกากีแล้ว แต่นอกเวลางาน”หมวดบอล”คนนี้ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน โดยเป็น “อาสาของมูลนิธิร่วมกตัญญู”นามเรียกขาน “สนับสนุนทั่วไป 249”

    สิ่งที่เราทั้งประหลาดใจและประทับใจเพราะเรามักไม่เคยรู้เลยว่านอกจากอาสาสมัครที่อาจจะมาจากประชาชนหลายรูปแบบ แต่ยังมีตำรวจทหารที่มีจิตใจต้องการช่วยเหลือประชาชนนอกจากในเวลางานเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้

    ที่มาที่ไปของการเป็นอาสาสมัคร บอลเล่าว่าเพราะในสมัยเด็กคุณพ่อประสบอุบัติเหตุ แล้วตนเองไม่สามารถช่วยเหลือหรือจัดการเพียงคนเดียวได้ มีแต่พี่ ๆ อาสาสมัคร ที่เข้ามาช่วยเหลือคุณพ่อจนพ้นขีดอันตราย

    บอลจึงตั้งปณิธานกับตนเองว่า “ ถ้ามีโอกาสอยากตอบแทนสังคมผ่านการช่วยเหลือคน” เพราะเข้าใจความรู้สึกของญาติผู้ป่วย

    อาสาสมัครเปรียบเหมือนอัศวินขี่ม้าขาวที่พร้อมความหวังทำให้เขาพ้นขีดอันตราย บวกกับความชอบและรักในงานอาสา ที่บ้านเลยสนับสนุนให้ไปเรียนกู้ชีพเพิ่ม ในหลักสูตรปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐานและช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง(EMT) จาก วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี รุ่นที่ 14

     อาสาสมัครตัวเล็กเล็ก ๆในวันนั้นที่คอยเดินถือกระเป๋ายาล้างแผลผู้ป่วยได้เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือผู้ป่วยในเคสคนงานตกบ่อบำบัด บอลก็สามารถเอาความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาช่วยปั๊มหัวใจจนฟื้นส่งเข้าโรงพยาบาลต่อ

    เคสนั้นเป็นเคสแรกที่คุณบอลเล่าให้เราฟังด้วยความประทับใจพร้อมทั้งน้ำตาจากความตื้นตันที่ตนเองสามารถช่วยเหลือเขาได้

    เห็นอย่างนี้ก็เข้าเป็นปีที่ 6 แล้วที่”หมวดบอล”ได้ร่วมทำงานกับมูลนิธิร่วมกตัญญู

    พูดได้ว่า”หมวดบอล”หนึ่งในตำรวจน้ำดีที่ไม่ว่าจะในเวลาปฏิบัติราชการหรือนอกเวลาปฏิบัติราชการได้ทำหน้าที่ในการดูแลประชาชนอย่างสมบูรณ์แบบ “ผู้หมวดบอล”บอกกับเราว่า

    “ ถ้าชีวิตนี้ยังมีแรงกายแรงใจ จะขอทำหน้าที่นี้ไปจนกว่าจะหมดแรงช่วย”

    แม้ปัจจุบันประเด็นของตำรวจจะถูกพูดถึง ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนนั้นลดลงไปด้วย แต่สิ่งเขายึดถือ นั่นคือการไม่เอาเปรียบใครและอย่าให้ใครมาเอาเปรียบเรา

    ไม่ว่าเราจะทำอาชีพไหน บทบาทไหน อย่าไปสร้างปัญหาให้คนอื่น อย่าให้คนอื่นมาทำร้ายเรา เรามีหน้าที่ทำดีจนกว่าคนจะเชื่อ แค่ขอให้ยึดมั่นผลของความดีจะตอบกลับมาเอง เหมือนกับการที่เป็นเคสอาสาสมัคร

    “ถึงวันนั้น ผมไม่ได้ใส่เครื่องแบบตำรวจ ผมก็จะลงไปช่วย และผมก็เชื่อว่า ถ้าเป็นตำรวจคนอื่น ก็จะลงมาช่วยเหมือนที่ผมทำ”

    ยิ่งได้คุยและสัมภาษณ์กับ”หมวดบอล”มากเท่าไหร่เรายิ่งรู้สึกชื่นชมในฐานะของตำรวจที่มีความใฝ่ดี และเคารพหน้าที่ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ตำรวจรุ่นต่อไปเสมอ

    เราเชื่อว่า ความดีไม่เคยทรยศใคร การที่หมวดบอลเป็นแบบอย่างของตำรวจที่ดี ยิ่งทำให้เราได้ศรัทธาในวงการตำรวจมากขึ้น

    แม้ภารกิจของ”หมวดบอล”ส่วนใหญ่จะเป็นการช่วยเหลือดูแลประชาชน แต่หากในมุมมองของความรักแล้วคุณบอลบอกกับเราแค่ว่า

    คนจะเข้ามาในความสัมพันธ์นั้น อย่างแรกถ้าเข้าใจในการทำงานของตำรวจ ที่ต้องคอยดูแลประชาชน 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะชุดไหนบทบาทไหน หากมีความเข้าใจกันเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

    “ศุพิต พ.” บันทึก9/12/66

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments