“จาก ร.ต.ต. ถึง พล.ต.อ.” บิ๊กปั๊ด-สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข (1)

 

พล...สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ เว็บไซต์ Police News Varieties จากจุดเริ่มต้นการเข้ารับราชการตำรวจภารกิจ หน้าที่ ความรู้สึก ความทรงจำ ความประทับใจ ในชีวิตรับราชการตำรวจกว่า 39 ปี และสิ่งที่มุ่งหวังอยากเห็นการพัฒนาร่วมกันของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในอนาคต

จุดเริ่มต้นเข้ารั้วสามพราน

เริ่มจากสมัครสอบโรงเรียนเตรียมทหาร เพราะคุณพ่อบอกกึ่งบังคับให้มาสอบตอนนั้นเราสอบเตรียมอุดมด้วย เพราะเป็นกระแสต้องไปเรียนที่เตรียมอุดม ไปเรียนแพทย์ วิศวะ ก็ไปตามนั้น

สอบทั้ง2ที่ สอบติดทั้ง2ที่ คุณพ่อขอให้มาเรียนเตรียมทหาร เราเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 ตอนแรกก็ไปแบบงงไม่รู้เรื่อง จริงๆก็มีพี่ชายเป็นทหาร แต่เราก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ พอมาเรียนมีระบบการซ่อม ระบบการฝึกทหารซึ่งเราไม่คุ้นเคยเลย แต่ก็สนุกดี

ตอนเลือกเหล่าอยากเป็นทหารเรือ เพราะเห็นพี่ชายเป็น และดูว่าได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ตอนนั้นคิดแค่นั้น ปรากฏว่าคุณพ่ออยากให้ลูกเป็นตำรวจสัก1คน เราก็ไม่มีอยู่ในสมองเลย รู้สึกอึดอัด แต่สุดท้ายก็เลือกมาเป็นตำรวจ

พอมาอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) เป็นนรต.รุ่น 36ก็สนุกดี รู้สึกว่าเป็นอะไรใหม่ๆ จบมาก็ยังไม่ได้วางแผนชีวิตอะไรมาก แค่คิดว่าไปสนุกกับการทำงาน จับผู้ร้าย

จบใหม่ต้องมีพี่เลี้ยงดี มีครูดี

จบมาเลือกนครบาล เลือกโรงพักหัวหมาก เพราะลงเรียนคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง เอาไว้ด้วย แต่พอมาอยู่ที่โรงพักหัวหมากก็ไม่มีเวลาเรียน สุดท้ายเรียนรามคำแหงไม่จบ ตอนนั้นโรงพักหัวหมากมีพนักงานสอบสวนน้อยมาก 4-5 คน

เป็นโรงพักที่มีคดีติดอันดับ Top 3ของกรุงเทพฯ พนักงานสอบสวนทั้งโรงพักไม่มีใครได้ขั้นเลย เราทำงาน 3 ปี ได้ 2 ขั้น

ใครมาถามเราก็เล่นมุข บอกเขาว่าได้ 2 ขั้น 3 ปีติดกันเลย เป็นโรงพักที่มีสำนวนค้างเยอะ เข้าเวร 6 ชม. พัก 12 ชม. ใน 3 วัน เข้า 4ผลัด พอวันที่ 4 ก็ไปศาล วันที่5 ก็กลับเข้าเวรใหม่ ไม่มีเวลาไปสอบปากคำนอกโรงพัก นอกจากจะนัดเขามาตอนกลางคืนในบางวันก็รับเวรจราจรด้วย

F39FDAF3-8BD5-42DA-9F33-0F8495496BFD-696x522.jpeg


อันนี้ได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่า นักเรียนนายร้อยจบใหม่ หรือคนที่จบใหม่ ต้องได้พี่เลี้ยงดี ต้องได้สถานที่ฝึกงานดี อย่างแรกอันนี้คือประสบการณ์ชีวิต ต้องมีครูดีครูคนแรกของชีวิตรับราชการสำคัญมาก

ถ้าสถานีตำรวจไหน ทั้งครู ทั้งสภาพแวดล้อมโรงพักเกเร เด็กก็จะเกเร แต่ถ้ามีครูที่เป็นครูจริงๆ สอนความรู้ สอนเรื่องการใช้ชีวิตรับราชการ สอนการดำรงตน อันนี้สำคัญ แต่เราก็ผ่านมันมาได้

แต่มีอีกอย่างที่ทำไม่เหมือนคนอื่นคือ ชอบไปกับสายสืบ ไปไล่ตามจับคนร้ายบางครั้งสนุกดี ไปต่างจังหวัด สุพรรณบุรี ไปตามจับคดีลักรถกับนายดาบคนหนึ่งชื่อ ดาบตำรวจเฉลิม สนิทกับเขา เป็นเหมือนสายสืบอาวุโส

ตอนเด็กๆเราจะมีคดีที่ทำ 2-3 เรื่อง ยังจำได้ นสพ.ไทยรัฐเอาไปลงว่าเป็นความสำเร็จของเรา

ตอนนั้นเรายศ ... เป็นคดีลักทรัพย์ 10 กว่าแห่ง รวมถึงบ้านสารวัตรใหญ่โรงพักบางยี่ขัน ผู้ต้องหารับสารภาพ พาไปเอาของกลาง และคดีจับยาเฮโรอีน 7 กิโลกรัม เป็นฝรั่ง

จำได้ว่าเขียนบันทึกจับกุมเอาไปส่ง เขาให้มาเปลี่ยน เขาเขียนมาใหม่ มีผู้ใหญ่เต็มเลย พล...มาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วปัญหาก็คือ ไม่มีที่ให้เราเซ็นชื่อ แต่เด็กๆเราก็ไม่คิดอะไร

ตอนรับราชการใหม่ๆมีความเสี่ยงเหมือนกัน มีสิทธิออกจากราชการหลายครั้งมีประเด็นกับผู้บังคับบัญชาบ้าง ตอนนั้นไปจับรถหมูเถื่อน กำลังจะถูกเล่นงาน

แต่เป็นโชคชะตาคนที่กำลังจะย้ายเรา เกิดถูกย้ายใน 24 ชม. เราก็เลยรอดเพราะหน่วยเหนือมาจับบ่อน แล้วเขาเป็นคนรับผิดชอบ ชีวิตก็จะมีดวงอย่างนี้บ้าง

เริ่มชีวิตนักสืบเต็มตัว

จากโรงพักหัวหมาก มีโอกาสไปเป็นนายเวรท่าน พล...สันต์ ศรุตานนท์ ได้ 2-3 ปี แล้วก็กลับมานครบาล มาเป็นรองสารวัตรสืบสวนเหนือ ใช้ชีวิตนักสืบเต็มตัว เป็นประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิต

ช่วงนั้นมีคดีสำคัญๆคือ คดีผู้สื่อข่าวไทยรัฐถูกยิงเสียชีวิต ท้องที่โรงพักบางเขนคนที่เป็นหัวหน้าคุมการปฏิบัติทั้งหมดคือ ...วรรณรัตน์ คชรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาลเหนือ ทีมงานมี ...ปรีชา ธิมามนตรี สารวัตรตำรวจนครบาลเหนือ แล้วก็เรา

ตอนนั้นถือว่าเป็นงานใหญ่ สืบสวนเหนือลงทั้งกอง ทีมเราเป็นทีมหลักที่ไปไล่ตาม ไปจรดประเทศเพื่อนบ้าน

9DA65324-6AE4-4C73-B904-02433E611775-696x928.jpeg


ต่อมาได้ขึ้นเป็นสารวัตรสอบสวนจังหวัดสมุทรปราการ  สารวัตรใหญ่มอบหมายให้ไปทำอีกหน้าที่คือ ชุดเฉพาะกิจของจังหวัด คือ จับตามหมายเก่าสำคัญๆ คดียิงหัวคะแนนผู้สมัคร .. มีหลายคดีต้องใช้ความเด็ดขาด

แต่ถามว่าความเด็ดขาดมีผลต่อการขึ้นลงของคดีอาชญากรรมหรือเปล่า ก็ตอบยาก แต่ว่าแล้วแต่ยุคสมัย สมัยนั้นอาจมองว่า มันช่วยให้มีความเกรงกลัวอาชญากรรม

ผู้ต้องหาถูกจับซ้ำซาก สะท้อนถูกปิดกั้นอาชีพสุจริต

จากนั้นกลับมาเป็นนายเวรหัวหน้าฝ่ายอำนวยการอยู่ 2 ปี แล้วกลับมาเป็นสารวัตรในนครบาล แต่ช่วงนั้นก็ยังทำงาน อยู่กับ พล...สันต์ ศรุตานนท์

มีคดีเพื่อนเจ้านายถูกขโมยขึ้นบ้าน เราไปจับผู้ต้องหา  พบว่าเป็นผู้ต้องหาที่เราเคยจับมาแล้ว พอมาเจอคดีปีนบ้าน งัดเซฟ ในรูปแบบเดียวกัน ดูสภาพการเปิดเซฟ ใช้ชะแลง ใช้เท้าถีบ  เลยนึกถึงเขาขึ้นมา ชื่อ เจ้าหลอด

ไปถามลูกน้องชุดที่เคยจับ บอกว่ายังเห็นป้วนเปี้ยนอยู่ เราไปเอาตัวเขามาคุย เขาบอกว่าถ้าเป็นพรรคพวกนาย ผมรับสารภาพเลย แล้วก็พาไปเอาของกลาง

ตอนเป็นผู้กำกับก็ไปตามไล่จับเจ้าหลอดอีก เพราะเขาทำไม่เลิก ที่ตลกก็คือ ตอนเป็น ผบ.ตร.ใหม่ๆ ลูกน้องเก่าที่เคยตามจับอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เป็นสารวัตรโทรมาหา ถึงได้รู้ว่าเจ้าหลอดโดนจับอีกแล้ว

จุดนี้ทำให้เรามาคิดว่าบางทีระบบบ้านเรา อาจไม่ค่อยให้เขามีช่องว่างไปทำอย่างอื่นเท่าไหร่ หรือเขาอาจจะไม่พยายามพอ สุดท้ายก็ไปอยู่ในเรือนจำอีก

ชีวิตที่ผ่านมามันก็จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย คือผมมีความสุขกับเรื่องเหล่านี้ ส่วนเรื่องตำแหน่งแห่งที่ไม่ค่อยเท่าไหร่ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่างมัน แต่ว่าแต่ละงานที่ทำไปมันก็จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของมัน มีความทรงจำอยู่ในนั้น ซึ่งเรารู้สึกว่าผูกพันผูกพันกับลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย แม้กระทั่งผู้ต้องหาที่เราจับ ผูกพันกับสถานที่ที่เราไป

การทำงานย้อนกลับไปสมัยเป็น ... ไปทำงาน 3 คน มีสายลับ1คน เราและร... อีกคน ไปกัน 7 วัน 10 วัน นึกถึงในหนังไทย สมมติว่าใครมาเห็นเป็นร...ปลอมตัวมา มันก็คงขำ ใส่รองเท้าแตะ ซื้อกางเกงในลุคส์ตัวละ 35 บาทใส่ ไม่มีกระเป๋า ไม่มีสัมภาระ แวะซื้อตามปั๊มน้ำมัน เสื้อคอกลมแจกตามปั๊มน้ำมัน เราไม่ได้เตรียมตัว

บางทีจะถึงบ้านแล้วพี่อู๊ด ปรีชา ธิมามนตรี โทรมา เฮ้ยไอ้ปั๊ดอยู่ไหน แล้วก็ส่งเราไป สมัยก่อนเวลาไปไกลๆจะติดต่อกันแต่ละที ต้องโทรกลับมาที่กอง แล้วก็ฝากข้อความสิบเวรเอาไว้  เราจะมีเพจเจอร์ ใช้ได้เฉพาะในเมือง พอไปต่างจังหวัดนอกเมืองสัญญาณรับไม่ได้ ก็เป็นความทรงจำ

รถไปเสียกลางทาง ที่นอนไม่มีสตางค์จ่ายเขาบ้าง

ชีวิตก็เป็นอย่างนั้น ไม่เคยคิดว่าวันหน้าจะเป็นอะไร ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ติดยศนายพล เอาแค่ให้รอดเป็นวันๆ

จบงานนี้แล้วได้กลับบ้านไปอาบน้ำนอน ขอไม่ต้องมาโทรเรียกสัก 2 วัน แค่นี้ดีใจแล้ว

 

C1AC7631-2BB5-4500-AE71-A6784C8D019F-696x928.jpeg


เริ่มงาน .ครั้งแรก โชว์สถิติจับปืนมากที่สุดในนครบาล

จากนั้นไปเป็น สวป.โรงพักหนองแขม เป็นครั้งแรกที่สัมผัสงานปราบปราม  รู้สึกว่ามันก็เป็นอีกแบบหนึ่ง พยายามกวดขันวินัยตำรวจ ลองทำอะไรใหม่เลยก็ดีจากโรงพักที่ไม่เคยจับอะไรเลย กลายเป็นโรงพักที่จับอาวุธปืนได้มากที่สุดของนครบาล ตั้งด่านอย่างเดียวนี่ล่ะ ได้ 2 ขั้น

 รู้สึกว่าจริงๆเหมือนไม่ยากอะไร แค่ไปตั้งด่าน แต่ว่าเรากวดขันเด็กๆหน่อย ให้ค้นจับอาวุธปืน จากนั้นผู้กำกับเลยให้เราคอยดูวินัยของตำรวจทั้งหมดในโรงพัก ไม่ใช่แค่ฝ่ายปราบปราม

มีอยู่คืนหนึ่งตี 3 นั่งอยู่ที่ห้องทำงาน มีตำรวจมายืนแถวหน้าประตูห้อง เรานึกว่าจะมาทำอะไร เราหยิบปืนแล้ว ปรากฏว่าเขามาขอโทษ ก่อนหน้านี้มีตำรวจเกเรเราก็ย้ายไป เป็นพนักงานวิทยุ เมาแล้วมานอนเข้าเวร เรียกอะไรก็ไม่มา

เราก็ไปเรียนท่านผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจว่ามีปัญหาแบบนี้ ถ้าไม่ทำเป็นตัวอย่างจะปกครองใครไม่ได้ โรงพักมันไกลปืนเที่ยง ท่านก็ให้ ย้ายไปต่างจังหวัด

วันนั้นตี 3 ที่เขามารอ เขากลัวถูกย้าย มาขอโทษ เราไม่รู้เรื่องว่าเขาไปทำอะไรมา เขาก็เล่าให้ฟัง และกลัวว่า สวป.จะย้ายเขา เราก็บอกเขาว่าทำอะไรไม่ดีก็แก้ตัวเสีย ทำใหม่เสีย อย่าไปทำอะไรแบบนั้น ก็อยู่กันไปได้

ตอนนั้นก็เป็นรองผบ.ร้อยด้วย เป็น กองร้อย คฝ.เข้มแข็งของ บก..ธน เวลามีม็อบหน้าบ้านท่าน บรรหาร ศิลปอาชา ตอนเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องไป มีงานพระราชพิธีเราก็คุมกำลังไป ไปสนามหลวง ไปฝึกของกองกำกับการปราบจลาจลสมัยก่อน เป็นเรื่องอีกแบบที่ไม่ใช่งานสืบสวน

วางหลักสูตรอบรมนักสืบ

วันดีคืนดีท่านพล...โสภณ วาราชนนท์ ผบช.. ให้หน้าห้องโทรมา บอกปั๊ด มีตำแหน่ง รองผกก.ว่างอยู่ 1 ที่ ลื้ออยากเป็นไหม เราก็คิดว่าดี อยู่ดีๆก็ให้ตำแหน่งรองผกก. เราก็บอกว่าเป็นหมดครับ อะไรก็เอา ตอนนั้นเหลือ 1 ตำแหน่ง คือ รองผกก.ข่าว

พอเป็นแล้ว สำนักงานก็เรียกไปคุย ท่านโสภณบอกว่าเดี๋ยวจะมีแบ่งกองใหม่จากเหนือ ใต้ ธน เป็นบก.. 1-9 เราจะต้องผลิตนักสืบ เพื่อให้รองรับ โดยเฉพาะรองสารวัตร ให้ไปช่วยกันคิด

เราก็คุยกับพี่โก๋ ...โกสินทร์ หินเธาว์ พี่โก๋ก็บอกว่าต้องเรียกพี่อู๊ด ...ปรีชา ธิมามนตรี มาด้วย พี่อู๊ดบอกว่าเดี๋ยวต้องเอาพนักงานสอบสวนที่สมัครใจมาฝึก เป็นที่มาของหลักสูตร 30 คน

คนที่มาสมัครก็จะเป็น นรต.รุ่น 46,47 ผ่านพนักงานสอบสวนมาตามเกณฑ์พอดี เราเป็นคณะกรรมการคัดเลือก

จำได้ว่า นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ตอนนั้นเป็น ผู้ช่วยผู้บังคับหมวดร้อยสอง หมายถึงเป็นรุ่นพี่ปี4ที่มาปกครองน้องปี2ตอนเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ แล้วเราเองก็เป็นผู้ช่วยผู้บังคับหมวดร้อยสอง

พี่อู๊ดบอกว่า นพศิลป์พูดภาษาใต้ได้ เป็นคนสมุย เอาไอ้นี่คนนึง กับ จ๋อธีรเดช ธรรมสุธีร์ ก็เป็นผู้ช่วยผู้บังคับหมวดร้อยสอง เลือกมา 30 คน

เนื้อหาในหลักสูตรก็มานั่งคิดกันว่าจะฝึกอะไร เอางานสืบสวนที่เราเคยทำมาเป็นตัวตั้ง งานสะกดรอยติดตาม งานเฝ้าจุด งานที่เราใช้สายลับ หรือปฏิบัติการอำพราง งานเทคโนโลยี เรื่องโทรศัพท์ เรามาไล่สิ่งจำเป็นที่เราต้องใช้ มีวิธีการละลายพฤติกรรม และฝึกยุทธวิธีที่ค่ายนเรศวร ก็สนุกดี

ระหว่างนั้นสถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจมาเห็น เขาก็ว่าดี ก็เลยขอเอาหลักสูตรนี้ไป และไปตั้งโรงเรียนสืบสวนตั้งแต่นั้นมา

นำทีมสืบบก..2 คลี่คดีไม่มีวันหยุดระทึกถูกกระสุนลูกหลงเจ็บ

จากนั้นมีผู้ใหญ่อยากให้ไปอยู่โรงพักบางนา เป็นรองผกก.จราจร เพราะใกล้บ้านนาย แต่เรามาคิดดูแล้ว ไม่เอาดีกว่า เลือกมาเป็นรองผกก.สส.บก..2 เพราะฝึกน้องๆมาก็ต้องอยู่กับเขา คิดอย่างนั้น ชีวิตช่วงนั้นก็ทำแต่งาน จบเรื่องนี้ก็ไปเรื่องโน้น จบเรื่องโน้นก็ไปเรื่องนั้น ไม่มีวันหยุด แล้วแต่วันไหนจะมีคดีอะไร

ที่จะตื่นเต้นก็จับผู้ต้องหาแล้วเราถูกกระสุนปืน ตอนนั้นจับแก๊งลูกหมู คนจีนจับคนจีนมาเรียกค่าไถ่ วิธีการจะขู่ให้ญาติพี่น้องจ่ายเงิน และฆ่าให้ดูเป็นตัวอย่าง เอาค้อนตีตายระหว่างคุยโทรศัพท์ แล้วก็หั่นศพใส่ตู้เย็น ทิ้งท่อระบายน้ำคนร้ายเช่าบ้านแถวสุทธิสาร

954102CB-1A4D-4E45-A507-FD54F8929475-696x928.jpeg


ขบวนการลูกหมู คือ คนจีนอยากจะอพยพจากเมืองจีนไปต่างประเทศ   สมมติอยากไปอเมริกาก็จ่ายเงิน 3 งวด งวดละ 1,000 เหรียญ ลูกหมูเหมือนเป็นสินค้าแล้วมีโจรสลัดมาปล้นลูกหมูไปจากขบวนการนำพา โจรสลัดคือคนที่เคยนำพาแก๊งลูกหมูเก่าและมาแปลงร่างเป็นโจรสลัด มาขโมยไปอีกที เช่าบ้านและโทรเรียกหาญาติคนจีนเรียกค่าไถ่

ตอนล้อมจับผิดจังหวะนิดหนึ่ง เขารู้ตัว ก็เลยตัดสินใจจับกุม มีการแย่งปืน แล้วเราถูกเศษตะกั่วเป็นลูกหลงเข้าไปในจมูก ตอนแรกเลือดไหล จากนั้นอีก 2-3 วันจมูกบวม ตอนแรกคิดว่าเพราะถูกเขาต่อยก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนหลังมันหลุดออกมา

หลังเกิดเหตุไม่ได้กลัวอะไร ก็ยังทำงานปกติ อันนี้คือ 5 ปี ตอนเป็นรองผกก.สส.บก..2 ทำคดีเยอะ

ย้อนกลับไปตอนยศร... เป็น รองสารวัตรสืบสวนเหนือ มีคดีลักรถ จับคนลักรถมาเป็นตำรวจเก่า ต่อมาเราเป็นรองผกก.สส.บก..2 พอเจอหน้ากัน เขาบอกจำผมได้หรือเปล่า คนเดิมอีกแล้ว (หัวเราะ) ก่อนจะจับตอนร... เราปลอมตัวเป็นคนซื้อรถ แต่ตอนเป็นรองผกก.สส.บก..2ไปล่อซื้อแล้วก็จับได้

พอเจอหน้ากัน เขาบอกนายเอาอีกแล้ว รายนี้ตอนหลังรู้ว่าเขาไปทำธุรกิจ ก็คงไม่ได้ทำผิดอะไรแล้ว

ขึ้นผกก.สส.บก..7ยกทีมฝึก ฟาสต์โรป โรยตัวจาก .

จากนั้นเป็น ผกก.สส.บก..7 ใช้ชีวิตอยู่กับลูกน้องสนุกสนานดี   มีตำรวจอายุเยอะหลายคน ขณะที่กก.สส.บก..2 เป็นระบบมาก  ต้องปรับวิธี อย่างแรกคือฝึกละลายพฤติกรรม น่าจะเป็นกองสืบกองเดียวในประเทศไทยที่ถูกจับไปฝึก ฟาสต์โรป  คือการโรยตัวออกจากเฮลิคอปเตอร์ ไม่มีอุปกรณ์อะไร ใช้ถุงมือหนังกวางและรูดลงเลย

เราก็ต้องทำให้ลูกน้องดู เขาก็สามัคคีกันและมั่นใจที่จะไปทำงาน อยู่กันเป็นยูนิตี้ มีคดีเกิดเราก็ไปทำ

คลี่คลายคดีฆ่าเด็กอายุ 12 ปี สมัยก่อนกล้องไม่มีเราต้องใช้เทคนิคอย่างอื่น คือเรื่องการซักถามการคุยกับพยาน ส่วนเรื่องนิติวิทยาศาสตร์ตอนนั้นไม่ได้ช่วยเพราะหาอะไรไม่เจอเลย หรือคดีลักทรัพย์ธรรมดาเราใช้ความเร็วในการทำงานได้ทรัพย์สินคืนมา บางเรื่องต้องใช้หลักจิตวิทยาในการพูดคุยก็มีเยอะ ทำไปก็ฝึกลูกน้องไป

เอาความรู้เกี่ยวกับงานพวกนี้จากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้หลายอย่าง โดยเฉพาะการฟังพยาน การสัมภาษณ์ซักถาม

เรื่องพวกนี้จริงๆแล้ว อยากให้กระบวนการยุติธรรมอื่นเรียนรู้ด้วย ไม่ใช้ตำรวจอย่างเดียว ต้องให้ศาลให้อัยการเข้าใจ ว่าเทคนิคพวกนี้ทำยังไง ทำไมเราถึงค่อนข้างเชื่อว่าอะไรเป็นอะไร การรับฟังพยาน

1229477B-28CD-478C-B1D8-B2501165B58A.jpeg


ฝ่ายสืบสวนคุยกับคน 200-50คน แต่คัดแล้วเอามาเป็นพยานในสำนวน 3-5 คน ถามว่าที่เหลือคิดยังไงถึงตัดเขาออก คุณทุจริตหรือเปล่า ทำไมไม่เอามาให้หมด ทำไมถึงเชื่อคนนี้ไม่เชื่อคนนั้น เพราะอะไร

บางทีเราก็ต้องรู้ซึ่งกันและกัน บางทีคิดว่าต้องมีการแสวงหาความร่วมมือออกไปนอกองค์กร อยากไปอธิบายให้เขาเข้าใจ

 อบรม FBI – นั่ง ผกก.โรงพักครั้งแรก ยึดหลักอยู่กันเหมือนครอบครัว

แต่ก็เป็นประสบการณ์ชีวิตว่า สิ่งที่เราเห็นปัญหา มันมาจากการทำงานทั้งนั้นผสมกับทฤษฎีที่ไปเรียนมา ช่วงเป็น รองผกก.สส.บก..2 ก็ไปอบรม FBI มา เขาเปิดสอบก็สอบไป ได้ไปเรียนก็ไป เวลามีหลักสูตรฝึกพิเศษเขาก็ส่งไป

เป็นผกก.สส.บก..7 อยู่ 2 ปี ท่านพล...สันต์ ศรุตานนท์ เรียกไปพบบอกว่า จะเติบโต ต้องรู้งานอื่นด้วย ต้องเอาโรงพักเป็นหลัก บอกว่าอยากให้ไปเป็นผกก.สน.ลุมพินี

ตอนนั้นขอไม่ไป เพราะถ้าเราไปเด็กก็จะงงว่าบอกว่าจะอยู่ด้วยกันแล้วหนีไปทำไม แต่พอเอาเข้าจริงๆคำสั่งออกมาก็ไปเป็นผกก.สน.ลุมพินี

เราก็คุยกับตำรวจที่นั่นว่าผมไม่ได้คิดจะมาเป็น แต่เมื่อมาแล้วผมอาจจะพูดจาไม่ดีเท่าไหร่ ก็ต้องขอโทษก่อนนะ แต่มีอะไรก็คุยกันได้

มาเป็นผู้บริหารโรงพักซึ่งต่างกับกองสืบโดยสิ้นเชิง แต่หลักที่เราเอามาใช้ก็คือ ต้องอยู่ด้วยกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน  ค่อนข้างยาก เพราะวัฒนธรรมองค์กรสถานีตำรวจส่วนใหญ่ต่างคนต่างอยู่

แต่ที่สนิทที่สุดคือ ฝ่ายสืบสวน เก่ง...โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย สว.สส.สนลุมพินี เพราะฉะนั้นคดีที่เกิดในลุมพินี เราไม่เคยพึ่งหน่วยอื่นเลย ทำเองหมด อย่างคดีลักทรัพย์รถขนเงิน 3-4 ล้านบาท คดีพบศพหญิงถูกฆ่าและมีการล่วงละเมิดทางเพศริมทางรถไฟ เราทำกันเอง ทำงานอยู่ตรงนั้น 2-3 ปี

ได้รางวัลชีวิต จากการกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์พื้นที่สีแดง

อันหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนคือ เรื่องการควบคุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

วันดีคืนดีมีกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาถามว่าทำยังไงสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในพื้นที่สีแดงถึงหายไป เราก็บอกว่าทำเหมือนคนอื่นทำ แต่จริงๆแล้วหลักคือคุยกับลูกน้องฝ่ายสืบสวน ขอให้ไม่มีได้ไหม เขาก็รับปากว่าได้ครับ เขาก็ไปจัดการให้

เรื่องนี้รัฐบาลก็รู้สึกว่าไม่ทำให้ประเทศไทยถูกกดเรื่อง TIER เหมือนเป็นรางวัลเหมือนกันเรื่องนี้ เพราะมีผู้ใหญ่ในรัฐบาลบอกว่าถ้าครบขึ้นรองผบก.เมื่อไหร่ จะให้ขึ้นเลย

6F6AB5DC-F6C4-4C25-AA5D-44F46A828B85-696x522.jpeg


ช่วงที่เราอยู่สน.ลุมพินี มีปล้นปืนที่ใต้ ปี 2547 ช่วงนี้มีชีวิตอีกแบบหนึ่ง ไม่ได้ทำเฉพาะหน้างานที่รับผิดชอบแล้ว เขาตั้ง ศชต.ขึ้นมา และตั้งคณะทำงานหลายส่วนให้เราไปเป็นหัวหน้าส่วนเรื่องการสื่อสาร เรื่องเทคโนโลยี

เป็นผกก.โรงพักคนเดียวที่ไปเป็นหัวหน้าส่วนตรงนั้น  มีโอกาสได้ลงพื้นที่เป็นครั้งคราว ไปเรื่องตากใบ ไปทำเรื่องการสอบสวน ไปกับพี่บี๋พล...จักรทิพย์กุญชร อยุธยา  ไปช่วยวางระบบการตรวจสอบการสื่อสารเรื่องของโทรศัพท์

ช่วงท้ายๆตอนอยู่ สน.ลุมพินี เริ่มมีม็อบ ในสวนลุมพินี เริ่มมีปะทะกันเล็กน้อย มีคนเอาระเบิดเหมือนใส่โอ่งวางไว้ข้างทาง หรือฝั่งตรงข้ามที่ไม่เห็นด้วยก็เอาอุจจาระใส่ถุงไปปาใส่บ้าง เริ่มรู้จักคนปราศรัยโดยหน้าที่ รวมถึงเรื่องการดูแลการประชุมนานาชาติตามโรงแรมต่างๆ และดูแลสถานทูต เป็นต้น

พอมีเวลาก็ลงไปทำคดีที่ใต้บ้างเป็นครั้งคราวไป 1-2วันก็กลับมา เพราะฉะนั้นเป็นพื้นฐานที่เราไม่ได้เริ่มเฉพาะงานสืบสวนอย่างเดียว เราไปงานอื่นๆด้วย ส่วนปัญหาการบริหารงานในโรงพัก ก็ต้องมาดูเรื่องสำนวนค้าง ดีว่ามีรองผกก.ที่เก่งมีความรับผิดชอบอยู่ด้วย

ขึ้นรองผบก..1คุมสืบสวนมั่นคง

อยู่ สน.ลุมพินี 2 ปี ก็ขึ้นเลย พอเป็น รองผบก.ชีวิตเปลี่ยน พล...วิโรจน์ จันทรังษี ผบช.. ในขณะนั้น บอกว่า ปั๊ดมีชื่อขึ้นเป็นรองผบก.นะ เขาจะให้เอ็งเป็นรองผบก..5 แต่เราไม่ให้ไป ให้มาอยู่ บก..1ก่อน เราถามว่ามีอะไรครับ นายบอกว่ามีทุกอย่างเลย มีม็อบ มีเรื่องเต็มไปหมดเลย มาอยู่นี่

สมัยก่อนรองผบก.มี บก.ละ 3 คน มีเฉพาะ บก..1เท่านั้น ที่มี 4 คน และไปขอมาช่วยอีก1คน เป็น 5 คน ตอนนั้นรับผิดชอบ 2 อย่าง 1.งานสืบสวน 2.งานความมั่นคง เดินอยู่กับม็อบทุกวัน อยู่ทุกม็อบ  นอกจากม็อบสีเสื้อ ก็เป็นม็อบความเดือดร้อน

อย่างเครือข่ายหนี้สินชาวนา .ชรินทร์ ดวงดารา เวลาจะไปจะมาก็จะบอก บางวันก็ต้องไปนั่งคุยกับมหาจำลอง บางวันก็ไปคุยกับนายหัววีระ

อยู่ที่ว่ายุคไหนเป็นอะไร แต่งานสืบสวนก็ต้องทำ ช่วงนั้นมีระเบิดเยอะ ตอนนี้เป็นช่วงที่อลหม่านที่สุด

ตะโกนเสียงหลงช่วยลูกน้อง หลังรู้ว่าคนร้ายปล้นทองมีปืน

สมัยนั้น พี่วินพล...อัศวิน ขวัญเมือง  เป็นผบช..2 มีคดีอะไรที่เข้ามาในนครบาล จะโทรมาให้เราทำให้ มีปล้นทองที่ศรีราชา โทรมาให้เราไปจับให้ จะไปค้นบ้านเขา คนร้ายก็เอากุญแจมาคล้องประตูข้างหน้า ทำเหมือนในห้องไม่มีใคร แล้วก็ถือปืนเข้าไปอยู่ในห้องกับผู้หญิง ถ้าใครเข้ามาก็จะยิง

ลูกน้องเราก็ไม่รู้เรื่อง พยายามจะงัดเข้าไป ดีว่าเราขึ้นไปคุยกับคนข้างบน แล้วพอเห็นอาการพิรุธก็ถามพูดตรงๆว่าน้องเราอยู่ข้างล่างต้องรีบบอกนะ

คุยกันอยู่สัก 4-5 นาที เขาเลยบอกว่าคนร้าย  เป็นญาติเขาถือปืนอยู่กับผู้หญิงในห้องที่ตำรวจกำลังจะงัดเข้าไป บอกว่าอย่าเข้าไปนะโดนยิงแน่ เราก็ตะโกนเสียงหลง บอกให้สารวัตรสืบ3 ที่อยู่หน้าห้องออกรีบออกไป

F106D328-6BA1-44D8-908D-DAEAAE116715.jpeg


ตอนนั้นเราเป็น รองผบก..1 ก็จริง แต่ช่วยราชการกับผบช..ก็ใช้เขาไปทั่วหมดใช้ทุกบก.มีคดีตรงไหนก็ใช้ สืบ1-9 ก็ใช้หมด

วันนั้นใช้สืบ3ดีที่ไม่ทันได้งัดเข้าไป ไม่โดนยิง เราก็ใช้วิธีเจรจา สุดท้ายคนร้ายยอมวางปืน เราก็พาไปเอาทองของกลาง

รวมถึงมีคดีคนร้ายข่มขืนผู้หญิงต่อหน้าผู้ชาย ก่อนจะยิงผู้ชายตาย และยิงผู้หญิงแต่ยังไม่ตายและมาให้ข้อมูล ท้องที่เกิดเหตุอยู่ชลบุรี พี่วินประสานมา ไปจับได้แถวๆเตาปูน  ตามไปค้นบ้านที่นครปฐม

ทำคดีทั่วประเทศ เหนือจรดใต้ปท.เพื่อนบ้าน

ตอนเป็น รองผบก..1 มีอีกคดี ตอนนั้น เต้ย...วีรากร ไวยวุฒิ รองผกก.สนบางยี่ขัน ถูกยิงเสียชีวิตเราก็ไปช่วยทำคดี ตอนนั้นพี่วินเป็นผบช.. เราทำงานอยู่กับ ผบช.. หลายคน ตั้งแต่ พี่ตึ๋งพล...วิโรจน์ จันทรังษีพล...อดิศร นนทรี และ พี่วิน งานสืบสวน

ตอนนั้นคดีเยอะ ระเบิดหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ระเบิดหน้า บก.ทบ. ระเบิดหน้าธนาคารกรุงเทพฯ ระเบิดหน้าโตคิว จนถึงรัฐประหาร คืนปีใหม่ 49-50 มีระเบิด10 จุด เราก็ทำงานใช้คนไปทั่วประเทศ เจอคนมากขึ้น เจอนอกหน่วยมากขึ้น

อย่างคดีคาร์บอมบ์ขบวนรถนายกทักษิณ ชินวัตร คดีสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกยิงเราก็ทำ ไม่มีอะไรที่ไม่ทำ สมัยนั้นจะมีพี่ตุ๊พล...กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รองผบช.. และมาเรา

อย่างไปจับคนยิงเต้ยที่มาเลเซีย เราก็ใช้สืบจังหวัดนราธิวาส ใช้ตำรวจน้ำ ก็จะไปเรื่อยๆ ขึ้นเหนือลงใต้ ประเทศเพื่อนบ้านไปทั้งหมด ทำให้มีทักษะในการบริหารคน เราใช้เขา เขาใช้เรา เป็นความร่วมมือ

ทำยังไงให้ทุกคนช่วยกันทำงาน รวมทั้งมีคดีระเบิด 10 ลูกที่อ.เบตง .ยะลา มีระเบิดที่สนามบินหาดใหญ่และลูกที่ 2 ที่เซ็นทรัลหาดใหญ่

ดูงานอเมริกา 1 เดือนเก็บเกี่ยวความรู้มาสอนเด็กๆ

ช่วงหนึ่งตอนเป็นรองผบก..1 มีม็อบและมีกรณีที่ต้องเปลี่ยนตัว เขาบอกว่าไม่ไว้ใจเรา ให้ไปไหนก็ได้ ไม่ให้อยู่ทำงาน เราก็ได้โอกาสไปศึกษาดูงาน เกี่ยวกับเรื่องของโครงการ International visiting program ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เขาพาไปในเมืองต่างๆในอเมริกา 1เดือน ได้เก็บเกี่ยวคอนเซ็ปต์รายละเอียดการอบรมดูงานตรงนี้

อย่างที่สิงคโปร์การเรียนเขาไม่ได้เรียนในห้องเรียน

เขาพาไปแคมป์ เช่าที่ของมาเลเซีย มีกิจกรรมเข้าฐาน แบ่งกลุ่มให้ช่วยกันต่ออุปกรณ์เพื่อเป็นพาหนะข้ามน้ำไป แต่ละคนในกลุ่มก็ไม่มีความรู้ แล้วแต่จะคิดประกอบอุปกรณ์ แล้วก็พายข้ามน้ำ บางคนขี้เกียจ ไม่ยอมพาย ก็มีเสียงบ่น

นี่คือชีวิตคน คือคนเป็นนักบริหาร มันเลือกไม่ได้ เราก็เอาเรื่องพวกนี้มาสอนเด็กๆต่อ

https://policenewsvarieties.com/จาก-ร-ต-ต-ถึง-พล-ต-อ-บิ๊กปั-2/?fbclid=IwAR1Sod-rARRN73UeAxyupMal5Hkx4qf26DplHN2xxw9RmIDIaKznXoXzd6o

ปร์วีร์ บันทึก23/9/65