ดึงชาวบ้านมีส่วนร่วม เป็นหูเป็นตาให้ตำรวจ

4208

วันนี้ ท่องปทุมวัน พามาคุยกับ บิ๊กแซ๊ก-พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร  หลังผ่าน 3 เดือนแรกของการเป็นพล.ต.ท.ในตำแหน่ง ผบช.ภ.1 คุมกำลังตำรวจดูแลสารทุกข์สุกดิบชาวบ้านในพื้นที่สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กันครับ

ภาค1คล้ายนครบาล มีครบทุกเรื่อง
“ภาค 1 เป็นภาคที่คล้ายๆนครบาล แล้วพี่อยู่นครบาลมา 1 ปี ก็รู้ดีว่าเป็นเรื่องที่มีทุกคดีให้เราทำ ท้าทายดีเหมือนกัน เป็นเรื่องที่มีแม้แต่การเมือง การประท้วง การชุมนุม อะไรอย่างนี้ คดีอุกฉกรรจ์ก็เยอะ

แต่คดีเกี่ยวกับทรัพย์ลดลงไปเพราะเรามีประสบการณ์ตำรวจที่ทำมาแล้วอย่างโครงการสายตรวจโรงพักเคลื่อนที่ โครงการปักหมุด ได้ผลพอสมควร จากการวิเคราะห์การป้องกัน อย่างรถหาย 100 กว่าคัน  เหลือประมาณ 30 คัน ปีที่แล้ว 7-8 คัน คิดว่าน่าจะดึงประชาชนมามีส่วนร่วมน่าจะดี…..”พล.ต.ท.อำพลเริ่ม

ผุดไอเดีย ไลน์ไล่ล่าตาสับปะรด
แล้วจะมีช่องทางไลน์ ไล่ล่า ตาสับปะรด แต่ละโรงพักจะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 500 คนจะเป็นช่องทางที่จะส่งอะไรที่เป็นความผิดก็จะส่งมา ไลน์ไล่ล่า เป็นของโรงพักแต่ละโรงพัก เข้าไปในไลน์นี้ 500 คน ก็ไปหาสมาชิกในพื้นที่ แล้วคนที่เป็นสมาชิกก็ไปหามาเพิ่ม กระจายไปเรื่อยๆ เพราะแต่ละไลน์ มันได้ 500 คน

เราก็จะเขียนเรื่องส่งไป เช่น บอกว่า มีรถหาย  ทะเบียนนี้ๆ ช่วยกันดูหน่อย มุ่งหน้าไปทางนี้ ทุกโรงพักจะมีไลน์อย่างนี้ จะส่งไปทุกโรงพัก ตำรวจเป็นศูนย์กลาง ประชาชนเป็นสมาชิกเข้ามาแจ้งข่าว ทุกโรงพักจะมีไม่ต่ำกว่า 500 รวม 134 สถานี ก็เป็นแสน ทุกโรงพักมีไลน์ไล่ล่า
              

ชาวบ้านเป็นหูเป็นตา ถ่ายรูปคนทำผิด
แล้วเราก็ช่วยกันดู ใครไม่ใส่หมวกกันน็อกก็ส่งมา ถ่ายรูปทะเบียนรถมา ก็ตามไปจัดการได้ ไม่ต้องให้ตำรวจไปตั้งด่าน เห็นตรงไหน ถ่ายส่งมา ประชาชนด้วยกันเอง เป็นหูเป็นตา  แล้วจริงๆ คนที่อยู่รอบข้างเป็นตำรวจทั้งนั้น แล้วจะเป็นแบบนี้ทุกเรื่อง ย้อนศร หรืออะไร ช่องทางพวกนี้ เป็นช่องทางที่แจ้งเข้ามา

15ก.พ.ไม่สวมหมวกกันน๊อก จับหมด               
ส่วนที่เล่นเรื่องสวมหมวกกันน็อก  จริงๆ แล้ว การที่คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมอเตอร์ไซค์ แล้วไม่สวมหมวก ก็ต้องช่วยป้องกันไม่ให้คนตายเพิ่ม ก็ได้บุญ แล้วเป็นพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ให้ประชาชนรักษาระเบียบ กฎหมาย มีวินัย ปฏิบัติตามกฎจราจร แล้วรัฐบาลพูดหลายรอบแล้วว่าให้ช่วยกันหน่อย

10-20 ปีแล้ว ที่บังคับสวมหมวกกันน็อก ยังไม่สวมกันสักที ก็เอาไปหนีบ ไปเก็บไว้ พูดเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น ผมเลยจะต้องใช้กฎหมายจริงจัง ตอนนี้เราเริ่มทำแล้ว  ประชาชนจะต้องใส่หมวกกันน็อก 100% จะเริ่มจับกุมจริงๆ 15 ก.พ.นี้จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังทุกพื้นที่

ภาค 1 นำร่อง 100% ทั้งใน-นอกเมือง
แล้วมีช่องทางให้ประชาชนช่วยกันแจ้ง  จะทำให้ทุกคนดูแลตัวเอง กลัวความผิด ถ้ายังไม่กลัว  จะเสนอให้รัฐบาลบังคับเพิ่มโทษให้หนักขึ้น จะเอาภาค 1 นำร่อง  จะเอา 100%  เอาหมดทั้งในเมืองและนอกเมือง โดยเฉพาะรณรงค์ไปยังชุมชน และหมู่บ้าน เพราะเรามีโครงการปักหมุดอยู่

ใครไม่ทำ เราเอาคลิปนี่มาเปิด สู้คดีก็มาสิ มีใบสั่ง ก็ไปเอาตัวมา ไปเอาตัวมาเสียค่าปรับ  ในเมื่อมีหลักฐานชัดเจน เป็นหนทางอย่างหนึ่งที่จะทำให้คนมีวินัย

ทำทุกวัน ไม่ใช่แค่ 7 วันอันตราย
ถ้าเราไม่มีช่องทางทำก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีอะไร ก็เหมือนเดิม ไม่ใช่ทำกันแค่ 7 วันอันตราย ต้องทำทุกวัน ผมว่าช่วยให้คนไม่ตาย 1 คน สวมหมวกแล้วไม่ตาย ก็ดีผมคิดอย่างนี้ สังคมจะได้สงบ ตายไปคนหนึ่ง เดือดร้อนไปอีกเยอะ ลูกเต้า คนที่อยู่ทางบ้าน ถ้าเป็นพ่อบ้านนะ เสียหายอีกเท่าไหร่ ฉะนั้นช่วยกัน รักษากฎหมาย เอามาเป็นไฮไลต์ในช่วงนี้

แล้วจะมีโครงการที่เพิ่มไปเรื่อยๆ  ให้ทุกคนมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม ทุกคนจะเป็นหูเป็นตา มีหน้าที่ ไม่ใช่เป็นภาระตำรวจอย่างเดียว เรียกว่าติดกล้องวงจรปิดให้ทุกบ้าน เหมือนมีอยู่แล้วทุกคนก็ให้ส่งมาให้เราด้วย สายตานี่ กล้องมอนิเตอร์อย่างดีเลย  ถ่ายแล้วส่งมาให้เราหน่อย

ชมเปาะทีมงานเก่ง ปราบยาเสพติด             
ในพื้นที่ภาค 1 ปัญหาอื่นๆ มีปัญหาเรื่องยาเสพติด เป็นที่พักยา จับเป็นล้านๆเม็ดที่ตลาดไท สี่มุมเมือง ไม่ว่าจะแถวปทุมฯ อยุธยา จะเป็นแหล่งพักมาจากทางภาคเหนือ กระจายลงสู่ภาคใต้ ภาคตะวันตก ตะวันออก ต้องใช้วิธีการตาม การข่าว แล้วใช้เทคโนโลยีตาม ได้ผลดี ชุดยาเสพติดเราเก่ง ประสานกับนครบาล  เขาเก่งมาก บก.น.8

ตอนนี้ประสานกันทุกวัน บช.ปส.ด้วย ทุกโรงพักก็ไปคุยกัน ร่วมมือกัน กับคนที่เขามีความรู้ อย่างประสงค์ เก่งมาก ให้เด็กๆ มาช่วยทำ มาขยายผล  พี่ก็โชคดีที่ทุกคนรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
                

ผ่าน 3 เดือนพอใจระดับหนึ่ง

สืบภาค 1 เก่งๆ กันทุกคน อย่างคดีฆ่าที่สระบุรี วันเดียวจับได้แล้ว ไม่ค่อยห่วงเรื่องคดีอาชญากรรม แต่จะห่วงเรื่องการป้องกัน  อยากจะให้มันไม่เกิดมากกว่าเกิด แล้วพี่จะเน้นเรื่องการลักทรัพย์ของชาวบ้าน เช่น  มีลักมิเตอร์น้ำ อะไรที่เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน มากกว่าคดีฆ่ากัน เป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ชีวิตและร่างกาย เกี่ยวกับเรื่องข่มขืน อะไรพวกนี้ เพราะว่ามันเกิดการผวาของคนดี

จะให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้  จะจัดการให้หมด จัดการให้เกลี้ยง ก็พอใจกับผลงานที่มาอยู่ในภาพรวม 3 เดือน พอใจในระดับหนึ่ง ที่ทุกคนตั้งใจทำงาน

สานฝันบิ๊กแป๊ะ อยากให้ตร.โดนร้องน้อยที่สุด
แต่ที่ยังไม่พอใจก็คือ นโยบายของ ผบ.ที่ฝากผมไว้ เรื่องทำยังไง ให้ตำรวจถูกร้องเรียนน้อยที่สุด ลดไปสัก 40-50% ได้มั้ย อย่างปีที่แล้วสัก 200-300 เรื่อง  พยายามจะให้ลด ทั้งประเทศ 3,000 กว่าเรื่อง เพราะท่าน ผบ.  บอกว่าช่วยให้ลดสัก 50% ได้มั้ย

ส่วนใหญ่ จะเกิดจากพนักงานสอบสวน ไม่รับเรื่อง ไม่ให้ความเป็นธรรม ไม่รับแจ้ง ไม่ทำคดี เรื่องนี้เป็นห่วงมาก เพราะเป็นภาพลักษณ์ของตำรวจ พยายามจะให้ลดลงให้ได้ 50%

ใครโดนร้อง ส่งไปฝึกธรรมะ
มีแนวโน้มดีขึ้น เพราะกระตุกไปที่ ผกก.ให้ดูแลความประพฤติลูกน้อง แล้วเรียกคนที่เคยถูกร้องเรียนมาอบรม มาฟังพระสวด เดี๋ยวจะมีโครงการฝึกธรรมะ เดินจงกลม ก็ฝึกธรรมะ ทุก 2 อาทิตย์ แต่เดี๋ยวพี่จะฝึก 3 วันนี้ หาสถานปฏิบัติธรรม   ส่งคนที่อาจจะมีความวอกแวกในจิตใจ ไปเดินจงกลม ไปนั่งสมาธิสักหน่อย

ไม่ถือเป็นการลงโทษ แต่เป็นการฝึกมากกว่า เพราะบางคน ก็ไม่ใช่ว่าตั้งใจทำผิด แต่พฤติกรรมที่อยู่กับสิ่งต่างๆ ก็เหมือนกับเอาไปล้าง

เหมือนไปทำปลาแล้วก็มีกลิ่นเหม็นคาวติดมา ก็ต้องไปล้าง มันไม่แน่ บางทีมันไม่รู้ตัว ว่าพูดอะไรไปไม่เพราะ ไม่ถูกหู แล้วทำซ้ำๆจนชิน ก็ต้องเอาไปล้างคาว

จับปฏิบัติธรรมทุกชั้นยศ
คือบางทีเราอยู่กับความชั่วเสียจนไม่รู้ตัวว่าเราพูดจา หรือประพฤติตัวโดยไม่รู้ตัว ก็ให้ถอยหลังมาก้าวหนึ่ง เอาการร้องเรียนเป็นเกณฑ์ ใครโดนร้องเรียนบ่อยๆ ก็ไป ทุกชั้นยศเลย เวลานั่งสมาธิ ฝึกสมาธิไม่มียศ ทุกคนเป็นผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหมด เอาไปปฏิบัติธรรมบ้าง

ให้เวลา 2 เดือน ประสานงานไปแล้ว ไม่ได้เสียงบประมาณอะไร พระให้กินข้าวฟรี นอนฟรี 3 วัน กลับมาก็อาจจะช่วยให้คนมีจิตใจดีขึ้น เขาเรียกว่าไปฝึกล้างจิตใจให้ดีขึ้น ขัดเกลา                

รับมือเลือกตั้ง เตรียมความรู้ตำรวจ
ส่วนเรื่องการเลือกตั้งที่จะมาถึง  เตรียมพร้อมตั้งแต่เริ่มให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง  ให้ความรู้ไป 1,000 กว่าคน อันดับแรก ตำรวจทั้งภาค 1 รวม 1,700 กว่าคน ก็ให้ท่านรองฯโอ๋ พาอาจารย์จาก ก.ตร. มาให้ความรู้เรื่องกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อ17-18 ม.ค.ที่ผ่านมา ให้รู้ว่ากฎหมายเลือกตั้งปัจจุบัน ตำรวจมีหน้าที่อะไร อะไรผิด อะไรไม่ผิด อะไรที่ควรจะต้องทำให้คนที่จะต้องไปเป็นผู้รักษากติกา  คือตำรวจต้องรู้

ฝึกความพร้อม 20 กองร้อยฯ
อันดับ 2 ฝึกกองร้อยปฏิบัติการพิเศษ ทั้ง 9 จังหวัด  ประมาณเกือบ 20 กองร้อย เตรียมพร้อมเผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเ จะเกิดชุมนุมประท้วง หรือไม่พอใจอะไรต่างๆ แล้วเกิดความไม่พอใจอะไรขึ้นมา  เตรียมกฎหมาย เตรียมขั้นตอนการปฏิบัติ  เตรียมความรู้เรื่องการชุมนุมในที่สาธารณะ ขั้นตอนการปฏิบัติตั้งแต่เริ่ม เตรียมการก่อนชุมนุมประท้วง ขณะประท้วง หลังประท้วง ต้องทำอะไรบ้าง เพราะไม่งั้นเดี๋ยวผู้ปฏิบัติ ไม่ทำตามขั้นตอน จะเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง  ต้องฝึก ก็เรียบร้อยดี 2 รอบแล้ว

ตร.มีหน้าที่รักษากม. ไม่ใช่ศัตรูใคร
เรื่องต่อไปก็คือ การดูแลคนที่มีประวัติเคยชุมนุมประท้วง เราติดตามความเคลื่อนไหวอยู่หลายคน คนที่ออกมาเคลื่อนไหวอยากเลือกตั้ง ดูตลอด  ร่วมมือกัน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อัยการ ไม่ว่าจะเป็นที่สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ดูว่าเขากระทำความผิดกฎหมายหรือเปล่า  มีการพูดคุย

อันไหนที่หมิ่นเหม่ มีการบิดเบือน มันก็จะได้ไม่ต้องมานั่งจับกัน เขาได้ฟัง อันไหนที่ผิดก็ต้องแจ้งความดำเนินคดี เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่รักษากฎหมาย ไม่ใช่เป็นศัตรูกัน ไม่ใช่จะเคลื่อนไหวเพราะความคิดเห็นมันแตกต่าง เราก็ไม่สามารถหยั่งรู้ได้
               

ข่าวป่วนยังไม่มี แต่ต้องป้องกันไว้ก่อน
ยังไม่มีข่าวอะไรมา ที่จะกระทบต่อการเลือกตั้ง หรือเป็นผลที่สร้างความเสียหายอะไร ยังอยู่ในช่วงที่ยังดำเนินการตามปกติ ยังไม่มีข่าวเรื่องการสะสมอาวุธ การจับอาวุธปืน เรื่องนี้ท่านรองฯ ศรีวราห์ ลงมามอนิเตอร์ด้วยตนเอง เราก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกฮาร์ดคอร์ต่างๆ แต่ยังไม่พบ คิดว่าโชคดีไป

แต่คิดว่าหลังเลือกตั้ง ก็ต้องเตรียมพร้อม เผื่อมีอะไร แล้วเราไม่ได้เตรียม ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน คงไม่มีปัญหา ตำรวจเราก็จะร่วมกับฝ่ายปกครอง ก็ได้อัยการมาช่วยเสริม ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร…..

นี่คือภาพรวม 3 เดือนแรกของสถานการณ์ด้านต่างๆในเก้าอี้ ผบช.ภ.1-พล.ต.ท.อำพล บัวรับพรที่เอามาเล่าสู่กันฟัง ครับ…..

กากีกลาย27/1/62