Saturday, May 30, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันตร. สรุปยอด 1 เดือนทลาย 1,611 เครือข่าย ยึดยาลอตมโหฬารอายัดทรัพย์631ล.

    ตร. สรุปยอด 1 เดือนทลาย 1,611 เครือข่าย ยึดยาลอตมโหฬารอายัดทรัพย์631ล.

    ตร.เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ 1 เดือน ทลายกว่า 1,611 เครือข่าย ยึดยาบ้า 128 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 9 ตัน อายัดทรัพย์สินกว่า 631 ล้านบาท

    วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น.ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(มค) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.)

    มอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 8/2569

    เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 11/2569

    พร้อมสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศพร้อมกันในคราวเดียว ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 29 พฤษภาคม 2569 สามารถทลาย 1,611 เครือข่าย จับกุม 19,362 คดี ผู้ต้องหา 19,406 ราย ยึดยาบ้ากว่า 128 ล้านเม็ด, ไอซ์ 9,225 กิโลกรัม, คีตามีน 434 กิโลกรัม, เฮโรอีน 140 กิโลกรัม, ยาอี 3,650 เม็ด และยึดทรัพย์ 631 ล้านบาท พร้อมสั่งทวีความเข้มข้นมาตรการเชิงรุก เพื่อทำลายโครงสร้างและวงจรเครือข่ายผู้ค้าอย่างเด็ดขาด

    ในวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 2,887 จุด ครอบคลุม 570 เครือข่ายจับกุมคดียาเสพติด 2,273 คดี ได้ผู้ต้องหา 2,291 คน  จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 148 หมาย สามารถตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 315,315 เม็ด, ไอซ์ 6.41 กก. เฮโรอีน 13.63 กก., คีตามีน 1.89 กก., ยาอี 16 เม็ด และปืน 60 กระบอก  ตรวจยึดเงินสด 133,440 บาท  อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 56 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ยอดสะสมปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 (ห้วงวันที่ 28 เมษายน – 29 พฤษภาคม2569)  จับกุมคดียาเสพติด 19,362 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 19,406 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 664 หมาย

    ตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 128 ล้านเม็ด, ไอซ์ 9,225 กิโลกรัม, คีตามีน 434 กิโลกรัม, เฮโรอีน 140 กิโลกรัม, ยาอี 3,650 เม็ด, อาวุธปืน 322 กระบอก และวัตถุระเบิด 1 ลูก และยังสามารถตรวจยึดเงินสด 4 ล้านบาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 631 ล้านบาท

    พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวขอบคุณและชื่นชมผู้ปฏิบัติงานทุกนายที่ร่วมมือร่วมใจเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานมีการประสานงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ในการจับกุม กวาดล้าง และทลายเครือข่ายยาเสพติดให้เป็นรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อคืนความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ พล.ต.ท.กฤษฎาฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังต่อเนื่องในห้วง 7-8 เดือน ที่ผ่านมา พร้อมสั่งการให้ทุกสถานีตำรวจประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขและผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติมาจากยาเสพติด พร้อมทั้งสนับสนุนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการพาตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาเพื่อความปลอดภัยของชุมชน

    ในส่วนมาตรการสกัดกั้นการลำเลียง ได้กำชับให้ตำรวจภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจในพื้นที่แนวชายแดน วางระบบตั้งด่านตรวจและจุดตรวจบนเส้นทางหลักและเส้นทางรองให้สอดคล้องกันเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลากลางคืนไปจนถึงเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มผู้ค้ามักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดล่วงล้ำเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

    นอกจากนี้ขบวนการยาเสพติดมักนิยมเช่าบ้านหรือโกดังในจังหวัดชายแดนและจังหวัดพื้นที่ตอนใน อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย เลย หนองคาย สกลนคร เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี ลพบุรี อยุธยา สระบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร  มักใช้ตัวแทนที่เป็นชายวัยรุ่นหรือคนต่างถิ่นเป็นผู้เช่า จึงได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งหาข่าวและเข้าตรวจค้นทันทีหากพบพฤติกรรมต้องสงสัย

    พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดต่างชาติที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเครือข่ายชาวมาเลเซียที่ลักลอบขนไอซ์ข้ามชาติ เครือข่ายชาวจีนที่ลักลอบผลิตสารเอโทมิเดต (Etomidate) รวมถึงเครือข่ายข้ามชาติที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments