ตั้งแต่สงครามรัสเซียบุกยูเครนอุบัติเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2022 ชาวรัสเซียต่างรู้จักปรากฎการณ์ “ม่ายทมิฬ” ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เพราะนโยบายรัฐบาลรัสเซีย มอบเงินชดเชยตั้งแต่ 5 – 8 ล้านรูเบิ้ลส์ (กว่า 2 – 3.3 ล้านบาท) ให้ครอบครัวทหารหาญผู้เสียชีวิตในสงคราม
นั่นก่อให้เกิด “ธุรกิจ” จนนำไปสู่คำเรียกขาน “ม่ายทมิฬ”
ตัวอย่างเรื่องราวชีวิต “มาเรีย” สาววัย 37 ปี เธอเกิดความรู้สึก 2 อย่างพร้อมๆกัน หลังรู้ข่าวบิดาเสียชีวิตในสงครามรัสเซีย-ยูเครน
เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ เริ่มจากโศกเศร้าเสียใจ ตามด้วยความหวังได้รับเงินก้อนโตค่าชดเชยชีวิตพ่อ เพื่อใช้ยกระดับคุณภาพชีวิต
แต่ความฝันของมาเรียต้องพังทลาย หลังรู้พ่อแอบแต่งงานจดทะเบียนกับสาวรุ่นลูกอายุอ่อนกว่าเขาถึง 22 ปี ก่อนออกไปสนามรบเพียงไม่กี่วัน
นั่นทำให้ “เงินชดเชยก้อนโต” ต้องตกเป็นของ “ภริยาทหารหาญ” ก่อน ตามลำดับชั้นมรดกตกทอด
เศร้ากว่านั้นคือ มาเรีย ไม่เคยรู้จักมักคุ้นหรือพบเห็นหน้าค่าตาภริยาสาวของพ่อมาก่อน ทำให้เมียรุ่นลูกของคุณพ่อ รับทรัพย์ไปคนเดียวได้ แบบไม่ต้องแบ่งใคร
เรื่องนี้ก่อกระแสวิพากวิจารณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในรัสเซียมาตลอด
กองทัพรัสเซียรู้เรื่องนี้ดี แต่ค่อนข้างเพิกเฉย ส่วนนายหน้าธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์พากันคึกคัก
บ้างแนะนำ “สาวๆวัตถุนิยม” ให้เลือกแต่งงานกับพวกทหารที่จะออกไปรบแนวหน้า เพราะถือว่า “นั่นคือธุรกิจ”
ทั้งมีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับหน่วยงานทหารที่รับผิดชอบกระบวนการเกณฑ์ทหารไปแนวหน้า ต่างได้รับผลประโยชน์ต่างตอบแทนด้วย
ถ้าเลือกชี้ส่งทหารนายใดออกไปรบพื้นที่อันตราย หรือมอบหมายภารกิจเสี่ยงภัยมากๆให้กับทหารรายนั้นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการจบชีวิตกลางสนามรบ.
ไฟเขียว30/8/69

























