ตำรวจเตรียมพร้อมรับมือบังคับใช้ กฏหมาย PDPA

 

วันที่ 31 พ.ค.65 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช..) พล...จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกบช.กล่าวถึงกรณีกฎหมายพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ. 2562 หรือกฎหมาย pdpaจะมีผลบังคับใช้ในวันที่มิ..ว่า

ผบช..สั่งการให้ทุกกองบังคับการและทุกพื้นที่เตรียมพร้อมหากมีประชาชนเข้ามาแจ้งความการละเมิด .. ดังกล่าวระหว่างบุคคลต่อบุคคล หรือระหว่างหน่วยงานและนิติบุคคล โดยให้ศึกษากฎหมายดังกล่าวให้ชัดเจนมากที่สุด

พิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของพฤติการณ์ที่มีการแจ้งความดำเนินคดีหรือฟ้องร้องการละเมิด นอกจากนี้ยังให้ทุกหน่วยงานในสังกัดไปตรวจสอบอุปกรณ์บันทึกภาพและข้อมูลต่างๆให้เกิดความปลอดภัยในการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาแจ้งความและประชาชน

ในส่วนของกล้องวงจรปิดที่เป็นกล้องตรวจจับความเร็วกล้องตรวจจับการฝ่าช่องทางจราจรเส้นทึบ และกล้องจับการฝ่าไฟแดง ยังคงทำงานในการตรวจจับตามปกติ หากมีผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิดก็จะดำเนินการส่งใบสั่งอัตโนมัติหรือใบสั่งดิจิทัลไปยังบ้านของเจ้าของรถคันที่ก่อเหตุเหมือนเดิม 

อุปกรณ์และรูปแบบการทำงานต่างๆจากการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เข้าข่ายความผิดการละเมิด ...ดังกล่าว เพราะเข้าข่ายการใช้เพื่อดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนจึงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ 

ด้านพ...กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตรกล่าวว่า มีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2562 แต่ประกาศเลื่อนการบังคับใช้ออกไปเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วและมีการประชาสัมพันธ์ให้ภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้เพื่อให้เกิดการปรับตัวเรื่อยมา 

ในวันพรุ่งนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวทั่วประเทศ กฎหมายดังกล่าวอธิบายโดยง่ายคือ 

หากเป็นการใช้ข้อมูลหรือบันทึกข้อมูลภาพถ่ายภาพนิ่งคลิปวีดีโอหรือข้อมูลอื่นๆ หากใช้เพื่อการดูแลความมั่นคงของประเทศใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือใช้เพื่อปกป้องทรัพย์สินและสิทธิของตนเองก็สามารถทำได้ โดยไม่เป็นการละเมิด ...

 แต่ก็ต้องไปพิจารณาว่าข้อมูลต่างๆที่ได้มาหากมีการนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือนำไปเผยแพร่โดยทำให้เกิดความเสียหายกับบุคคลใดก็สามารถที่จะฟ้องดำเนินคดีได้ตามพรบดังกล่าวหรืออาจไปเข้าข่ายความผิดตาม ..บคอมพิวเตอร์และกฎหมายอาญาอื่นๆ

สำหรับโครงการต่างๆที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการอยู่ อาทิโครงการsmart city zone 4.0  ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ริเริ่มแล้วติดตั้งกล้องวงจรปิดต่างๆไปแล้วทั่วประเทศ ประโยชน์สาธารณะและความมั่นคงจึงไม่เข้าข่ายความผิดตามพรบ.ดังกล่าว

อีกทั้งยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่กองบัญชาการและทุกพื้นที่สถานีตำรวจ ดูแลระบบและป้องกันไม่ให้นำภาพดังกล่าวออกไปเผยแพร่จนทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย ซึ่งภาพต่างๆที่ได้สามารถใช้ในการเป็นหลักฐานดำเนินคดีหากมีผู้กระทำความผิดได้ตามปกติ 

รวมถึงกล้องตรวจจับความเร็วและกล้องติดตัวประจำเจ้าหน้าที่สายตรวจและตำรวจจราจรทุกนายทั่วประเทศ

 ส่วนอุปกรณ์บันทึกภาพหรือข้อมูลต่างๆที่ประชาชนใช้งานอยู่ อาทิกล้องหน้ารถกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ภายในเคหะสถานหรือที่พักอาศัย  สามารถใช้งานได้แต่ต้องดูเป็นรายกรณีไป 

หากเป็นการใช้เพื่อป้องกันทรัพย์สินและความปลอดภัยของตนเองก็สามารถทำได้แต่ภาพและข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้ในการเป็นพยานหลักฐานหากมีการกระทำความผิดของคนร้ายหรือผู้ก่อเหตุได้ แต่ไม่สามารถนำไปเผยแพร่ในช่องทางต่างๆจนอาจทำให้บุคคลในภาพได้รับความเสียหาย” รองโฆษกตร.กล่าว

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า  ในวันที่ 1 มิ.ย. ด้าน2565 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า กฎหมาย PDPA จะมีผลบังคับใช้

กฎหมายดังกล่าวมีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ และเพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดสิทธิ และข้อมูลส่วนบุคคลที่ประชาชนอาจเกิดความวิตกกังวล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า มีพี่น้องประชาชนบางส่วนยังขาดความเข้าใจในตัวกฎหมาย นอกจากนี้ได้มีการส่งต่อข้อความที่มีความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เข้าใจผิดต่อกฎหมายดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าว ดังนี้

1. การถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอที่ติดภาพของบุคคลอื่นโดยไม่เจตนา และไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลที่ถูกถ่าย หากใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว สามารถทำได้

2.การโพสต์ภาพหรือคลิปวิดีโอที่ติดภาพของบุคคลอื่นในสื่อสังคมออนไลน์ หากทำเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว ไม่แสวงหากำไรทางการค้าและไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย สามารถทำได้

3.การติดกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ไม่จำเป็นต้องมีป้ายแจ้งเตือน หากติดเพื่อป้องกันอาชญากรรมและรักษาความปลอดภัย

4.การทำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมก่อน ในกรณีดังนี้
4.1. เป็นการทำตามสัญญา
4.2. เป็นการใช้ที่มีกฎหมายให้อำนาจ
4.3. เป็นการใช้เพื่อรักษาชีวิต หรือร่างกายของบุคคล
4.4. เป็นการใช้เพื่อการค้นคว้าวิจัยทางสถิติ
4.5. เป็นการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ
4.6. เป็นการใช้เพื่อปกป้องประโยชน์ หรือสิทธิของตน

เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ ที่เพิ่งจะมีการบังคับใช้ ดังนั้นอาจจะมีการประชาสัมพันธ์รายละเอียด ข้อปฏิบัติของกฎหมายดังกล่าว เพิ่มเติมในโอกาสต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน ให้งดส่งต่อข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว เพราะอาจทำให้ถูกผู้ไม่หวังดีอาศัยความเข้าใจผิดดังกล่าวไปแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หากพี่น้องประชาชนมีความสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สามารถติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลได้ทางเพจเฟซบุ๊ก PDPC Thailand ผ่านทาง URL : https://www.facebook.com/pdpc.th