ตี๋น่ารักใจละลาย ยิ้มหวานสุดแล้วในหมู่มวลตำรวจ

11102

หนุ่มตี๋  น่ารัก ใจละลาย ยิ้มหวานที่สุดในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

วสุ ลีฬหาศิลป์ น้องฟลุ๊ค นรต.72
“เราทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือยัง ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เราก็จงยึดมั่นในสิ่งนั้น แล้ววันหนึ่งสังคมจะเข้าใจเราเอง”

1.ความฝันวัยเยาว์

ตอนเด็กๆผมอยากเป็นนักบิน แต่พอโตขึ้นมา ได้เรียนรู้ ได้เห็นคนเดือดร้อน ความรู้สึกจึงค่อยๆเปลี่ยนไป ผมเลยเลือกที่จะสอบเข้ามาเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจครับ

2.ทำไมถึงอยากเป็นตำรวจ
ผมอยากเป็นตำรวจ เพราะว่า ชอบช่วยเหลือคนอื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ก็ต้องเสียสละเยอะ ในเรื่องของเวลาส่วนตัว การพักผ่อน แต่ผมก็คิดว่าถ้าเลือกมาทางนี้แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

3.พอเข้ามาเรียนแล้วตรงกับที่คิดไหม
สำหรับผม ผมคิดว่าการที่คนๆหนึ่งต้องเข้ามาใช้ชีวิต ต้องมาอยู่ในระบบ ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของโรงเรียนอย่างเคร่งครัดนั้น มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ยิ่งเป็นโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนที่ผลิตนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรแล้วนั้น ยิ่งมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น จึงยากที่จะสามารถรับรู้ได้ ถ้าหากไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง เพราะการฝึกสอนเข้มมากจริงๆครับ
ถ้าถามผมว่าตรงกับที่คิดมั้ย ก็ต้องบอกว่าตรงข้ามเลยครับ

4. ความกตัญญูและยึดถือความถูกต้อง คือหลักในการเนินชีวิต
คติประจำใจ สำหรับผม ผมว่ามันยาวเกินไป ผมขอใช้คำว่า “ความกตัญญู” แทนละกันนะครับ
หลายๆคนก็คงชินกับคำนี้ แต่ผมว่ามันใช้ได้จริง และสามารถตีความหมายได้ในหลายๆด้าน เพราะการที่เรากตัญญูนั้น หมายถึงเราตั้งใจที่จะทำดีต่อผู้มีพระคุณ ซึ่งในแต่ละวัย หน้าที่ของเราก็แตกต่างกันไป อย่างเช่นในปัจจุบัน ผมเป็นนักเรียน ความกตัญญูของผมก็คือการตั้งใจเรียน ในอนาคตผมสามารถหาเลี้ยงชีพครอบครัวได้ ความกตัญญูของผมก็คือการตั้งใจทำงาน และคำๆนี้ยังเป็นแรงผลักดัน ที่ทำให้ผมสามารถอดทนและผ่านอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมาได้ครับ

5.คำสอนของตำรวจที่เราชอบ
“ตำรวจคือ ผู้พิทักษ์ และให้บริการประชาชน ไม่ใช่นายประชาชน” คำพูดที่ติดหูของ นักเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นคำกล่าวก่อนที่จะรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ เพื่อให้นักเรียนนายร้อยตำรวจทุกคน ได้ตระหนักถึงการเป็นตำรวจ อาชีพที่ต้องเสียสละ อาชีพที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศ ไม่ใช่ใช้อาชีพนี้เป็นโอกาสในการที่จะเอาเปรียบประชาชน

 

6.ตำรวจในอุดมคติต้องเป็นแบบไหน
“เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปราณีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดำรงตนในยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต” อีกหนึ่งคำพูดคุ้นหู ของนักเรียนนายร้อยตำรวจ ที่เรียกกันว่าอุดมคติตำรวจทั้ง 9 ข้อ และนี่ก็เป็นตำรวจในอุดมคติของผม และผมคิดว่านักเรียนนายร้อยตำรวจอีกหลายๆคน ก็คงคิดเช่นเดียวกับผม

7.คิดว่างานเรา ช่วยเหลือสังคมได้อย่างไร
งานของตำรวจ ขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความเสียสละ ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องเกิดประโยชน์แก่สังคม หรือส่วนรวมอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจจราจร ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยบนท้องถนน ควบคุมสถานการณ์ต่างๆบนท้องถนน พนักงานสอบสวนหรือที่ประชาชน จะพบเห็นได้ตามสถานีตำรวจ ก็คอยรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน นำปัญหาที่ได้รับไปดำเนินการต่อ ซึ่งตำรวจแต่ละคน ก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป แต่ทุกๆหน้าที่นั้น ผมเชื่อว่าล้วนแล้วแต่ทำเพื่อช่วยเหลือสังคมครับ

8.เวลาเห็นสังคมว่าตำรวจ เรารู้สึกอย่างไร
ผมว่าในทุกๆอาชีพ ต่างก็โดนต่อว่าเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม เช่น ช่างตัดผม ถ้าตัดผมไม่ถูกใจลูกค้า ก็ต้องโดนต่อว่า พยาบาล ที่ฉีดยาเจ็บ ก็โดนต่อว่า เพียงแต่ลูกค้าของตำรวจนั้นคือ สังคม ถ้าตำรวจทำสิ่งใดที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ถูกใจ ก็ต้องโดนต่อว่าเป็นธรรมดา ซึ่งถ้าถามผมว่ารู้สึกอย่างไร ก็คงปฏิเสธไม่ได้ที่จะบอกว่าไม่พอใจ แต่สิ่งแรกที่ต้องตระหนักถึงคือว่า “เราทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือยัง ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เราก็จงยึดมั่นในสิ่งนั้น แล้ววันหนึ่งสังคมจะเข้าใจเราเอง”

9.คิดว่าตำรวจยุคใหม่ควรเป็นแบบไหน
อย่างแรกต้องเป็นคนดีครับ” ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหน หรือยุคไหน ความดีต้องเป็นพื้นฐาน ”
และสิ่งที่ตำรวจยุคใหม่ขาดไม่ได้ ก็คือ ความรู้ ความสามารถ เพราะในโลกปัจจุบัน สังคมเราพัฒนาไปอย่างกว้างไกล มีอาชญากรรมเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ โจรหรือผู้ร้าย ต่างพัฒนาฝึกฝนตนเองเพื่อประสิทธิภาพในการกระทำความผิด ซึ่งถ้าตำรวจขาดความรู้ ความสามารถ แล้วนั้น จะง่ายต่อการเป็นเหยื่อของผู้กระทำความผิดยิ่งขึ้น แต่ถ้าตำรวจมีความรู้ ความสามารถ ก็จะนำเทคโนโลยีในปัจจุบัน ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดครับ

10.ทำไมชอบกีฬารักบี้เล่าให้ฟังหน่อย
จริงๆ ผมก็ถูกบังคับเล่นมาตั้งแต่สมัยประถมครับ ผมเรียนโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ สังคมมันเหมือนบังคับให้ผมรักในกีฬานี้ รู้ตัวอีกทีก็รักการเล่นรักบี้ไปซะแล้ว และที่ผมเลือกที่จะเข้าชมรมรักบี้นายร้อยตำรวจ อย่างแรกคืออยากที่จะเล่นรักบี้ครับ แต่พอเข้ามา ผมว่าชมรมนี้ให้อะไรมากกว่าแค่การเล่นรักบี้ครับ “ความเป็นพี่น้อง สอนให้รู้จักการดูแลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่หรือแม้แต่น้อง ” และแน่นอนว่า ในการซ้อมกีฬานั้น ต้องเหนื่อยและท้อกันในทุกๆคน แต่เราก็คอยที่จะให้กำลังใจ คอยให้คำแนะนำ คำปรึกษาซึ่งกันและกันอยู่ตลอด ซึ่งผมเชื่อว่าสิ่งเหล่นี้จะทำให้พวกผมได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันกีฬารักบี้ในงานกีฬาประเพณีทหาร-ตำรวจครับ

สุดท้ายขอแสดงความยินดีชมรักบี้ กับชัยชนะในการคว้ารางวัลที่1 ในการแข่งขันกีฬาเหล่า ในปีนี้ มาครอบครองนะครับ