ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ตร. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ระดมตรวจค้น 4 จุดใน กทม. ยึดของกลาง 15,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท
ตามนโยบายของ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร.) มอบหมายให้ทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ในระหว่างวันที่ 1 – 15 กรกฎาคม 2569 เพื่อยกระดับการปราบปรามให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปบย.ตร., พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.)
พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.สมพล ใจดี รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 และ พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2
ได้ปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัยซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บบุหรี่ไฟฟ้าของเครือข่ายจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านไลน์แอคเคาท์ โดยได้ขอหมายค้นศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัยในพื้นที่เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 จุด
ในการตรวจค้น 1 ใน 4 จุด เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย มีผู้ต้องหาที่ 1 กำลังขนถุงกระสอบลงมาจากรถยนต์คันดังกล่าว ได้เข้าแสดงหมายค้นพร้อมขอตรวจค้นพบว่าภายในบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า 300 กล่อง
ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับนำไปส่งตามยอดที่มีการสั่งซื้อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวพร้อมสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อเนื่องในทันที โดยเข้าตรวจค้นโกดังซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่รกร้างในซอยประชาอุทิศ 16 แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร พบผู้ต้องหาที่ 2 แสดงตนเป็นผู้ดูแลสถานที่
ผลการตรวจค้นในโกดัง พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ประมาณ 15,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อสั่งสินค้า รถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งสินค้า นำส่ง สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากมาตรการระดมกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าของ ศปบย.ตร. ที่กำหนดให้ทุกหน่วยสืบสวนจับกุมผู้ที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และให้ขยายผลไปยังแหล่งเก็บบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อตรวจยึดของกลาง เป็นการตัดวงจรการแพร่กระจายสินค้าในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
เครือข่ายที่จับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 ได้สืบสวนติดตามการกระทำความผิด ของบัญชี LINE Official Account ชื่อบัญชี “LOVER__” ซึ่งมีพฤติการณ์ ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มีการตั้งค่าบัญชีเป็นสาธารณะประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
ได้ดำเนินการสืบสวนข้อมูลจนทราบพื้นที่ต้องสงสัยที่จะมีการเก็บบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับรอจำหน่ายของเครือข่ายดังกล่าว และได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลาง เข้าทำการตรวจค้นจำนวน 4 จุด จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางดังกล่าวข้างต้น
ศปบย.ตร. ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่มีการจับกุม ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังตัวการและผู้ร่วมขบวนการกระทำผิดในเครือข่ายทั้งหมด พร้อมทั้งให้พิจารณาใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการกับผู้ต้องหาทุกรายอีกส่วนหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเบาะแสมายัง ศปบย.ตร. ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Police Care หรือผ่านสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

























