นครบาลจับไอซ์ครึ่งตัน

572

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 ก.ย. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.

แถลงข่าวชุดสืบสวนบก.สส. และบก.สปพ. (191) จับกุมนายเฉลิม แช่หาญ อายุ 24 ปี นายวุฒิชัย แซ่หาญ อายุ 34 ปี นายเอกวิทย์ หาญฤทธิกุลชัย อายุ 34 ปี และนายนิรันดร์ ลีสวัสดิ์ อายุ 26 ปี

ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนัก 502 กก. มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท รถกระบะ 2 คัน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขยายผลจากจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง พร้อมของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 11 ส.ค.

จนทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดจะลักลอบขนไอซ์จำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้าน เป้าหมายนำส่งออกนอกประเทศ

ชุดสืบสวนใช้เวลาสืบสวนติดตามนานกว่า 8 เดือน กระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คนดังกล่าว แบ่งหน้าที่กันทำ 2 คน ขับรถกระบะมีหลังคาขนยาเสพติด และอีก 2 คนขับรถกระบะดูต้นทางและด่านตรวจ

ตรวจพบยาไอซ์ใส่บรรจุถุงชาจีน 502 ถุง ใส่อยู่ในกระสอบพลาสติกหลายใบ แต่ละใบผูกด้วยเศษผ้าเพื่อใช้ขนสะพายหลังเหมือนเป้

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด รับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากนายตั้ม (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ฝั่งประเทศพม่า

จ้างให้ขนลำเลียงยาเสพติดจากจ.เชียงรายเข้ากรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อส่งให้ลูกค้า โดยได้ค่าจ้างขนเป็นเงิน 1 ล้านบาท

อีกราย พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สุทธิสาร พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร จับกุมนายฤทธิชัย อันทะโส อายุ 26 ปี

ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางไอซ์บรรจุในถุงชา 67 ถุง น้ำหนักรวม 80.4 กก.

หลังสืบทราบว่า นายฤทธิชัย เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่วังทองหลาง ชุดสืบสวนล่อซื้อยาเสพติดจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 8 ชั้น 3 อาคารไม่มีชื่อ เลขที่ 106 ซอยลาดพร้าว 80 แยก 22 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม.

สอบสวนนายฤทธิชัย ทราบว่ารับยาเสพติดมาจากผู้ต้องหาเครือข่ายบังเย้ ในพื้นที่จ.จันทบุรีและจ.ตราด

โดยเครือข่ายบังเย้เพิ่งถูกตำรวจกก.3 บก.ทล. จับกุมพร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนัก 1.5 กก.เมื่อวันที่ 10 ก.ย.

สำหรับผู้ต้องหามีหน้าที่ดูแลและนำยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ในห้องก่อนนำส่งให้กับลูกค้า ได้ค่าจ้างกก.ละ 8 พันบาท นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งบช.ปส.ดำเนินคดี