นัดแรก3-1 หงส์ยังไม่หมดหวัง

กองกลาง (มิดฟีลด์)

จู้กหู้กกู้กราบ แล้วตามด้วยสวัสดี หรือสวัสดีแล้วค่อยก้มกราบ ก็ได้ เมื่อปลายทางเหมือนกัน อิอิ

จบศึกยุโรป นัดแรกเรียบร้อย มองภาพรวม ทึมจากอังกฤษชนะแทบทุกทีม ยกเว้น….ลิเวอร์พูล

ปีนี้กองเชียร์ลิเวอร์พูลหวังถ้วยใหญ่อยู่ลึกๆเพราะถ้วยอื่นหมดหวังไปแล้ว ฮา

การเจอกันครั้งสุดท้ายของ 2 ทีมนี้ คือนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2018 ที่เคียฟ

เรอัล มาดริด ชนะ 3-1 นั่นทำให้ลิเวอร์พูลพกความคับข้องใจจากเกมนั้น เอามาล้างตาในนัดนี้

ทำไมเตะสนามซ้อม…
เกมนี้ เล่นที่สนามอัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ที่มีความจุ 6,000 คนเป็นสนามซ้อมของเรอัล มาดริด

สาเหตุเพราะ สนามเหย้าซานติอาโก้ เบร์นาเบว กำลังรีโนเวทใหม่ โดยมีหลังคาเปิดปิดได้ และทำลานจอดรถใต้ดินด้านล่างสนาม

เมื่อต้องเล่นแบบปิดสนามอยู่แล้ว จะแข่งที่สนามซ้อมก็ไม่ได้แตกต่างอะไร เหอะๆ

วันนี้จู้กหู้กกู้ขอเปิดแผล จุดกองกลางตรงเป้าหมายที่แฟนบอลบ่นอุบก่อนเกม ว่าทำไมคล็อปป์ไม่ยึดสามตัวจริงเกมอาร์เซน่อลเอาไว้ (ฟาบินโญ่-ติอาโก้-มิลเนอร์)

หรือไม่ก็ใช้ชุดชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน (ฟาบินโญ่-ติอาโก้-ไวจ์นัลดุม)

แต่นี่ถอดเอาติอาโก้ไปเป็นสำรอง แล้วใช้เกอิต้าเป็นตัวจริงซะอย่างนั้น

เดาใจคล็อปป์ อาจจะใช้เกอิต้า เพราะเห็นว่ากองหลังตัวหลักมาดริดหายไป จึงเอาเกอิต้าที่ทะลุทะลวงได้ดีกว่าติอาโก้

แต่… เกอิต้าไม่เคยพิสูจน์ว่าเล่นเกมใหญ่ได้ดี แล้วทำไมจะมาเล่นดีในเกมนี้ล่ะ หรือ..ตำแหน่งมีไว้ทดลองงาน 55+

เกมนี้สตีฟ แม็คมานามาน เป็นผู้บรรยายในช่อง BT Sport ถึงกับวิจารณ์แรงๆ ระหว่างเกมว่า

“นักเตะต้องดูกระจกแล้วมองหน้าตัวเอง ว่าคุณจะเล่นฟุตบอลแบบนี้ ในเกมยุโรปอย่างนั้นหรือ”

คือ เกมเริ่มต้นขึ้น ในครึ่งแรกเป็นฟอร์มที่แย่เหลือเชื่อ จนไม่มีใครคาดคิด ลิเวอร์พูลไม่ได้ยิงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีอะไรหวาดเสียวแม้แต่น้อย

คุณภาพที่เห็นชัดเจนมากๆ ว่าต่างกัน คือมิดฟิลด์ ลูก้า โมดริช หวือหวาโฉบเฉี่ยว เกือบเรียกฟรีคิกบริเวณหัวกะโหลกได้ช่วงต้นเกม

ขณะที่คาเซมิโร่ เป็นตัวรับมืออาชีพ ยืนตำแหน่งดี ตัดบอลเก่งมาก ส่วนโทนี่ โครส จะถอยต่ำเพื่อคอนโทรลเกมจากแดนหลังใช้ลูกพาสคมๆโยนยาวเข้าโจมตี

ตรงข้ามกับฝั่งลิเวอร์พูล ที่ฟาบินโญ่-ไวน์จัลดุม-เกอิต้า ประสานงานกันไม่ได้เลย โดนยึดแดนกลางอย่างสมบูรณ์

ที่มาประตู 1-0 โทนี่ โครส ได้ยืนว่างที่สุดในโลก ก่อนมีเวลามากมายในการโยนยาว ให้วินิซิอุสควบไปยิง

คือจังหวะนี้เกอิต้าลืมไปหรือเปล่า ว่าเขาควรจะเพรสซิ่ง ไม่ให้โครสได้เล่นง่ายๆแบบนี้ พอโครสได้เปิดบอล ลูกพุ่งไปจุดนัดพบ วินิซิอุสยิงเข้าไปอย่างง่ายดาย แถวบ้านคุณพิษณุเรียก หมูหก 55+

คล็อปป์รีบถอดเกอิต้าออก แล้วส่งติอาโก้ลงไปแทนทั้งๆที่ยังไม่จบครึ่งแรก

คล็อปป์อธิบายว่า ไม่ใช่ว่าเกอิต้าเล่นไม่ดีหรืออะไร แต่เปลี่ยนตามแท็กติก

คือเกอิต้านั้น ถูกส่งลงมาเพื่อจะช่วยทะลุทะลวง แต่ก็เห็นๆอยู่ว่าเขาทำไม่ได้

นอกจากนั้นยังเล่นเกมเพรสซิ่งไม่เก่ง จนเปิดพื้นที่ให้โมดริช และโครสเล่นบอลง่ายๆอยู่ตลอด เมื่อปัญหาเห็นๆ อยู่ตรงหน้า คล็อปป์ก็ต้องแก้เกมทันที

ท้ายสุดเหมือนเดิม ตบหัวเสร็จก็ต้องลูบหลัง 555

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ในรอบน็อกเอาต์ของแชมเปี้ยนส์ลีก มีถึง 4 ทีม ที่แพ้ 2-0 ในเกมเยือน แล้วคัมแบ็กกลับมาได้ในเกมเลกสองที่เล่นในบ้านตัวเอง

– ซีซั่น 2012-13 รอบ 16 ทีม เลกแรก มิลาน ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0, เลกสอง บาร์ซ่า ชนะ 4-0

– ซีซั่น 2013-14 รอบ 16 ทีม เลกแรก โอลิมเปียกอส ชนะ แมนฯยู 2-0 , เลกสอง แมนฯยู ชนะ 3-0

– ซีซั่น 2015-16 รอบ 8 ทีม เลกแรก โวล์ฟสบวร์ก ชนะ เรอัล มาดริด 2-0, เลกสอง มาดริด ชนะ 3-0

– ซีซั่น 2018-19 รอบ 16 ทีม เลกแรก แอตเลติโก้ ชนะ ยูเวนตุส 2-0, เลกสอง ยูเว่ ชนะ 3-0

เห็นไหมยังมีความหวัง โชคดีครับ บายบ้าย