Saturday, August 1, 2026
More
    Homeย่อโลกลูกหนังกับจู้กหู้กกู้ผู้กอบกู้ แต่ไม่ใช่วันใหม่

    ผู้กอบกู้ แต่ไม่ใช่วันใหม่

    จู้กหู้กกู้ กราบสวัสดี

    เกิดอะไรขึ้นกับ นิวคาสเซิล ครับ…..

    อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว! เอ็ดดี้ ฮาว อยู่ไม่ไหว อำลานิวคาสเซิล ยูไนเต็ด หลังนักเตะตัวหลักทยอยย้ายออกไป

    ตามการรายงานของ David Ornstein เอ็ดดี้ ฮาว ตัดสินใจขอพักจากการคุมทีม และเตรียมอำลานิวคาสเซิล ยูไนเต็ด หลังอยู่กับสโมสรมานานถึง 5 ปี

    สี่เดือนกว่า หลังได้รับเกียรติ “Freedom of Newcastle” ในฐานะคนที่ช่วยคืนความภาคภูมิใจให้สโมสรและเมือง เอ็ดดี ฮาว ก็ได้ออกจากตำแหน่งหัวหน้าโค้ชนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

    นี่ไม่ใช่การอำลาของผู้จัดการทีมที่ไม่มีผลงาน

    แต่เป็นการอำลาของคนที่พานิวคาสเซิลหนีจากโซนตกชั้น กลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกสองครั้ง และคว้าถ้วยภายในประเทศรายการแรกในรอบ 70 ปี

    เรื่องที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ว่าใครจะเข้ามาแทนฮาว

    แต่ทำไมผู้นำที่ประสบความสำเร็จในการสร้างทีมขึ้นมา จึงอาจไม่ใช่ผู้นำที่จะได้พาทีมนั้นเดินเข้าสู่เฟสต่อไป

    ก่อนอื่นต้องแยกให้ชัดว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ ฮาวไม่ได้ถูกเจ้าของสโมสรประกาศปลดครับ

    สกาย สปอร์ตส รายงานว่าการอำลาเป็นการตัดสินใจของฮาว สโมสรพยายามโน้มน้าวให้เขาอยู่ต่อ แต่เขาต้องการพักจากงานผู้จัดการทีม หลังเริ่มคิดถึงการบอกลามาระยะหนึ่งแล้ว

    แต่ถึงจะเป็นฝ่ายเลือกเดินออกมาเอง การตัดสินใจนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปุ้บปั้บ

    เพราะนิวคาสเซิลที่ฮาวกำลังเดินออกมา ไม่ใช่สโมสรเดียวกับที่เขาเดินเข้าไปรับงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021

    วันนั้นทีมยังไม่ชนะใครเลยตลอด 14 นัดแรกของพรีเมียร์ลีก

    ฮาวเข้ามาในฐานะคนดับไฟ เขาต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เล่น จัดระเบียบทีม และทำให้สโมสรที่กำลังกลัวการตกชั้นกลับมาเชื่อว่าตัวเองควบคุมอนาคตได้อีกครั้ง

    สุดท้ายนิวคาสเซิลจบฤดูกาลนั้นในอันดับ 11 และกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่รอดตกชั้นได้ หลังไม่ชนะเลยตลอด 14 เกมแรก

    งานในช่วงนั้นต้องการผู้นำที่ลงไปจัดการเกือบทุกส่วนของทีม

    ฮาวไม่ได้มีหน้าที่แค่วางแท็กติก เขาต้องเลือกคน สร้างวัฒนธรรม กำหนดมาตรฐานการซ้อม และทำให้ผู้เล่นที่สูญเสียความมั่นใจกลับมาเชื่อในตัวเอง

    โจลินตอนถูกเปลี่ยนบทบาทจนกลายเป็นกำลังสำคัญ เจค็อบ เมอร์ฟีรักษาพื้นที่ของตัวเองในทีมได้ ขณะที่ผู้เล่นเดิมอีกหลายคนกลายเป็นแกนของทีมที่ก้าวจากการหนีตกชั้นไปสู่ฟุตบอลยุโรป

    จากทีมอันดับ 11 นิวคาสเซิลขึ้นไปจบอันดับ 4 ในฤดูกาล 2022/23 เข้าชิงลีกคัพ และกลับไปเล่นแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองทศวรรษ

    สองปีต่อมา พวกเขาเอาชนะลิเวอร์พูลในนัดชิงลีกคัพ คว้าแชมป์ที่รอคอยมานาน ก่อนจบอันดับ 5 และได้สิทธิ์กลับไปเล่นแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง

    ฮาวจึงไม่ใช่เพียงคนที่ทำให้ทีมเล่นดีขึ้น

    เขาเปลี่ยนความรู้สึกของคนทั้งเมืองที่มีต่อสโมสร

    เส้นทางของเขาก็คล้ายๆ กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือผู้ปลุกลิเวอร์พูลให้กลับมายิ่งใหญ่

    ตอนมอบ Freedom of Newcastle ให้เขา ผู้นำเมืองกล่าวว่าฮาวคืนความภาคภูมิใจให้สโมสร และสร้างผลกระทบที่คนในนิวคาสเซิลเข้าใจได้จากสิ่งที่เห็นจากภายนอก

    แต่ปัญหาของความสำเร็จคือ เมื่อทีมเติบโต งานที่ต้องทำก็เปลี่ยนตามไปด้วย

    นิวคาสเซิลไม่ได้ต้องการเพียงคนที่ช่วยให้ทีมรอดตกชั้นอีกแล้ว

    สโมสรต้องบริหารทีมที่มีผู้เล่นราคาแพง รับมือความคาดหวังระดับแชมเปียนส์ลีก เพิ่มรายได้ ควบคุมต้นทุน และสร้างระบบที่ไม่ฝากอนาคตทั้งหมดไว้กับการตัดสินใจของหัวหน้าโค้ชเพียงคนเดียว

    ขณะเดียวกัน ผลงานในฤดูกาล 2025/26 ก็ไม่สามารถถูกมองข้ามได้

    นิวคาสเซิลจบอันดับ 12 แพ้ถึง 17 นัดในพรีเมียร์ลีก ช่วงท้ายฤดูกาลมีทั้งปัญหาฟอร์มการเล่น และเริ่มมีแรงกดดันต่อฮาวมากขึ้น

    เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของผู้จัดการทีมที่ทำทุกอย่างถูกต้อง แต่ถูกฝ่ายบริหารแย่งอำนาจไปอย่างไม่มีเหตุผล

    ฮาวมีส่วนร่วมกับการสร้างทีมในช่วงก่อนหน้า มีส่วนกับการตัดสินใจซื้อขายหลายครั้ง และต้องรับผิดชอบต่อผลงานที่ตกลงเช่นเดียวกัน

    แต่สิ่งที่เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดคือโครงสร้างรอบตัวเขาครับ

    ตลอดยุคของฮาว นิวคาสเซิลเปลี่ยนผู้อำนวยการกีฬาหลายครั้ง ตั้งแต่แดน แอชเวิร์ธ พอล มิตเชลล์ จนถึงรอสส์ วิลสัน

    เมื่อวิลสันเข้ารับตำแหน่ง สโมสรระบุอย่างเป็นทางการว่าเขาจะรับผิดชอบยุทธศาสตร์กีฬา การพัฒนา และการสรรหาผู้เล่นทั้งทีมชาย ทีมหญิง และอะคาเดมี โดยทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารฟุตบอลและผู้บริหารสโมสร

    นิวคาสเซิลยังขยายทีมผู้บริหารเป็นรูปแบบโครงสร้างที่มีผู้รับผิดชอบด้านการเงิน การดำเนินงาน รายได้ บุคลากร และการตลาดอย่างชัดเจนขึ้น

    นี่คือการเปลี่ยนจากสโมสรที่หัวหน้าโค้ชเป็นศูนย์กลางของโครงการ ไปสู่องค์กรที่พยายามกระจายการตัดสินใจให้หลายฝ่าย

    ในช่วงแรก รูปแบบที่มีฮาวเป็นศูนย์กลางเคยเป็นข้อได้เปรียบ

    ทีมในภาวะวิกฤตต้องการความเร็ว ความชัดเจน และคนที่สามารถตัดสินใจโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการหลายชั้น

    แต่เมื่อองค์กรใหญ่ขึ้น การรวมอำนาจไว้กับคนคนเดียวอาจกลายเป็นความเสี่ยง

    สโมสรต้องคิดถึงทั้งผลงานวันนี้ มูลค่าผู้เล่นในอนาคต กฎการเงิน รายได้เชิงพาณิชย์ และความต่อเนื่องในวันที่ผู้จัดการทีมคนนั้นไม่อยู่แล้ว

    ฤดูร้อนปี 2026 ความแตกต่างนี้เริ่มเห็นชัดขึ้น

    นิวคาสเซิลขายแอนโธนี กอร์ดอนและซานโดร โตนาลี ขณะที่อนาคตของบรูโน กิมาไรส์เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ฝ่ายสโมสรกำลังสร้างทีมใหม่ด้วยผู้เล่นอายุน้อยและพยายามลดความเสี่ยงทางการเงิน ภายใต้ข้อจำกัดจากกฎการใช้จ่ายและข้อตกลงกับยูฟ่า

    การขายผู้เล่นจึงไม่สามารถสรุปง่าย ๆ ว่าเป็นเพราะฝ่ายบริหารไม่ทะเยอทะยาน

    แต่ในมุมของหัวหน้าโค้ชที่ต้องรับผิดชอบผลการแข่งขัน การเห็นผู้เล่นสำคัญทยอยออกไป ย่อมทำให้งานสร้างทีมรอบใหม่ยากขึ้น

    คืนก่อนที่จะมีข่าวการลาออก ฮาวถูกถามเรื่องอนาคตของบรูโน

    เขายืนยันว่าต้องการเก็บผู้เล่นที่ดีที่สุดไว้ แต่ยอมรับว่า “เราไม่ได้เป็นฝ่ายควบคุมเรื่องนั้น” และตัวนักเตะเองก็อาจไม่ได้ควบคุมทุกอย่างเช่นกัน

    ประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่าฮาวลาออกเพราะเสียอำนาจซื้อขายเพียงเหตุผลเดียว

    แต่มันสะท้อนระยะห่างระหว่างบทบาทที่เขาเคยมี กับบทบาทที่เหลืออยู่ในโครงสร้างใหม่

    เดอะ กาเดี้ยนส์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ฮาวรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่สบายใจกับการที่อิทธิพลด้านนโยบายซื้อขายของเขาลดลงอย่างมาก รวมถึงมีข้อกังวลต่อแนวทางที่จะเน้นผู้เล่นอายุน้อยที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคต

    ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ใช่คำชี้แจงโดยตรงจากฮาวทั้งหมด เราๆ จึงควรมองว่ามันเป็นรายงานจากแหล่งข่าว ไม่ใช่เหตุผลทางการที่สรุปได้เด็ดขาด

    แต่หากมองผ่านเรื่องการเปลี่ยนผ่านองค์กร ความขัดแย้งนี้ไม่ได้แปลกนัก

    ผู้นำช่วงกอบกู้ มักต้องการอำนาจในการตัดสินใจมาก เพราะทุกอย่างต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

    ผู้นำช่วงสร้าง ต้องทำให้คนเชื่อในทิศทางเดียวกัน และเปลี่ยนความสำเร็จระยะสั้นให้กลายเป็นวัฒนธรรม

    ส่วนผู้นำช่วงขยาย ต้องทำงานในระบบที่ใหญ่ขึ้น ยอมแบ่งอำนาจให้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย และรับมือเป้าหมายที่บางครั้งขัดกันเอง

    คนคนเดียวอาจทำได้ดีมากกว่าในช่วงๆ หนึ่ง

    แต่ไม่ได้แปลว่าโครงสร้างและขอบเขตอำนาจที่เหมาะกับเขาจะเหมือนเดิมตลอดไป

    และนี่คือความย้อนแย้งสำคัญของยุคเอ็ดดี ฮาว ความสำเร็จของเขาไม่ได้เพียงพานิวคาสเซิลไปสู่ระดับที่สูงขึ้น มันยังเปลี่ยนสโมสรให้กลายเป็นองค์กรที่ต้องการระบบซับซ้อนกว่าเดิม

    ทีมที่เคยต้องการคนคนหนึ่งเข้ามาควบคุมสถานการณ์ เริ่มต้องการรูปแบบโครงสร้างที่สามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับคนคนเดียวมากเกินไป

    ในอีกด้านหนึ่ง ฮาวอาจมองว่าหากเขาต้องรับผิดชอบต่อผลงานในสนาม เขาก็ควรมีอิทธิพลพอที่จะควบคุมสิ่งที่ถูกส่งมาให้ใช้งาน

    ทั้งสองฝ่ายจึงไม่จำเป็นต้องมีใครผิดทั้งหมด

    สโมสรมีเหตุผลที่จะสร้างระบบที่ยั่งยืน ควบคุมการเงิน และกระจายอำนาจ

    ฮาวก็มีเหตุผลที่จะถามว่า บทบาทใหม่ยังเปิดพื้นที่ให้เขาสร้างทีมในแบบที่ตัวเองเชื่อหรือไม่

    บางครั้ง การอำลาของผู้นำที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพราะองค์กรไม่เห็นคุณค่าของเขา

    และไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาหมดความสามารถ

    แต่มันเกิดขึ้นเมื่อองค์กรกับผู้นำเริ่มต้องการสิ่งที่แตกต่างกัน จากความสัมพันธ์แบบเดิม

    เอ็ดดี ฮาวอาจไม่ได้อยู่พานิวคาสเซิลเดินเข้าสู่บทต่อไป แต่หากไม่มีสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา บทต่อไปนั้นอาจไม่มีวันเกิดขึ้นเลย

    ความสำเร็จในช่วงหนึ่งไม่ได้รับประกันว่าใครคนนั้นจะเหมาะกับองค์กรในทุกช่วงเวลา แต่มันก็ไม่ได้ลบคุณค่าของคนๆ นั้นที่พาทีมมาถึงจุดที่ต้องเริ่มถามหาผู้นำแบบใหม่

    วันนี้มาแบบตำนาน ละเอียดยิบ (ฮา)

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments