ขสช.พร้อมตัวแทนภาคีเครือข่ายกว่า 150 องค์กรยื่นหนังสือร้องเรียน ประธานคณะกมธ.พัฒนาการเมือง สิทธิ มนุษยชน จี้ รมว.สาธารณสุข แทรกแซง สสส.หลังพบงบประมาณประจำปี 2570 ถูกดึงเรื่องอนุมัติล่าช้าและมีแนวโน้มถูกโยกย้ายงบไปให้โรงพยาบาลชุมชน
วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) พร้อมด้วยตัวแทนภาคีเครือข่ายองค์กรสมาชิกที่ทำงานด้านสุขภาวะซึ่งรวมตัวกันมากกว่า 150 องค์กร เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการถูกแทรกแซงการปฏิบัติงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
นายธนากร เปิดเผยว่า เครือข่ายภาคประชาชนส่วนใหญ่เป็นองค์กรที่ขอรับทุนสนับสนุนจาก สสส. และมีบางส่วนที่ไม่ได้รับทุนโดยตรง แต่มีภารกิจร่วมกันในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพตามหลักการ “สร้างนำซ่อม”
ปัจจุบันกำลังเผชิญสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งจากความพยายามเข้ามาแทรกแซงการดำเนินงานของกองทุนฯ จากหลายฝ่าย ส่งผลให้ภาคีเครือข่ายคนทำงานไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนตามงวดงานที่กำหนด และมีแนวโน้มว่าโครงการต่างๆ ที่เตรียมนำเสนอต่อกองทุนฯ จะไม่ได้รับการพิจารณาหรือถูกลดทอนลงอย่างมาก
ทางเครือข่ายจึงได้ประกาศจุดยืนและยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ประกอบด้วย:
1. ยืนหยัดเจตนารมณ์สร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน: เพื่อสร้างพลเมืองที่ตื่นรู้และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศร่วมกับภาครัฐ ภายใต้หลักการป้องกันก่อนป่วย ซึ่งเป็นคนละด้านแต่เสริมหนุนกันกับภารกิจด้านการรักษาของกระทรวงสาธารณสุข การลดทอนหรือทำลายหลักการ “สร้างนำซ่อม” จึงไม่ควรเกิดขึ้น และเครือข่ายพร้อมต่อสู้เพื่อยืนหยัดในเจตนารมณ์นี้
2. จี้สอบ รมว.สาธารณสุข ก้าวก่าย สสส.: สืบเนื่องจากการสื่อสารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน (นายพัฒนา พร้อมพัฒน์) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ในงานเปิดประชุมวิชาการโรงพยาบาลชุมชน ระบุชัดเจนถึงความต้องการนำเงินจาก สสส. ไปให้โรงพยาบาลชุมชนและ รพ.สต.
พร้อมทั้งระบุว่าได้เชิญผู้จัดการและผู้บริหาร สสส. มาสั่งการ ทำให้เครือข่ายกังวลว่าฝ่ายการเมืองอาจก้าวก่ายการทำงานขององค์กรอิสระมหาชนหรือไม่ จึงขอให้ กมธ. ตรวจสอบข้อเท็จจริง
3. ตรวจสอบความล่าชืองบประมาณปี 2570: การประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติแผนงบประมาณประจำปี 2570 ล่าช้าอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อภารกิจขององค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขตามข้อ 2 หรือไม่
4. ตรวจสอบคณะทำงานจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านสาธารณสุข: กรณีการแต่งตั้งคณะทำงานฯ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่มีอคติต่อการดำเนินงานของ สสส. และภาคีเครือข่าย อาจทำให้เกิดข้อเสนอเชิงนโยบายที่ไม่เป็นผลดีและทำลายเจตนารมณ์ของกองทุนฯ
ด้าน นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) กล่าวเสริมว่า ความปลอดภัยทางอาหารไม่ได้เกิดขึ้นจากรัฐเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยระบบเฝ้าระวังและข้อมูลเชิงประจักษ์จากภาคประชาชน สสส. ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเสริมพลังให้ภาคประชาชนและวิชาการสามารถทำงานเพื่อสุขภาวะได้อย่างอิสระจากผลประโยชน์เฉพาะด้าน การสนับสนุนของ สสส. ไม่ใช่การทำงานแทนรัฐ แต่เป็นการเพิ่มขีดความสามารถของสังคมในการป้องกันปัญหาสุขภาพตั้งแต่ต้นทาง
“สสส. จึงไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะผู้ให้ทุน แต่ควรเป็นกลไกสาธารณะที่สร้างพลังของสังคม เราเห็นว่าประเทศไทยควรรักษาและพัฒนากลไกดังกล่าวให้โปร่งใสและตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน เพราะการสร้างสังคมสุขภาวะไม่ใช่ภารกิจของรัฐเพียงฝ่ายเดียว และประเทศไทยไม่ควรสูญเสียกลไกที่ทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาปกป้องสุขภาพของตัวเองและสังคมได้” นางสาวปรกชล กล่าวทิ้งท้าย

























