“บิ๊กอ้อ” สร้าง”เหรียญจักรพรรดิ65“แก้หนี้ตำรวจภ.6

บิ๊กอ้อ-พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี  ผบช.ภ.6  ชื่อชั้นรับประกัน หายห่วงเรื่องคดีอาชญากรรม เพราะเติบโตมาจากเส้นทางนักสืบ

ถึงตอนนี้เป็นผู้นำตำรวจภาคเหนือตอนล่าง ปัญหาใหญ่ไม่ใช่เรื่องโจรผู้ร้าย แต่เป็นเรื่องปากท้องตำรวจชั้นผู้น้อย ปัญหาหนี้สินตำรวจ มีโอกาสเจอกันพล.ต.ท.อัคราเดช เล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้

เป็นหนี้เพราะเงินเดือนไม่พอ

ตำรวจเป็นหนี้เป็นสินเยอะ  ผบ.ตร.ท่านเป็นห่วง  อยากให้ดูแลกำลังพลทุกคน ถึงจะมีขวัญและกำลังใจที่ดี  เรื่องหนี้สินเป็นปัญหาคาราคาซังกันมานาน ส่วนใหญ่ที่เป็นหนี้เพราะเงินเดือนไม่พอ  อยากมีบ้านอยู่ อยากจะประกอบอาชีพเสริม ก็ไปกู้สหกรณ์บ้าง กู้สหกรณ์ยังพอไหว เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละจังหวัดนั้นๆ แต่ละองค์กรของเขา แต่บางคนก็ไปกู้ในส่วนของธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารที่รัฐดูแลอยู่  

สำรวจกำลังพลทุกนายในภ.6

ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 6 ก็มีหลายราย ที่เป็นหนี้ แต่จะแยกเป็นหลายระดับ ที่ยังสามารถที่จะดำรงชีพตัวเองได้อยู่ ไม่มีปัญหา มีเงินเดือน เหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือน มีหลายคน หรือ 3,000 บาท ก็มีหลายคน พวกนี้ก็ลงไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด สำรวจหมดทุกคนในภาค 6 ทั้งหมด 

รอฟ้องล้มละลาย78คน

ที่มีปัญหาที่ต้องโดดลงไปช่วยอย่างฉับพลัน มีอยู่ 78 ราย  นี่คือเป็นตัวแดงแล้ว พวกนี้คือรอถูกฟ้อง ถ้าฟ้องร้องขึ้นมา กลุ่มนี้จะเป็นบุคคลล้มละลาย แล้วไม่ได้โดนคนเดียวครอบครัวเขาพังเลย

ก็หาทางว่าจะทำยังไงดี ตามแนวทาง ตร.ก็ให้ช่วยไปคุยกับสถาบันการเงินนั้นๆ มันก็ได้ในระยะหนึ่ง ในห้วงเวลาหนึ่ง แต่การที่จะคุยจริงๆ มันก็ต้องมีเงินไปคุย 

เจ้าอาวาสวัดใหญ่เมตตาช่วย

ตำรวจภูธรภาค 6 นี่โชคดีอย่างหนึ่ง คือตั้งแต่มารับตำแหน่ง  ไปกราบท่าน“พระพรหมวชิรเจดีย์” เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช

ก่อนที่ท่านจะละสังขาร ท่านเอ่ยปากเองว่า อยากจะให้ผมได้จัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อที่จะมีเงินเป็นสวัสดิการให้กับตำรวจ เหมือนท่านรู้มาก่อนเลย ว่าตำรวจที่นี่หนี้เยอะ

ให้สร้างเหรียญมหาจักรพรรดิ

ทีแรกผมเอง  ไม่อยากจะไปกวนใคร เลยแบ่งรับแบ่งสู้ ท่านก็ย้ำแล้วย้ำอีก พูดในวันเดียวกัน บอกว่าทำซะ อาตมาเชื่อว่าโยมน่ะทำได้ แล้วไปสร้าง หลายๆคน อยากจะมาสร้าง มาขออาตมาเยอะ  ท่านเอ่ยชื่อหลายคนนะ ผู้หลักผู้ใหญ่ อยากจะสร้างพระพุทธชินราช เหรียญรุ่นมหาจักรพรรดิ เหรียญนี้เคยสร้างเมื่อปี 2515 ครั้งหนึ่งแล้ว  

ชลอ เกิดเทศจุดพลุเหรียญปี15           

ท่านก็บอกว่า ไปสร้างสิ ท่านก็บอกว่า ชลอ เกิดเทศ สนิทกับอาตมา เป็นคนที่ทำให้เหรียญปี 2515 ดังนะ เพราะเขามาจับคนร้าย แล้วคนร้ายห้อย 2515 อยู่  ปืนยิงไม่ออก  มีประสบการณ์หลายเรื่อง

ก็บอกว่า โยมไปทำซะ ฉันอนุญาต ให้สร้างรุ่นมหาจักรพรรดิ์ แล้วถ้าโยมจะสร้าง ก็จะครบ 50 ปีพอดีด้วย เหมือนกับที่ตั้งใจจะสร้างไว้  

ขออนุญาตสำนักนายกฯ

พอท่านเอ่ยปากอย่างนั้น  ทุกคนมองหน้ากันแล้วคิดว่า จะต้องรับความเมตตาจากท่านแล้ว เลยเอาความเมตตาจากท่านมาปรึกษาพูดคุย ทำหนังสือขออนุญาตท่าน ขณะเดียวกัน ทำหนังสือขออนุญาตไปยังสำนักนายกฯ เพื่อที่จะทำพระเครื่อง พระบูชา วัตถุมงคล  ออกจำหน่าย

เพราะเดี๋ยวมีคนไม่หวังดี   มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ มาใส่ร้ายป้ายสีกัน   ก็ทำควบคู่กันไป 

ได้ป๋องสุพรรณมาช่วย

ก็มีแนวทางว่า เงินที่ได้มาทุกบาท ทุกสตางค์  ไม่มีหักค่าใช้จ่าย   โชคดีที่เราตั้งคณะทำงานขึ้นมา แล้วได้พรรคพวก เพื่อนฝูง โดยเฉพาะน้องรัก คือป๋อง สุพรรณ คุณเสมอ งิ้วงาม เขาเป็นแฟนพันธ์แท้พระเครื่อง เราคุ้นเคยตั้งแต่สมัยเราอยู่กองปราบ ได้คุยกัน เขายินดีที่จะเอาพรรคพวกมาช่วยในการที่จะออกแบบพระ หาร้าน ให้คำแนะนำหลายอย่าง  


ต่อไปคนหาทั้งแผ่นดิน           

กระทั่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาสร้างพระ มาให้ท่านพระพรหมวชิรเจดีย์ดูอีกครั้ง ท่านก็ว่าสวยมาก รุ่นนี้เชื่อว่าสร้างมาก็หมด  อีกหน่อยคนจะต้องหาทั้งแผ่นดิน เราได้ฟังก็ดีใจ ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ พอเริ่มเปิดจอง  แป็บเดียวหมดเกลี้ยงไม่เหลือแล้ว

แต่ส่วนหนึ่งก็ถวายวัดไป ให้เขาไปเช่าบูชา เพื่อจะนำไปบูรณปฏิสังขรณ์วัด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา  ยอดในการที่ให้พระไป ที่วัดไปจำหน่ายเอง  มูลค่ารายได้ประมาณ 7 ล้านกว่าๆ เกือบ 8 ล้านบาท

เนื้อทองแดงรมดำ-ตำรวจได้ฟรีทุกคน

ส่วนของตำรวจเรา พระเป็นเนื้อทองแดงรมดำ แจกตำรวจฟรีทุกคน ไม่มีจำหน่าย ให้ตำรวจทุกคนมีวัตถุมงคลไว้ติดตัว เวลาปฏิบัติงาน รวมทั้งมีสร้อยข้อมือเป็นตะกรุด ออกจำหน่าย นำรายได้ไปช่วยในส่วนของฝั่งแม่บ้านตำรวจภ.6  อีกส่วนหนึ่งก็มีผ้าพันคอ  ให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ เวลาออกทำงานแล้วมั่นใจ เป็นสีม่วง สีหน่วยเรา

 

แบบเดิมเพิ่มความสวยงาม

ลักษณะเหรียญ ข้างหน้าเป็นพระพุทธชินราช ข้างหลังเป็นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แบบเดียวกับปี15  แต่คราวนี้จะเน้นความสวยงาม เพราะเรามีช่าง มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ดี  ไม่มีหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น หักเฉพาะเรื่องวัตถุดิบ ที่ร้านเขาคิดมายังไง ก็ว่าตามนั้นเลย  

พุทธาภิเษก3ครั้ง

ตอนนี้มีเงินให้ตำรวจแล้ว 18 ล้านบาทเศษ  ตั้งเป็นกองทุน  ไม่หักแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายในเรื่องของพิธีกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะนิมนต์พระมา มีค่ารถ มีค่าโน่นนี่นั่น อะไรต่างๆ ค่าเครื่องบวงสรวง  ไม่ได้หักจากใคร  อาศัยจากตัวผม  คุณป๋อง สุพรรณ และพรรคพวก มาร่วมกัน ทุกบุญกัน เกือบๆ 1.6 ล้าน เพื่อจะมาทำพิธีทุกครั้ง ทำถึง 3 ครั้งนะ  

ได้เงินตั้งเป็นกองทุน18ล.            

ปลุกเสก ครั้งแรกบวงสรวงต่อหน้าพระพุทธชินราช  ขออนุญาตท่าน แล้วไปขออนุญาตต่อหน้าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อีกครั้ง พอครั้งที่ 2 ก็มาทำครั้งที่แล้ว สมเด็จฯธงชัย มาเป็นประธาน ครั้งนี้หลวงปู่พัฒน์ มาเป็นประธาน ครบ 3 ครั้ง ตอนนี้มีเงินที่จะทำเป็นกองทุน เราใช้คำว่า กองทุนพระพุทธชินราช รุ่นมหาจักรพรรดิ  

เอาไว้แก้หนี้-ให้ตำรวจกู้

วัตถุประสงค์ มี 3 ข้อ ข้อที่ 1.คือเอาไว้แก้ปัญหาหนี้สินตำรวจ 2 เอาไว้สำหรับให้ตำรวจมากู้ใช้ ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท ไม่หวังกำไร เพื่อที่จะให้ตำรวจ มีเงินไปทำในเรื่อง SME ใครอยากจะมีรายได้เสริม เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ปลูกผัก เลี้ยงปลา  จะมีคณะกรรมการเป็นคนพิจารณา 

ระดับSmallกำหนดอาจจะให้ได้ไม่เกิน 50,000 บาท Medium  อาจจะได้ไม่เกิน 100,000 หรือว่าLarge อาจจะได้ไม่เกิน 200,000 บาท เขาก็จะไปดูกัน  

ระดับพ.ต.ท.-ส.ต.ต.เท่านั้น

เรื่องของการแก้ปัญหาหนี้สิน ตรงนี้สำคัญ ผมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง นอกจากคณะกรรมการที่จะดูแลเงินตรงนี้แล้วจะไม่มีผู้ใหญ่ ผบช.หรือใคร จะเข้าไปยุ่งไม่ได้ ทุกคนจะเข้าไปยุ่งไม่ได้ เราเขียนปิดไว้หมดเลย เพื่อให้เป็นเงินของตำรวจ ชั้นยศ พ.ต.ท.ลงไป จนถึงชั้นประทวน ส.ต.ต.  ได้ใช้ แล้วเราให้เขาส่งตัวแทนมา จังหวัดละ 2 คน เป็นคณะกรรมการ เขาจะเลือกชั้นประทวนของเขามา เพราะเขาจะรู้ปัญหาของพวกเขา  

คณะกก.มีผบก.อก.-2ผกก.

คณะกรรมการทั้งหมดแต่งตั้งมาเรียบร้อยแล้ว จะมีในส่วนของฝ่ายอำนวยการ  จะมีผู้การอำนวยการ  นั่นสูงหน่อย เพื่อที่จะอย่างน้อย  จะกำหนดหางเสือ ทิศทาง ผกก.ฝ่ายสวัสดิการ และ ผกก.ฝ่ายการเงิน 3 คนนี้ ทำทุกอย่างให้โปร่งใส รัดกุม ถูกต้อง และเป็นธรรม

เงินที่มาจากวัด ทุกคน รวมทั้งพี่ ไม่มีใครจับเงินเลยนะ ทั้งหมดไปผ่านทางกองการเงินอย่างเดียว แล้วก็พิจารณาจ่ายให้ที่ร้าน ส่งใบเสร็จมา เสร็จจบ เงินเข้า ต่อไปคณะกรรมการชุดนี้ ในแต่ละจังหวัด ที่ฟิกซ์ลงไป ทั้งหมดจะมีอยู่ 30 คน  

นักการเงินมือโปรช่วยแก้

คณะกรรมการจะพิจารณาประชุมหารือ ว่ารายไหนที่จะต้องช่วยไปก่อน ตอนนี้เราดู 78 ราย ก็มีรายแรกก่อน ตอนนี้มีขั้นตอน ตอนนี้พี่ก็ตั้งคู่ขนาน พี่ไปเชิญคุณธนพัฒน์ คุณสมบัติ หรือคุณแดง เป็นนักการเงินการธนาคาร ซึ่งเก่งมาก  เคยเป็นที่ปรึกษาอยู่หลายที่  เราบอกว่า มาช่วยตำรวจหน่อย ตำรวจเดือดร้อนตอนนี้ เขายินดีช่วย ไม่คิดอะไรซักอย่าง  

ช่วยคุยเรียบร้อยแล้ว2 

เขาไปเจรจาทุกอย่างให้ ตอนนี้ 78 ราย ตอนนี้มี 2 ราย ที่ทำสำเร็จแล้ว คุณแดง  เจรจาผ่านธนาคาร ว่าเป็นหนี้อย่างนี้ๆ ขอชลอการที่จะฟ้อง ขอไปปรับโครงสร้าง เอาเงินจากกองทุนนี้  คณะกรรมการจะพิจารณาว่า แต่ละรายให้ได้ไม่เกินเท่าไหร่ มีหลักพิจารณาอยู่

เพื่อจะเอาเงินตรงนี้ไปปรับโครงสร้างหนี้ เช่น เคยกู้อยู่ 2 ล้านบาท ก็มาเอาเงินในส่วนของกองทุนนี้ ไปสัก 3-5 แสน  ลดเงินต้น  


เฉลี่ยหนี้ต่อคน1-2ล.บาท

แล้วขยายเวลาจากเคยผ่อนอยู่ 10 ปี ขยายไปเป็น 15-20 ปี ขยายเวลาการผ่อน  ขอลดเงินในการผ่อนแต่ละเดือน จากเคยผ่อนเดือนละ 10,000 บาท ไม่ไหว ก็เอาเงินมาตัดเงินต้นแล้ว ขอผ่อนระยะยาวเพิ่มขึ้นหน่อยได้ไหม ขอผ่อนให้น้อยกว่าเดิมหน่อยได้ไหม นี่คือวิธีการเจรจา  มีอยู่ 78 ราย เฉลี่ยหนี้ต่อคนประมาณ 1 ล้านกว่าบาท หรือ 2 ล้าน ก็ไม่มาก เงินพวกนี้ไม่มากสำหรับพวกเรา แต่มากสำหรับเด็กๆ   

ดึงสหกรณ์ออมทรัพย์จังหวัดมาช่วย

อีกส่วนก็คือทำแฮร์คัท ก็คือที่คุณแดง เขาไปเจรจาให้ ก็มาเอาเงินเราไปส่วนหนึ่ง แล้วก็มาดูของสหกรณ์ออมทรัพย์ ของแต่ละจังหวัด ช่วยอีกส่วนหนึ่ง เอาไปโปะ ตัดเงินต้น พอตัดเงินต้นปุ๊บ ก็จะแฮร์คัท ไม่ต้องไปจ่ายเรื่องดอกเบี้ยแล้ว คืนเฉพาะเงินต้น ก็เป็นไทยแล้ว  

เจรจาขอลดดอกเบี้ย

ในส่วนสหกรณ์ออมทรัพย์ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยสมาชิกตำรวจ แล้วดอกเบี้ยสหกรณ์ออมทรัพย์ ภาค 6 ตอนนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 6.5 นี่กำลังเจรจาขอลดดอกเบี้ยลงหน่อย  ให้เหลือร้อยละ 6 หรือร้อยละ 5.5 ได้ไหม จะไปได้สวยเลย 

มองว่าพอเราเริ่มทำตรงนี้ปุ๊บ ทุกอย่างมันจะเริ่มที่จะสโลว์ดาวน์ลง เพราะแก้ปัญหาได้ตรงจุด เรียกว่าหายใจคล่องขึ้นดีกว่า แล้วสำหรับกองทุนของเรา ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท เพราะเราไม่ได้หวังผลกำไร  

เจ็บพิการใช้เงินตรงนี้ให้ฟรี

1.คือช่วยเรื่องคนที่เดือดร้อนถูกฟ้อง 2.คือช่วยคนที่อยากจะมีรายได้เพิ่ม มีอาชีพเสริม 3.นี่สำคัญ ที่ให้ฟรี คือตำรวจที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือทุพพลภาพ  ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ตร.เขาก็มีให้ส่วนหนึ่ง แต่บางทีมันอาจจะไม่พอ

แต่ตรงนี้ให้ฟรี คณะกรรมการไปพิจารณาเลย ว่าคนนี้ ถูกตีหัวแตกมา ควรจะให้เท่าไหร่ 500 1,000 2,000 หรือ 3,000 หรือสุดท้าย ทุพลภาพเลย กำหนดไปเลย 100,000 หรือ 200,000 แล้วตรงนี้เป็นสวัสดิการเลย ให้ฟรี  


เงินกองทุนเพิ่มขึ้นทุกปี

ถามว่า เงินจะหายไปหมดไหม ไม่หมดหรอก เพราะว่าเดี๋ยวจะเอาเงินส่วนหนึ่ง สมมติว่าตอนนี้เรามีอยู่ 18 ล้านเศษ สมมติ ตัวเลขกลมๆ นะ 10 ล้าน เราหยิบมาให้สหกรณ์ออมทรัพย์ แต่ละจังหวัด กู้ จังหวัดเดียวก็ได้ หรือว่า 2 จังหวัด 10 ล้าน หรือ 5 ล้าน ให้ดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 3 ถ้า 10 ล้าน ก็ได้เงินกลับคืนมาปีละ 300,000 เศษ มันจะมีเพิ่มมาแบบค่อยๆ น้ำซึมบ่อทราย เขาเรียกว่า บริหารความเสี่ยง  

วันข้างหน้าน้ำซึมบ่อทราย            

78 รายแรกที่มีปัญหาอยู่  คิดว่าแก้ปัญหาไม่นาน ไม่น่าจะยาก แล้วทุกอย่างเริ่มมีการหมุนของรายรับรายจ่าย ถ้าเด็กๆ พวกนี้ อีกหน่อยวันข้างหน้า เขามีเงินของเขาแล้ว พี่เชื่อว่าเขาจะบริหารเป็น วันข้างหน้าพวกนี้จะเป็นน้ำซึมบ่อทราย แล้วมันจะบาลานซ์  มันจะเป็นเงินที่เขาจะเห็นว่าเอามาใช้ได้จริง แก้ปัญหาได้จริง นี่คือสิ่งที่เราทำแล้วสำเร็จ  

แก้ปัญหาถูกจุด-แก้ได้จริง

ตอนนี้เริ่มกู้กันแล้ว คณะทำงาน ได้ทำงานกันตั้งแต่วันแรกแล้ว ตอนนี้มีการเจรจากับแบงก์ต่างๆ สถาบันการเงินต่างๆ ทีมงานเรา นอกจากคุณธนพัฒน์ หรือคุณแดง  เป็นคณะทำงาน ก็มี พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย และทีมงาน ก็เข้าไปศึกษา ประสานงานกับทุกส่วน แล้วก็ให้คณะกรรมการพิจารณา  จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาได้ถูกจุด แล้วก็แก้ได้จริง ตอนนี้ 2 รายแรกที่บอกไว้ กำลังดำเนินการ

แก้หนี้ปลดหนี้ตำรวจได้บุญใหญ่ครับ

กากีกลาย23/7/65